|
2006-11-29 Wed 19:20
Title :.... Dear Friend,….( เศร้า ) Cast : Nishikido Ryo ...&... Uchi hiroki Author : nakane_honey bee เพราะคำว่า “ เพื่อน ” คำเดียว... มิตรภาพและคำว่ารักจึงกลายเป็นเพียงเส้นขนานไป ม.ปลายปี 1 ...< ค.ศ.1999> “หวัดดี... ฉันอุจิ ฮิโรกิ มาจากรร. n” “ฉันนิชิกิโด เรียว มาจากรร. S ยินดีที่ได้รู้จัก” เรียวยื่นมือไปจับทักทายกับเพื่อนใหม่ที่เสี่ยงจับฉลากได้ที่นั่งติดกัน... อดไม่ได้ที่จะเผลอสำรวจอีกคน... ผู้ชายจริงหรือนี่ ... ทั้งหน้าตา... รูปร่างออกจะติดไปทางเด็กผู้หญิงเสียมากกว่า “เป็นเพื่อนกันนะ... นิชิกิโดคุง” ฮิโรกิเอียงคอบอกเสียงหวาน “อืม...” +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ ม.ปลายปี 2 ...< ค.ศ.2000> “ฉันอยากไปเที่ยวบ้านนายอ่ะ... ว่าจะไปดูแผ่นเกมส์มาเล่นด้วย” “ตามใจนายสิ” เรียวเพียงกล่าวเสียงเรียบ แต่อีกคนกลับยิ้มดีใจ... พร้อมกับหักเลี้ยวจักรยานตามเข้าซอยเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทางไปบ้านของเรียวเป็นประจำทุกวันที่ต้องกลับบ้านพร้อมกัน... เพราะต้องใช้ถนนใหญ่เส้นเดียวกัน ... เรียวชำเลืองมองคนที่ฮัมเพลงอารมณ์ดีอยู่ข้าง ๆ นับวันยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนตัวเองน่ารักขึ้นทุกที ๆ สิน่า... “นายตอนเด็ก ๆ ตลกชะมัดเลย... เรียว ฮะ ฮะ” ร่างบางหัวเราะร่วน พลางผลิกอัลบั้มรูปของเรียว “พอเลย ๆ ไม่น่าให้ดูเลย ให้ตายสิ” มือใหญ่คว้าหมับแย่งอัลบั้มรูปไป ถลึงตาใส่อีกเมื่อฮิโรกิยังหัวเราะไม่ยอมหยุด “จะเอามั้ย เกมส์น่ะ...? ถ้าไม่หยุดหัวเราะ ฉันไม่ให้ยืมด้วย” คราวนี้ยื่นคำขาดขึงขัง .... พาลให้คนตัวเล็กยกมือปิดปากแทบไม่ทัน “ล้อเล่นน่า... ไหนล่ะเกมส์?” ย่นจมูกอย่างอดไม่ได้ รุ้ว่าเรียวไม่ได้โกรธหรอกแต่คงจะอายมากกว่าจึงทำตัวสำนึกผิด... เขยิบไปข้าง ๆ พลางซบศรีษะประจบประแจงกับไหล่หนา... ออดอ้อนสุดฤทธิ์ “อ่ะ ให้ยืมแค่ 2 แผ่นพอนะ... เล่นดี ๆ ด้วยถ้าแผ่นเป็นอะไรไป ฉันเอานายตายแน่” เรียวเอี้ยวไหล่หลบจนอีกคนเซเกือบล้มไปกับพื้น ก่อนจะยกกล่องที่ใส่แผ่นเกมส์ให้ฮิโรกิ.....สายตาคมเข้ม... ทำเป็นมองไปทางอื่น ขณะที่ฮิโรกิเลือกเจ้าแผ่นเกมส์มากมายในกล่อง... สูดลมหายใจเข้าแรงโดยไม่ตั้งใจข้างในยังเต้นโครมครามไม่หยุด... แค่ฮิโรกิซบคลอเคลียเมื่อกี้แว่บเดียว ทำเอาคนอย่างเค้ารู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จากวันแรกที่เจอกันจนวันนี้ก็ปีกว่าได้แล้ว... ทั้งเค้าและฮิโรกิกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันพอตัว ... แต่ตอนนี้ .... เวลานี้... เรียวเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... เส้นบรรทัดฐานที่เคยขีดตั้งไว้สำหรับเพื่อนตัวเองมันยังเป็นเพียงคำว่า... แค่เพื่อน... อยู่รึเปล่า +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ ม.ปลายปี 3 ... < 14 ก.