|
2007-05-04 Fri 17:20
Title: ... SiN ...
Author : nakane_honey bee “ผมจะเป็นเจ้าสาวของโยโกยาม่าคุง” ผมไม่เคยลืมคำพูดประโยคนี้ที่ตัวเองพูดไว้ตั้งแต่สมัยเด็กได้เลย ... ผมจำได้ดี... แต่ว่า .......................... ............... ...... “เลิกเล่นเกมส์ได้แล้ว พวกนายสองคนน่ะ!” มือของผมชะงักตามเสียงที่ดังแทบจะทันที ผิดกับใครอีกคนที่นั่งอยู่อีกฝากหนึ่งของโต๊ะ... จนฮินะเจ้าของเสียงดุ ๆ เมื่อกี้เดินเข้ามาคว้าเจ้าเครื่องเกมส์สีขาวในมือคนที่ไม่ยอมหยุดเล่นไป .......คงมีแต่ฮินะคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้กับยู “ยังไม่เริ่มถ่ายไม่ใช่เหรอ ? อย่ามามั่วกับฉันได้ไหม ฮินะ!” ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่นตวัดหน้าขึ้นไปมองคนที่ดึงเครื่องเกมส์ของตัวเองไป “ไปทำผมสิเรียว คนอื่นเรียบร้อยกันหมดแล้ว” ไม่เพียงแต่ไม่ฟังที่ยูพูดยังหันมาบอกให้ผมลุกขึ้นอีก... ผมมองเครื่องเกมส์ของยูในมือฮินะ มือนั่นกำจนแน่น.... แน่นจนเหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่างออกมา สุดท้ายผมก็วางเกมส์แบบเดียวรุ่นเดียวกันกับที่ฮินะกำไว้ในมือจะต่างกันก็ที่สี.... ผมกับยูซื้อเกมส์มาพร้อมกันของยูสีขาวส่วนของเป็นผมสีชมพูอ่อน.... ลงไว้บนโต๊ะแล้วเดินผ่านฮินะไป ผมชอบสายตาของฮินะเวลาที่มองเครื่องเกมส์ของผมกับยู.... สายตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งใต้มหาสมุทรลึกๆ .................... แล้วก็ยิ่งชอบใจไปใหญ่เวลาที่เค้าเบือนหน้าหนี “เอาเนื้อปลามานี่สิ....” พอพักจากถ่ายรูปทางทีมงานก็นำเบนโตะมาให้เหมือนกับทุกครั้ง แล้วมันก็เหมือนกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำๆ ผมไม่กินเนื้อปลา..... เป็นที่รู้กันดีสำหรับคนในวง ยูคีบเนื้อไก่ในเบนโตะของตัวเองมาใส่ไว้ในเบนโตะของผมเพื่อแลกกับเนื้อปลาที่ผมไม่ชอบกิน..... ก็แค่ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น....... ในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผม............. มันไม่ใช่ ยิ่งยูใส่ใจผมมากเท่าไหร่ ความเห็นแก่ตัวก็เกาะกินหัวใจที่เคยบริสุทธิ์ของผมมากขึ้นเท่านั้น หัวใจคนเราพอมันแปดเปื้อนไปสักนิด..... ก็ลุกลามไปทั่วจนมองแทบไม่เห็นเนื้อแท้เดิมของมัน ...........หัวใจของผมแปดเปื้อนหมดหรือยังนะ ตอนนี้ ?? ผมเหลือบมองฮินะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนใจดีที่เพิ่งแสดงความใส่ใจต่อผม... บังเอิญพอดีกับที่เค้าก็กำลังมองผมเหมือนกัน ผมรู้สึกชาไปทั่วหน้ากับสายตาแบบนั้น อย่ามองน้องตัวเองด้วยสายตาร้ายกาจแบบนั้นสิ ฮินะ.... “เดี๋ยวก่อนกลับห้องแวะซื้อของกินไปแช่ตู้เย็นไว้หน่อยดีกว่านะ โยโก.... เมื่อคืนเห็นนายบ่น ๆ ว่าไม่มีอะไรกินเลยนี่” “อืม... แล้วแต่สิ” นี่คือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของยูไปจากผม.... มันเป็นวิธีที่ฮินะทำอยู่เสมอ ๆ ถามว่าได้ผลไหม ผมว่าก็แค่ในระดับหนึ่งนะ.... ระดับล่าง ๆ เสียด้วยซ้ำ ผมมองสู้สายตานั่น..... เหมือนกับทุกครั้งที่เค้าทำแบบนี้ ผมยังศรัทธาในตัวฮินะ..... เค้าเป็นรุ่นพี่ที่ดี.... สอนผมให้รู้จักกับวงการนี้ เค้าให้ผมแทบจะทุกอย่าง.... แต่นั่นก็แค่ในอดีต สายตาเย็นชาแบบนี้ผมได้สัมผัสกับมันตั้งแต่วันนั้น..... วันที่ฮินะรู้ว่าผมรักยู คงเป็นธรรมดาของสัญชาติญาณการหวงของมนุษย์เรา..... กับความก่ำกึ่งกับการที่จะสูญเสียและการจะคงอยู่ของคนที่ตัวเองรัก..... “ไปหาหมอดีกว่า.... ลุกขึ้นเถอะ” หน้าฝนที่แสนเย็นช่ำเมื่อสองสามปีที่แล้ว.... ผมเป็นไข้หนักแต่ก็ยังลากสังขารมาทำงาน ไม่รู้ตัวหรอกว่าฟุบหลับไปตอนไหน ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีมืออุ่น ๆ อังอยู่บนหน้าผากของผมแล้ว... ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวผมเบา ๆ คล้ายกับกล่อมเด็กเล็ก ๆ ให้ยอมจำนนต่อการไปหาหมอ คนเราก็ต้องการแค่นี้แหละ.... ใครสักคนที่เป็นเหมือนยูตอนนี้..... “ลุกไม่ไหวน่ะ....” พอลืมตาตื่นเต็มทีก็เห็นว่าเป็นยู เค้ายิ้มๆ ก่อนจะสอดแขนสองข้างเข้ามาประคองตัวผมให้ลุกขึ้น... ตอนนั้นผมทั้งปวดหัว ทั้งไม่มีแรง พอเจอกับอกกว้างๆ อุ่น ๆ เข้าก็ซบลงไป.... ผมทำแบบนี้กับยูมาตั้งแต่สมัย 14 ขวบโน้นแล้ว อกของพี่ชายผมอุ่นอย่าบอกใคร.... อุ่นจนผมมีความคิดที่ว่าอยากให้อ้อมอกอุ่นๆ นี้เป็นของผมแค่คนเดียว ระหว่างที่ยูประคองผมไปขึ้นรถเพื่อจะไปหาหมอ ผมได้เหลือบ้เห็นความเย็นชาที่ส่งผ่านมาจากสายตาของพี่ชายของผมอีกคน..... มูราคามิ ชิงโง สองคนนี้คบกัน..... ใคร ๆ ก็รู้ ผมหลบสายตาของฮินะ ผงกหัวขึ้นมาจากอกกว้าง ๆ นั่นทันที มันเหมือนกับคนทำความผิดไว้แล้วโดนจับได้ เหมือนฮินะจะรุ้ว่าผมกำลังอยากได้คนรักของเค้ามา..... แว่บแรกผมคิดนะ.... ว่า ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า ผมนับถือทั้งยู ทั้งฮินะพอ ๆ กันด้วยซ้ำ แต่....... พอมารู้ตัวอีกที ผมก็ได้กลายเป็นคนบาปไปเสียแล้ว ทั้งหัวใจที่แปดเปื้อน...... ทั้งร่างกายที่เต็มไปด้วย บาป น่ารังเกียจมากเลยสินะ สำหรับตัวผมในตอนนี้ …. “เรียวอยู่กับนายหรือเปล่า ทัชชง?!” บาปของผมนับวันก็ยิ่งมากขึ้น ๆ ยูไม่ได้มองผมในฐานะน้องชายอีกต่อไป เพราะการที่ผมต้องเทียวไปกลับโอซาก้ากับโตเกียวอยู่บ่อยๆ ผมกับยูจึงเจอกันน้อยลง การพบหน้ากันน้อยครั้ง ทำให้ยูเริ่มแสดงความรู้สึกลึก ๆ ออกมา..... อย่างเช่นการโทรตามหาตัวผมกับคนโน้นคนนี้ เวลาที่ผมปิดมือถือ ถ้าฮินะมีวิธีเบี่ยงเบนความสนใจจากยูแบบนั้น.... การปิดมือถือหนีของผมก็เป็นวิธีหนึ่งที่เอาไว้เรียกร้องความสนใจจากยูเหมือนกัน.... และผมคิดว่าวิธีของผมได้ผลที่ดีกว่าวิธีเด็ก ๆ แบบนั้นของฮินะมากอยู่หลายเท่าตัวทีเดียว “อยู่ ทำไมเหรอ?” โอคุระกรอกตามาทางผมที่นั่งกินชาบู ชาบุอย่างสบายอารมณ์ เสียงของยูดังจนลอดออกมาจากมือถือนั่น... ผมลอบยิ้มอยู่เงียบ ๆ คนเดียวเมื่อพอจะจับใจความได้ว่ายูถามสถานที่ที่ผมกับโอคุระอยู่แล้วก็วางสายไป ผมรู้ว่าโอคุระก็รู้ว่า.... ผมกับยู ความสัมพันธ์เป็นแบบไหน "เดี๋ยวฉันต้องโดนด่าอีก...." ผมยักไหล่ไม่สนใจกับคำโอดครวญของโอคุระเพราะกำลังสนใจกับการนับถอยหลังจับเวลาว่ายูจะรีบดิ่งมาหาผมภายในเวลากี่นาที.... แล้วให้หลังไม่ถึงครึ่งชม. ผมก็ได้เห็นสีหน้าโกรธจัดของยูโผล่มา..... “บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้ามาถึงสถานีแล้วให้โทรไปบอกน่ะ” “ก็แบตมันหมด” “ถ้าแบตหมดแล้วนัดทัชชงออกมากินข้าวได้ไง?!” ร่างสูงยังหัวเสียไม่เลิก ผมไม่ได้แก้ตัวอะไรอีก เดินไปขึ้นรถของยูตรงที่นั่งด้านหน้า สักพักทั้งเจ้าของรถเองและโอคุระก็เดินตามมา ยูแวะส่งโอคุระลงก่อนที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่ได้แวะส่งผม.... เค้าพาผมไปที่คอนโดของเค้า “ฮินะหละ?” ความจริงไม่ต้องถามออกไปก็ได้ ยูคงจะเคลียร์ทางนั้นไว้ดีแล้วถึงกล้าพาผมมา... เค้าสวมกอดผมจากทางด้านหลังก่อนจะเอาหน้าซุกอยู่กับต้นคอผม... “ไม่รู้สิ...” เสียงตอบอู้อี้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์จากริมฝีปากที่กำลังจูบผมอยู่ ไม่ได้คลายข้อสงสัยเอาเสียเลย... แต่ก็ช่างเหอะ ถ้าแทนด้วยรสจูบหวาน ๆ แบบนี้ก็ถือว่า เจ๊ากันได้อยู่หละ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด..... แต่ถ้าผมจะผิด ความผิดของผมมีอยู่แค่ความผิดเดียว คือ ... การที่ผมพบยูช้ากว่าฮินะ ........ก็เท่านั้น Tlu….tlu…..tlu….. มือถือของยูดังแผดเสียงร้องขึ้นหลังจากผมผล๊อยหลับไปได้ไม่กี่ชม.ดี และเสียงเรียกเค้าแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียว เจ้าของของคนที่ผมกำลังกอดอยู่ “อยู่คอนโดน่ะ.... นอนแล้ว .......อืมๆๆ .............พรุ่งนี้จะแวะไปรับละกัน..... ฝันดีหละ.....’ ผมเคยคิดอยู่หลายครั้งนะว่าถ้าผมแกล้งส่งเสียงอะไรออกไปให้ฮินะได้ยิน...... จะเกิดอะไรขึ้น..... แต่ก็แค่คิด ผมซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ ของยู หลังจากเค้าวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงตามเดิม..... ผมกอดยู .....ถูหน้าไปมาเหมือนเวลาลูกแมวมันอ้อนเจ้านายมัน ก็ตอนนี้ยูอยู่กับผม.... ก็ต้องให้ความสนใจแค่ผมสิ ไม่ใช่ความคิดที่ผิดไม่ใช่เหรอ?? “ไม่ง่วงแล้วหรือไง ?” ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดอยู่กับหูของผมก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าของเค้าจะค่อย ๆ เขยิบขึ้นมาทาบผมไว้ทั้งตัวเหมือนเมื่อหนึ่งชม.ก่อนหน้านี้.... “ตอนเช้าจะแวะไปรับฮินะด้วยเหรอ?....” ผมเอามือประคองใบหน้าของยูไว้ จ้องตาเค้า.... ทุกครั้งที่ผมถามแบบนี้ออกไป เค้าจะแสดงความอึดอัดออกมา..... ปิดเท่าไหร่ก็ไม่มิดอยู่ดี ยูเงียบอยู่ค่อนข้างนานทีเดียว ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง..... เค้าไม่ตอบ....... ..............แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ สักเท่าไหร่ด้วย .............จึงปล่อยมันไปเหมือนกับทุกครั้งทีผ่านมา ผมบอกแล้วว่าถ้าผมจะผิด...... ก็ผิดอยู่แค่เรื่องเดียว ถ้าผมได้พบยูก่อนฮินะ................................ .....บาปพวกนี้ก็อาจจะไม่รุมกัดกินร่างกายของผมจนไม่เหลือชิ้นดีเฉกเช่นกับตอนนี้ก็ได้ EnD of SiN .............................. *วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ............. |
