Love Trick(RyoPi)
2007-03-17 Sat 04:45
เรียวพีคับ พ่อแม่พี่น้อง~~~~~~~ใครไม่ชอบคู่นี้ไม่ต้องอ่านให้เสียอารมณ์นะ แต่คนแต่งชอบด้วยอ่า จะแต่งๆๆๆๆ(ไม่อยากอ่านคอมเม้นที่ทำร้ายจิตใจกัน ==")


โทโมฮิสะรูปนี้คือ อิมเมจในเรื่องนี้ค่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Title : Love Trick...
Cast : Ryo -x- YamaPee
Author : NakAnE_hoNeY bee




สนามบินนาริตะ

ผู้คนมากหน้าหลายตาที่เนื่องแน่นจนทำให้สนามบินที่กว้างขวางดูแคบไปถนัดตา... หลายต่อหลายคนชะเง้อคอรอคอยคนที่ตนตั้งใจมารอรับ.... สายตาจดจ่ออยู่ตรงบริเวณประตูทางออกของผู้โดยสารรวมทั้งชายหนุ่มหน้าคมที่ดูสะดุดตากว่าคนอื่น ๆ ที่ยืนปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน ผิดแต่ตรงที่ไม่ได้ชะเง้อคอหรือใจจดใจจ่อเหมือนกับคนรอบข้างก็เท่านั้น....

ดวงตาคมกริบหรี่มองร่างของเด็กผู้ชายวันรุ่นคนหนึ่งทีเพิ่งเดินพ้นประตูออกมา .....มาเสียทีนะ โทโมฮิสะ...


"คุณแม่คุณให้ผมมารับคุณไปที่ไร่ ตามผมมา" คนที่ถูกประชิดตัวผงะเล็กน้อย ตกใจกับคนแปลกหน้าที่อยู่ดี ๆ ก็เดินดุ่ม ๆ เข้ามาขวางหน้าไว้แบบนี้ แต่พอได้ยินคำว่าแม่ให้มารับเด็กหนุ่มจึงยอมเดินตามไปแต่โดยดี

ยามะพีเหลือบมองคนที่กำลังขับรถอยู่ทางเบาะหน้า ก่อนจะจิ๊ปากออกมาอย่างขัดใจ... ผู้ชายที่อ้างว่าแม่สั่งให้มารับไม่ได้พูดอะไรกับตนอีกเลย พอเดินนำมาถึงรถก็ขึ้นไปประจำที่คนขับแล้วก็เคลื่อนตัวรถออก.. นี่ก็รวมครึ่งชม.ไปแล้วที่ภายในรถเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่สักคน


"นี่ แม่ฉันไปไหน ทำไมถึงให้นายมารับแทน?" ในที่สุดเด็กหนุ่มก็อดรนทนไม่ไหวตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาออกไปก่อน แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววที่อีกคนจะเอ่ยตอบกลับมา ยิ่งประทุอารมณ์ให้ยามะพีโมโหหนักขึ้นไปอีก

"หูหนวกหรือไง ฉันถามทำไมไม่ตอบ ?!"

"ท่านไปธุระที่ต่างจังหวัด..."

"ก็แค่เนี้ยะ! นั่งบื่ออยุ่ได้ตั้งนาน เอี้ยดดดดดด!!!!"

"โอ้ย! จะเบรกทำไมไม่บอกก่อนเล่า ?!" เด็กหนุ่มทางเบาะหลังกุมหน้าผากที่คะมำไปโดนพนักคนขับปอยๆ ถลึงตาใส่คนข้างหน้าอย่างเหลืออด แล้วมันก็ยิ่งกว่าเหลืออดอีกเมื่อคนที่เบรกกระทันหันเมื่อกี้ ไม่ได้ตอบใดใดกลับมาสักนิด เข้าเกียร์แล้วขับรถออกตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น....

"ไอ้คนขับรถเฮงซวย! คอยดูนะถ้าถึงบ้านแล้วฉันจะให้แม่ไล่นายออก!!"