พ. 2001> “เรียวแฮปปี้วาเลนไทน์ นะ” เจ้าของชื่อเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูง... มองกล่องช็อคโกแลตสีสวยในมือฮิโรกิ... “พอดีเมื่อคืนฉันทำช็อคโกแลตเองน่ะ... เลยทำเผื่อนายด้วย” “เผื่อเหรอ ??” “อืม... ฉันกะว่าวันนี้ฉันจะสารภาพรักกับฮาเสะคุงดูน่ะ เลยตั้งใจทำมาให้เค้า ... ฉันไปก่อนนะ” ฮิโรกิสาธยายร่าเริงสีหน้าเต็มไปด้วยความสุขพร้อมกับยัดช็อคโกแลตใส่มือคนตรงหน้า... ก่อนจะเดินไป เรียวมองตามแผ่นหลังบอบบางจนพ้นระยะสายตา...คำว่า “เผื่อ” ดังตอกย้ำในสมองไม่หยุด สู้ไม่ต้องให้เลยจะดีกว่ามั้ย... ฮิโรก เพราะถ้าต้องคอยรอสิ่งที่เหลือจากคนอื่น แล้วค่อยนึกถึงฉัน... คิดบ้างมั้ยว่าฉันจะรู้สึกยังไง ? +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ “นายจะสอบเข้าที่ไหนเหรอ... เรียว ??” “กะว่าจะเข้าม.เอ แล้วนายล่ะ” ตอบก่อนจะหันไปถามคนข้าง ๆ บ้าง แต่ฮิโรกิเพียงยิ้มให้ส่ายหัวไปมา... ยากจะเดาได้จริง ๆ ว่าต้องการสื่ออะไร “จะเข้าทีเดียวกะแฟนนายล่ะสิ รู้น่า” ฮิโรกิช้อนตาขึ้นมองเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ กัดปากตัวเองลืมตัว... รู้ว่าเรียวไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร แต่พอพูดถึงฮาเสะทีไรเป็นต้องทำน้ำเสียงเย็นชาเสียทุกที “ก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน... ฮาเสะเค้าชวนน่ะ” “เหรอ ?... ก็ดีนี่” เรียวพูดแค่นั้นก่อนจะก้มกลับไปสนใจกับหนังสือเรียนบนโต๊ะต่อ ไม่ใช่นึกขยันขึ้นมาหรอก...แต่ไม่กล้าสบตาฮิโรกิได้อีกต่างหาก เพราะกลัวว่ามันจะบอกความรู้สึกที่ลึก ๆ ให้ฮิโรกิรู้ว่าเพื่อนนายคนนี้... สะเทือนใจนะ กับคำพูดเมื่อกี้ของนาย... จะบอกทำไมกัน... ว่าจะไปอยู่กับเค้า จะบอกทำไมกัน... ว่าพวกนายรักกันมากขนาดไหน? “อยู่เฉย ๆ สิ อะไรติดหน้านายไม่รู้” เสียงสั่งดุ ๆ จากฮิโรกิ ทำให้ใบหน้าคมที่จะหันหนีเมื่อจู่ ๆ ร่างบางก็เอื้อมมือมาแตะชะงักนิ่ง... “รอยปากกาหรอกเหรอ... นึกว่าอะไรซะอีก ฉันเช็ดให้ล่ะกัน” พูดไปเรื่อยพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสวยของตัวเองขึ้นเช็ดแก้มของเรียว “ฮิโระ... กลับกันยัง ?” ฮาเสะที่โผล่มาตอนไหนไม่รู้ ตะโกนเสียงดังมาจากหน้าประตู... สายตาที่จ้องภาพคนสองคนในห้องฉายแววแปลกใจจนเห็นได้ชัด “ทำอะไรกันน่ะ?” เป็นฮาเสะอีกครั้งที่ถามเสียงเข้มมา.... ฮิโรกิถึงกับลุกพรวดออกจากโต๊ะก้าวยาว ๆ ปรี่เข้าหาคนรักรวดเร็ว “ไม่มีอะไรหรอก... กลับกันเถอะ” ไม่รอให้ฮาเสะได้พูดอะไรอีก ดึงคนรักให้เดินออกไปทันที...เรียวได้แต่มองตามคนทั้งคู่ไป... พลางถอนหายใจเหยียดยาว ยังรู้สึกอุ่นไม่หายตรงที่ที่ฮิโรกิแตะเมื่อกี้ ยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง.... คล้ายกับจะกดทับรอยสัมผัสที่ได้รับมาจากความไม่ตั้งใจของเพื่อนตัวเล็ก เพราะไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรกันที่จะได้ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้อีก... ทนอีกหน่อยนะ... เรียว ทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไปอีกซักหน่อย เพราะอีกไม่นานก็จะเรียนจบกันแล้ว... คงต้องแยกย้ายกันไป ต้องห่างเหินกันไป... พร้อมกับความรู้สึกที่คิดเกินเลยที่ต่อไปก็จะจางหายไปเมื่อไม่ได้เจอกัน วันจบการศึกษา... < ค.