"นี่น่ะเหรอ บ้านคุณอาเคนอิจิ?" ยามะพีมองไปยังเรือนไม้หลังโอ่อ่าเบื้องหน้า ทันทีที่รถที่ตนนั่งมาชม.กว่า ๆ จอดเทียบอยู่ตรงลานน้ำพุซึ่งห่างจากประตูบ้านไม่มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มคนที่พามาเพียงแค่พยักให้ตามเคย เด็กหนุ่มยักไหล่ไม่อยากสนใจกับพฤติกรรมเย็นชาของอีกฝ่ายแล้ว เดินกระแทกเท้าผ่านไปราวกับไม่มีใครยืนอยู่ พอเข้าไปถึงตัวบ้านได้ก็สอดส่ายสายตาจนทั่วตัวบ้านก่อนจะยิ้มออกมา แม้จะอยู่ลึกเข้ามาถึงกลางป่ากลางเขาแต่ถือได้ว่าทั้งการออกแบบและการตกแต่งโดยรวมแล้ว บ้านไร่หลังนี้มีรสนิยมที่ค่อนข้างดีทีเดียว...


"คุณอาท่านก็ไปกับแม่ฉันด้วยเหรอ?" ยามะพีถามหนุ่มหน้านิ่งที่ขนกระเป๋าตนตามเข้ามา แล้วก็เหมือนเดิม ได้แค่การพยักหน้าเท่านั้น.. สรุปว่าทั้งแม่ทั้งสามีใหม่ของแม่ไม่อยู่ทั้งคู่ สาเหตุที่ตนเดินทางกลับมาญี่ปุ่นครั้งนี้ก็เพราะกลับมาร่วมงานแต่งของแม่กับสามีที่ชื่อว่าเคนอิจิ เจ้าของไร่แห่งนี้ ....นี่ถ้ารู้ว่า ไม่มีใครอยู่เลยจะกลับไฟส์พรุ่งนี้ยังดีกว่าเสียอีก...เฮ้อ


"ห้องฉันอยู่ไหน?"

"ชั้นบนทางปีกซ้าย..." หนุ่มหน้านิ่งว่าพลางเดินนำขึ้นบันไดไปพร้อมกับถือกระเป๋าเดินทางให้ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้ที่ลูกบิดมันถูกขัดเสียจนมันวาว

"นี่ห้องของคุณ...." ดวงตากลมโตมองห้องของตัวเองอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเหลือบไปมองคนที่วางกระเป๋าไว้ให้ทางหน้าเตียงที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป


"เดี๋ยว! นายชื่ออะไรน่ะ?"

"อยากรู้ไปทำไม?" ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองหน้า
"ก็จะได้จำชื่อไว้ เดี๋ยวพอแม่ฉันกลับมาก็จะได้ให้ไล่นายออกได้ถูกคน" ครั้งที่สองแล้วที่เด็กหนุ่มขู่ว่าจะไล่คนตรงหน้าออก.... ยามะพีผงะถอยหลังตกใจเมื่ออีกคนปรี่ตรงเข้ามาหา... จ้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะจับความรู้สึก

"แม่คุณไม่ไล่ผมออกหรอก...."

"หึ ฉันพูดคำเดียวแม่ก็ตามใจแล้ว ทำไม กลัวขึ้นมาแล้วละสิ"


"ใครกันแน่ที่กลัว...?" เค้าตอบกลับมาทันควัน ดวงตาคู่คมกริบยังคงจ้องอยู่เช่นเดิม

"ถอยออกไปนะ ไอ้คนขับรถ! คอยดูนะถ้าแม่ฉันกลับมาเมื่อไหร่ นายตกงานแน่!!" ยามะพียังคงเชื่อมั่นในตัวเองอยู่อย่างทะนง เชิดคอข่มขู่ไม่เลิก ... ใช่ฝ่ามือดันอกคนตรงหน้าออกอย่างจงใจแสดงความรังเกียจ


"พนันกันไหมละ ว่าแม่คุณจะไล่ผมออกหรือเปล่า?"

"นายจะเอาอะไรมาเดิมพันฉัน ลำพังเงินเดือนคนขับรถของนายคงไม่พอให้ฉันซื้อเสื้อสักตัวเลย" เด็กหนุ่มกอดอก... มองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน ตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยขัดใจตนสักครั้ง อยากได้อะไรก็หามาให้ ประเคนมาให้จนหมด.. แล้วนับประสาอะไรกับแค่จะไล่คนงานที่ขวางหูขวางตาลูกชายสุดที่รักออกแค่คนเดียว แม่จะทำให้ไม่ได้....

"ผมให้คุณหมดเท่าที่ผมมี...."

"จะได้สักกี่สิบเยนกันเชียว?"

"ถือว่าคุณรับคำท้าผมแล้ว....."

"ตกลง!"

"แล้วเดิมพันของคุณล่ะ ?" ยามะพีแทบจะกลั้นหัวเราไว้ไม่ไหว ที่คนตรงหน้ากล้าถามถึงเรื่องเดิมพันของตน นายจะมีโอกาสได้รับมันหรือไง ไอ้คนขับรถกระจอก.... จะตกงานอยู่ร่อมล่อยังไม่รู้ตัวอีก


"นายต้องการอะไร?"

"ถ้าแม่คุณไม่ไล่ผมออก...."


"ต้องการเท่าไหร่ ?" เด็กหนุ่มสวนขึ้นมาทั้งที่อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบดี ก็คงต้องการเงินสินะ


"อะไรเท่าไหร่ ที่คุณว่า...."

"เงินยังไงล่ะ... นายอยากได้กี่ล้าน?" ยามะพียักไหล่ เหยียดริมฝีปากถาม


"ผมไม่ต้องการเงิน" เค้ากดน้ำเสียงลงจนเยียบเย็น คราวนี้ทำเอาเด็กหนุ่มที่รอฟังจำนวนเงินที่อีกคนจะเรียกร้องเริ่มหวั่นขึ้นมานิด ๆ ... หมอนี่ต้องการอะไรกัน ถ้าไม่ใช่เงิน....




"แค่แลกกับการนอนกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสักคืน ก็พอ...." สิ่งเดิมพันที่ชายหนุ่มประกาศออกมาส่งให้ยามะพีถึงกับตาโตทีเดียว... นอน แลกกับการนอนอย่างนั้นเหรอ ?


"ไม่กล้าใช่ไหมล่ะ ?..." ชายหนุ่มพอจะเดาใจอีกฝ่ายออก เนื้อตัวที่เริ่มสั่นเทามันบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มกำลังทั้งโมโหทั้งหวาดวิตก.... เล่นกับใครไม่เล่น เด็กน้อย รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปเสียแล้ว....


"ใครว่าไม่กล้า! แต่ฉันว่านายเตรียมมองหางานใหม่ไว้จะดีกว่า เพราะวันที่ฉันจะลดตัวลงไปนอนกับนายคงไม่มีวันมาถึงหรอก!!"


"เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้กัน..." เค้าพูดช้า ๆ น้ำเสียงราวกับอสูรร้ายที่หลุดออกมาจากเทพนิยายปรัมปราเหมือนที่เด็กหนุ่มเคยอ่านมา ก่อนจะเดินออกไป... ทิ้งให้ยามะพียืนเคว้งอยู่คนเดียว นี่มันอะไรกันเนี่ย... กลับมาญี่ปุ่นวันแรกก็มาเจอเรื่องบ้า ๆ เจอคนบ้า ๆ แบบนี้ นึกแล้วหงุดหงิดใจชะมัด


ก๊อก ๆ ๆ.... ให้หลังจากคนขับรถจอมโอหังออกไปไม่นานก็มีหญิงสาววัยกลางคนมาเคาะประตู หล่อนแนะนำว่าเป็นแม่บ้านใหญ่ของเรือนหลังนี้ และจะเป็นคนมาดูแลยามะพีเอง...


"เห็นคนที่เดินสวนออกไปหรือเปล่า... หมอนั่นชื่ออะไร?" ยังไม่วายถามกับแม่บ้านที่หยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเดินทางจัดใส่ตู้ให้ คุณแม่บ้านทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ....

"อ๋อ... นายเรียวน่ะเหรอค่ะ ?"


"เรียวเหรอ?...หึ ดีล่ะ นายตกงานแน่ ๆ นายเรียว...."

"คุณโทโมะจะอาบน้ำเลยหรือเปล่าค่ะ?" เสียงของป้าแม่บ้านฉุดให้ความคิดที่จะปลดคนขับรถโอหังออกของยามะพีกลับมา... เด็กหนุ่มพยักหน้าให้


"ช่วยเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างไว้ให้ด้วยแล้วกัน... ฉันอยากแช่น้ำสักพัก "

"เออ คือ ห้องนี้ไม่มีอ่างอาบน้ำหรอกค่ะ.. ที่เรือนหลังรองนี้จะมีก็แต่ห้องของนายน่ะค่ะ"

"งั้นฉันไปอาบห้องนั้นก็ได้ ท่านไม่อยู่กันไม่ใช่เหรอ ไปทางไหนละ?" ยามะพีคว้าชุดคลุมอาบน้ำไว้ในมือ รอคำตอบจากป้าแม่บ้าน ก็ถ้าหมายถึงห้องนาย ก็คงจะเป็นห้องของคุณอาเคนอิจิพ่อเลี้ยงตนกับผู้เป็นแม่.... ลูกชายคนเดียวจะไปใช้ห้องน้ำเห็นทีจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไร...


"ห้องทางปีกขวาค่ะ เดินตรงไปอีกฝั่งของบันไดก็จะเจอ" เด็กหนุ่มเดินไปตามทางที่ป้าแม่บ้านบอก จนในที่สุดก็มาถึง.... บานประตูห้องที่ลักษณะคล้ายคลึงกับห้องของตนคงจะเป็นห้องนี้แน่ ๆ ยามะพีหมุนลูกบิดมันเข้าไปก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะผุดขึ้น.... ห้องนี้ดูมีสไตล์กว่าห้องเค้า วิวทางนอกระเบียงก็สวยกว่า แถมการตกแต่งก็ดูมีเสน่ห์ดี สวยกว่าห้องเมื่อกี้หลายเท่าทีเดียว.... ดวงตากลมโตเหลือบเห็นประตูห้องน้ำทีเปิดอ้าไว้ จึงเดินเข้าไปก็พบกับอ่างสีขาวขนาดใหญ่... คราวนี้เด็กหนุ่มยิ้มเสียยิ่งกว่ายิ้มไปใหญ่กับความพึงพอใจในห้องน้ำของห้องพ่อเลี้ยงกับแม่ตัวเอง...


อิจฉาแม่ตัวเองจังเลย ที่ได้อาบน้ำในอ่างใหญ่ ๆ แบบนี้ทุกวัน....

ยามะพีไม่รอช้าจัดการเปลื้องอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่ออก ...เอื้อมไปเปิดน้ำตามอุณหภูมิที่ตัวเองต้องการ แล้วก้าวลงไปแช่ทันที....


เมื่ออาบน้ำเสร็จเด็กหนุ่มก็สวมชุดคลุมอาบน้ำที่ติดมือมาเดินกลับห้องตัวเองอย่างไม่รีบร้อน.. แต่แล้วความสบายเนื้อสบายตัวที่มีอยู่กับดับวูบลงเมื่อสวนเข้ากับคนทีเพิ่งจะท้าพนันตนไว้ก่อนหน้านี้เดินสวนขึ้นบันไดมา สายตาคมกริบของเรียวมองเด็กหนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป.... เมื่อยามะพีแสดงอาการตึง ๆ เชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงใจ....


"นายขึ้นมาบนนี้ทำไม.. คนขับรถเค้ามีธุระจะต้องขึ้นมาบนห้องเจ้าของบ้านด้วยเหรอ?!"


"ขึ้นมาเอาของ...."


"แม่ฉันสั่งให้ขึ้นมาเอาเหรอ?" คำตอบสั้น ๆ ของเรียวยั่วโทสะของเด็กหนุ่มอีกจนได้ คราวนี้เรียวพยักหน้าให้ก่อนจะเปิดห้องใหญ่ทียามะพีเพิ่งจะเข้าไปใช้ห้องน้ำเข้าไป...

"ทำหยิ่งไปเหอะ นายเรียว.... รอให้ถึงทีฉันบ้าง อย่ามาร้องขอความเมตตาจากฉันทีหลังละกัน !!"



เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ยามะพีลงมาจากชั้นบนก็พบกับผู้เป็นแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่กับผู้ชายสูงวัยอีกคน คงจะเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กหนุ่มเป็นแน่...


“ตื่นแล้วเหรอ โทโมะจัง เป็นยังไงบ้างลูก... เมื่อคืนหลับสบายดีไหมจ๊ะ?”

“หลับสบายฮะ นี่แม่มาถึงตั้งแต่กี่โมงแล้วฮะ?”


“ตอนสาย ๆ เองจ๊ะ... อุ้ย! ลืมแนะนำไปเลย นี่คุณเคนอิจิจ๊ะ พ่อเลี้ยงของโทโมะจังยังไงละ” คุณแม่ยังสาวยังสวมกอดเด็กหนุ่มอยู่พลางแนะนำผุ้ชายมาดดีที่นั่งจิบน้ำชากับหล่อนอยู่เมื่อครู่ ยามะพีก้มศรีษะให้เล็กน้อยพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร... ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ...


“เออ แม่ฮะ ผมมีเรื่องจะขอ” เด็กหนุ่มผละออกจากอ้อมกอดมารดา


“ขออะไรรึเรา.... ว่ามาสิจ๊ะ”

“ผมอยากให้แม่ไล่คนขับรถที่ชื่อเรียวออก... หมอนั่นมันเสียมารยาทมาก ไม่มีสัมมาคารวะเอาซะเลย แถมพูดจาก็ไม่มีหางเสียงอีก แม่ไล่ออกไปเลยนะฮะ”



“คนขับรถที่ชื่อเรียว?”

“ใช่ฮะ... นายเรียวอะไรนั่นน่ะ ไล่ออกไปเถอะฮะ” ผู้เป็นแม่มองหน้าลูกชายตัวเองงง ๆ หันไปสบตากับสามีใหม่อย่างขอความคิดเห็น... การกระทำของผุ้เป็นแม่ชวนให้เด็กหนุ่มเริ่มแปลกใจ ทำไมแค่จะไล่คนงานออกสักคนต้องทำท่าราวกับว่าคิดหนักกันขนาดนี้ด้วยนะ ก็แค่คนงานขวางโลกคนเดียว....



“นั่นไงฮะ หมอนั่นน่ะ นายมาก็ดีแล้ว นายเรียว!.... แม่ฉันไล่นายออกแล้ว เก็บข้าวของออกจากบ้านนี้ไปซะ!” จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาเดินลงจากชั้นบนลงมา ยามะพีได้ทีจึงรีบวางอำนาจใส่เดี๋ยวนั้นพร้อมกับยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย... แต่เอ๊ะ! ทำไมหมอนี่ถึงลงมาจากข้างบนอีกแล้วหละ ทำไมถึงเดินเข้าเดินออกบ้านหลังนี้ได้ราวกับตัวเองเป็นเจ้าของเสียเองแบบนี้ แล้วอีกอย่างข้างบนก็เห็นห้องนอนของพ่อเลี้ยงตนกับผุ้เป็นมารดาเท่านั้นไม่ใช่หรือ... ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนในความคิดของตัวเอง เด็กหนุ่มเริ่มขมวดหัวคิ้วจนแทบเป็นปมเมื่อเห็นว่าเรียวเดินเข้ามานั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับคุณเคนอิจิ .... ก่อนจะรินน้ำชาในเหยือกดื่มด้วยท่าทางที่คุ้นเคย... คุ้นเคยในฐานะเจ้าของบ้าน....


“แม่ว่าโทโมะจังเข้าใจอะไรผิดแล้วหละจ๊ะ... เรียวเค้าไม่ใช่คนขับรถนะลูก เค้าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณเคนอิจิต่างหากละ ลูกต้องเรียกเค้าว่าพี่เสียด้วยซ้ำ เพราะเรานะอายุอ่อนกว่าเรียวตั้งหลายปี” ทันทีที่ฟังคำอธิบายของมารดาจบยามะพีถึงกับหน้าซีดเผือด ราวกับคนช๊อก...


“แม่พูดเล่นใช่ไหมฮะ? แม่พูดเล่นใช่ไหม??” คราวนี้เด็กหนุ่มพูดเหมือนกับคนเพ้อ เขย่าแขนผู้เป็นแม่อย่างหวังรอคำตอบที่ตนหวังจะให้เป็น.... จะเป็นไปได้ยังไง จะเป็นไปได้ยังไงกัน เรียวน่ะหรอ ลูกชายคุณเคนอิจิ??......



“แม่ต้องกลับเรือนใหญ่ก่อนนะลูก... ช่างเค้าจะเอาชุดมาให้แม่ดูวันนี้พอดี ไว้ให้พี่เค้าพาลูกไปทีหลังแล้วกันนะจ๊ะ น้าฝากให้เรียวพาน้องไปที่เรือนใหญ่ด้วยนะจ๊ะ.....”

“ได้ครับ คุณน้า....”


เวลานี้ยามะพีนึกอยากจะหายสาบสูญไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งฟังอะไรต่ออะไรมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองหลงลงไปในกับดักของนายพรานเจ้าเล่ห์ที่ท้าพนันตนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า.... สุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ



“นายมันขี้โกง !!....” เด็กหนุ่มว่าใส่พี่ชายต่างสายเลือดอย่างเกรี้ยวโกรธ แต่เรียวกลับเอาแต่นั่งจิบชาต่อไปอย่างไม่เดือดร้อนสักนิดกับความโมโหของอีกฝ่าย

“ขี้โกงยังไง?” แถมยังหันมาถามแบบหน้าตายอีก

“นายก็รู้ว่าแม่ฉันไล่นายออกไม่ได้เพราะนายเป็นลูกคุณอาเคนอิจิ.... แต่นายก็ยังมีหน้ามาเดิมพันบ้า ๆ แบบนั้นกับฉันอีก ไม่ขี้โกงแล้วจะเรียกว่าอะไรเล่า ??!!” ยามะพีแทบจะเต้นเร่า ... หอบหายใจหนัก ๆ กับอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเอง แผดเสียงตวาดจนลั่นบ้าน.... บ้านที่เพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วที่ที่ตัวเองซุกหัวนอนเมื่อคืนเป็นเรือนหลังรองของไร่ซึ่งเรียวเป็นเจ้าของ ส่วนเรือนใหญ่ก็คือบ้านที่พ่อเลี้ยงกับแม่ตัวเองขอตัวกลับไปเมื่อกี้.... เพิ่งรู้ว่าห้องน้ำที่ตนถือวิสาสะเข้าไปใช้เมื่อวาน ที่ป้าแม่บ้านบอกว่าเป็นของนาย คือของของคนตรงหน้าทั้งหมด...


และเพิ่งรู้ว่านายเรียวที่ป้าแม่บ้านหมายถึงนั่น คือ นายผุ้เป็นเจ้าของไร่แห่งนี้ต่างหากละ ไม่ใช่นายเรียว คนขับรถกระจอก ๆ ที่ตนเข้าใจผิดอยู่คนเดียว...


“แพ้แล้วอย่าพาลสิ เด็กน้อย”

“ฉันไม่ใช่เด็กน้อย อย่ามาเรียกแบบนี้นะ!”


“เรื่องเด็กหรือไม่เด็ก ฉันจะพิสูจน์วันที่นายจ่ายเดิมพันของนายแล้วกัน แต่ตอนนี้ขึ้นไปอาบน้ำซะ ที่เรือนใหญ่กำลังเตรียมงานแต่งพ่อฉันกับแม่ของนายอยู่ ไปทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง” เด็กหนุ่มหน้าชาวาบ... กับแววตาคมกริบที่ทอดมองมายังตน แววตาที่ทั้งเย้ยหยันและแสดงออกอย่างจาบจ้วงและลวนลามเมื่ออีกคนเอ่ยถึงเดิมพันที่คนแพ้ต้องจ่าย....


เด็กหนุ่มวิ่งขึ้นกลับไปยังชั้นบนพร้อมกับกระแทกประตูปิดจนเสียงดังโครมครามไปทั้งบ้าน..... นายไม่มีวันได้รับการจ่ายเดิมพันของฉันเป็นอันขาด คนขี้โกง!!


ปังๆๆ

“โทโมฮิสะ ! มัวทำอะไรอยู่ ห๊ะ ?! ฉันรอนานแล้วนะ !” เสียงทุบประตูจากเจ้าของบ้านตัวจริงดังขึ้นหลังจากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเกือบครึ่งชม. เรียวพยายามใจเย็นนั่งรอให้น้องชายต่างแม่รายนี้อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเพื่อรอไปที่เรือนใหญ่พร้อมกัน แต่อีกคนเหมือนกับจงใจจะรวนกันชัด ๆ ป่านนี้ยังไม่ยอมออกมาจากห้องอีก....


“ถือว่าเป็นเจ้าของบ้านหรือยังไง เคาะประตูไม่เกรงใจกันบ้างน่ะ??!!”

“เก็บกระเป๋าจะไปไหน?...” เรียวเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าในมือเด็กหนุ่มคือกระเป๋าเดินทางใบเมื่อวานที่เค้าถือขึ้นมาให้

“ฉันจะไปนอนที่เรือนโน้น ไปนอนกับแม่ฉัน หลีก!” ยามะพีตอบน้ำเสียงตึง ...ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากเงื้อมือคนเจ้าเล่ห์คนนี้ได้ก็คือ การอยู่ให้ห่างกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้... แต่แล้วลู่ทางที่เด็กหนุ่มคิดไว้ก็พังทลายลงภายในพริบตา


“คิดจะเบี้ยวกันเหรอ.... ไม่มีทางซะหรอก!”

“นายจะทำอะไร?! ไอ้บ้า! ปล่อยนะ!!” เด็กหนุ่มร้องออกมาตกใจเมื่อกระเป๋าในมือถูกกระชากไปเห็นมันถูกเหวี่ยงจนปลิวหวือไปตกอยู่ทางริมห้องต่อหน้าต่อตา แล้วตัวเองก็ถูกเหวี่ยงไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ยามะพีพยายามพยุงตัวเองลุกนั่ง แต่ก็ยังช้ากว่าเจ้าของบ้านอยู่ดี ....เรียวโถมตัวตามลงมาทับไว้จนเด็กหนุ่มขยับไปไหนไม่ได้เลย.....


“ไอ้บ้า! ไอ้คนขี้โกง อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ ฉันจะฟ้องแม่ จะฟ้องพ่อนายด้วย!!” คำขู่ของเด็กหนุ่มทำเอาเรียวหัวเราะออกมา นี่เค้าเผลอลืมไปเลยว่า ยังไงเสีย... ยามะพีเพิ่งจะอายุเต็ม 16 ได้ไม่กี่วัน คงจะยังติดนิสัยฟ้องพ่อฟ้องแม่อยู่ไม่เลิก...


“จะฟ้องว่าอะไร ฟ้องว่าแพ้พนันจนต้องนอนกับฉันอย่างนั้นเหรอ ?” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าถือโอกาสลูบไล้กับเนื้อผิวเนียนสีน้ำผึ้งอย่างไม่เกรงใจ ...เสื้อตัวน้อยที่เด็กหนุ่มใส่ถูกเลิกขึ้นจนถึงลำคอ ยามะพีสะท้านเยือกไปทั้งตัว เมื่อมือหยาบกระด้างของอีกฝ่ายเค้นคลึงอยู่กับยอดอกหยุ่นของตัวเอง...


“หยุด! หยุดนะ ไอ้บ้า!!” ตะโกนได้เท่าที่แรงยังพอหลงเหลือ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อชายหนุ่มที่ทาบทับไว้เริ่มหยอกเอินกับร่างกายตัวเองด้วยปลายลิ้นชื้น เรียวขมเม้มจุดเล็ก ๆ บนเนินหน้าอกของเด็กหนุ่มอย่างจงใจจะกระตุ้นอารมณ์....

ยามะพีแทบจะกลั้นหายใจ.... ดวงหน้าแดงก่ำราวกับคนเป็นไข้หนัก


“หยุดเถอะ ~~~” ในที่สุดก็วอนขอออกมา เมื่อรู้ตัวดีว่าหมดแรงต้านทานแน่ ๆ

“บอกแล้วไงว่าไม่มีการเบี้ยว...” มันสายเกินไปแล้ว.... สายไปหมดทุกอย่าง เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากกั้นเสียงสะอื้นไห้ที่ร่ำร้องอยู่ในอก เมื่อคำพูดประโยคสุดท้ายของเรียวกระซิบดังอยู่ชิดใบหู ... ก่อนจะหลับตาลงไม่อาจทนมองสภาพเปลือยเปล่าของตัวเองได้อีกต่อไป ... ยามะพีปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามความตั้งใจต่อไป นี่เค้าอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่แห่งนี้เพื่ออะไรกัน.... เพื่อมอบสิ่งที่ตัวเองรักและหวงแหนที่สุดให้กับคนที่เกลียดชังสุดหัวใจอย่างนั้นหรือ?

……………………………….
………………………..
………………..
……….
….


“ปล่อยฉันได้แล้ว” เด็กหนุ่มตวัดหางเสียงเย็นชาสั่งหลังจากให้ในสิ่งทีเรียวต้องการไปจนหมดสิ้น แม้ว่าจะร่ำเรียนและเติบโตที่เมืองนอกก็ใช่ว่าจะใช้วิถีชีวิตเฉกเช่นเด็กฝรั่งพวกนั้น ... คำว่าแฟน ยอมรับว่ารู้จักและเคยมี ...คำว่า จูบ ก็ไม่ปฏิเสธิหรอกว่าไม่เคยสัมผัส แต่คำว่า ความสัมพันลึกซึ้งเช่นนี้ จะมีใครเชื่อหรือไม่ว่า เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะอายุเต็ม 16 ปีคนนี้ ไม่เคยรู้จักมันเลยด้วยซ้ำ

“ขยับตัวมากเดี๋ยวก็เจ็บหรอก... ไม่ต้องไปแล้วก็ได้ที่เรือนใหญ่น่ะ เดี๋ยวฉันบอกคุณน้าให้ว่านายไม่สบาย” เรียวกดตัวเด็กหนุ่มให้นอนลงตามเดิม... พร้อมกับจูบแก้มที่เปื้อนแต่คราบน้ำตาปลอบประโลม....นึกโมโหเหมือนกันกันทีควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ คำท้าพนันพวกนั้นเค้าไม่คิดจะจริงจังเสียด้วยซ้ำ แต่พอเห็นว่าเด็กหนุ่มจะหนีเค้าไป... ก็นึกโมโห จนเผลอทำร้ายอีกฝ่ายไปด้วยการกระทำที่พยายามข่มไว้อย่างที่สุด....


โทโมะ นายจะรู้ไหม ว่าฉันเป็นพี่ชายให้นายไม่ได้หรอก
เพราะคงไม่มีพี่ชายที่ไหน อยากกอดน้องชายตัวเองไว้คนเดียวแบบนี้


“พี่ขอโทษ~~~” เด็กหนุ่มอึ้งไปทันทีที่ได้ยินคำขอโทษจากคนที่นอนกอดตนไว้จากด้านหลัง... อีกทั้งคำแทนตัวจากฉันเป็น... พี่นั้นอีก


“พี่ไม่อยากให้โทโมะหนีพี่ไปก็เท่านั้น ยกโทษให้พี่นะ” ตั้งแต่วันแรกที่เค้าได้เห็นรูปถ่ายของคนในอ้อมกอดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว... ที่ผู้เป็นแม่เลี้ยงยื่นให้ดู เค้าก็ตกหลุมรักกับเจ้าของรอยยิ้มสดใสในรูปถ่ายจนถอนตัวไม่ขึ้น ทุกครั้งที่ยามะพีส่งรูปกลับญี่ปุ่นมาให้คุณน้าดู... คนในอ้อมกอดเค้าจะรู้ไหม... ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งแอบขโมยไว้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งถึงสองรูปทุกครั้ง... เค้าแอบหลงรักน้องชายต่างสายเลือดตัวเองมาโดยตลอด.... อย่างเงียบ ๆ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรอก แต่ความลับมันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว...............วันนี้....



ตกเย็นแม่ของยามะพีก็หน้าตาตื่นมาถึงที่เรือนหลังรอง ทันทีที่ทราบข่าวว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว ล้มป่วยลง...


“เมื่อเช้ายัง เห็นดี ๆ อยู่เลยนี่หน่า... ทำไมตกเย็นถึงไม่สบายเอาได้ละ “ผู้เป็นมารดาเอามืออังศรีษะวัดอุณหภูมิความร้อนที่หน้าผากของลูกชายพลางนึกสงสัยถึงสาเหตุที่ลูกชายตัวเองป่วยกะทันหันแบบนี้


“ตัวไม่เห็นร้อนเลย... ปวดหัวหรือเปล่า โทโมะจัง?”

“ฮะ.... ผมแค่ปวดหัวเท่านั้น แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอก กลับไปเตรียมงานแต่งงานของแม่เถอะฮะ” คนที่นอนอยู่บนเตียงตอบความด้วยท่าทางอึกอัก ไม่กล้าสบตาแม่ตัวเองเอาเสียเลย ถ้าหากว่าแม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ล้มป่วยแต่อย่างใด แต่ทีต้องนอนซมอยู่บนเตียงแบบนี้ก็เพราะลุกขึ้นไม่ไหวต่างหากละ.... จะบาปมากไหมนะ


“เดี๋ยวผมดูแลโทโมะจังให้เองฮะ... คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วง” เสียงของชายหนุ่มหน้าคมทางอีกฝั่งหนึ่งของเตียงแทรกขึ้นมา ยามะพีตวัดหน้าไปก่อนจะค้อนเข้าให้อย่างขุ่นเคือง


“ยังไงน้าก็ฝากเรียวดูแลน้องแทนน้าด้วยนะ... ไว้พรุ่งนี้น้าจะมาเยี่ยมอีกที” เมื่อมารดาเลี้ยงกลับเ