ศ.2002> “แกะกระดุมเม็ดที่สองมาให้ฉันเร็ว ๆ ... เรียว” “นายจะเอาไปทำไมกัน ฮิโระ ?” คิ้วเข้มขมวดสงสัย... ไม่เข้าใจกับท่าทีร้อนรนของฮิโรกิที่ยืน ขู่ฝ่อ ๆ ให้เค้าแกะกระดุมให้ “ก็รุ่นน้องผู้หญิงคนนั้น เค้าให้ฉันมาขอนายให้... น้องเค้าอายน่ะ” ฮิโรกิอธิบายรวดเดียวจบพลางชี้ไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่จับกลุ่มอยู่กับเพื่อน ๆ อีกหลายคน...เรียวมองตามไป... แต่ไม่เห็นจะมีใครมองกลับมาสักคน วกกลับไปมองหน้าร่างบางอีก... คล้ายกับถามว่าคนไหน “ก็บอกว่าน้องเค้าอาย... ไม่กล้าหันมาหรอก อย่าเล่นตัวมากสิ... ฉันรีบนะ” คราวนี้น้ำเสียงเริ่มจริงจัง... จ้องตาคนตรงหน้าเขม็ง “เอ่อ ๆ แป่ปหนึ่งสิ” เรียวรีบแกะกระดุมให้ เมื่อเห็นฮิโรกิเริ่มขึ้นเสียง “ถ่ายรูปกันนะ” ร่างบางรับกระดุมไปก่อนจะบอกให้รอถ่ายรูปกันอีก เรียวที่เริ่มมึน ๆ กับอารมณ์แปรปรวนของเพื่อนรักจึงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น... มองหน้าฮิโรกิ อะไรกัน... เดี๋ยวก็ขู่... เดี๋ยวก็พูดดีด้วยเล่นเอาฉันงงไปหมดแล้วนะ “ฮื่อ ๆ ๆ ...” ทีนี้เรียวถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ... แทบกลั้นหายใจที่อยู่ดี ๆ ฮิโรกิก็โผเข้ากอด... แถมยังรัดแน่นราวกับกลัวว่าเค้าจะเดินหนีไปไหน ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างกับเด็ก ๆ “ร้องทำไม... ฮิโระ?” “ก็ต้องแยกกันแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย... มันใจหายไปหมดเลย นายอย่าลืมฉันนะเรียว... อย่าลืมกันนะ” คนในอ้อมกอดยิ่งร้องหนักจนตัวโยน... เรียวพยายามโอบประคองฮิโรกิไว้แน่น .... ลูบหัวปลอบประโลม “ฉันไม่ลืมนายหรอก... ขี้แยขนาดนี้ใครจะลืมลง” ยักมีกะใจพูดเล่น ทั้ง ๆ ที่ข้างในเจ็บปวดพอ ๆ กัน.... จะไม่ได้นั่งเรียนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว... จะไม่ได้หยอกล้อเล่นหัวกันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว... จะไม่ได้เจอหน้าคนคนนี้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว... จะไม่ได้ใกล้ชิดกันในฐานะเพื่อนสนิทอีกต่อไปแล้ว... “นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย... รู้มั้ยเรียว โชคดีนะ... เพื่อนรัก” หัวใจเหมือนโดนกระชาก ประโยคสุดท้ายที่คนในอ้อมกอดเอื้อนเอ่ยปนเสียงสะอึก... สะอื้นออกมา ถ้าฉันบริสุทธิ์ใจกับนายกว่านี้... คำพูดพวกนั้นคงทำให้ฉันคงถึงกับหุบยิ้มไม่ได้แน่นอน........แต่ฉันมันทรยศต่อสัมพันธภาพของพวกเราไปแล้ว... ฮิโรกิ จะรู้บ้างมั้ยว่าคำ ...สวยหรูที่ยกย่องฉันจนแทบลอยขึ้นติดฟ้า... กลับเหมือนผลักฉันให้ตกจากที่สูงอย่างไม่มีความปราณีกันเลย... “ไปก่อนนะ... เรียว” ปล่อยคนในอ้อมแขนออกไป เพราะคนรักของร่างบางมายืนรอรับอยู่แล้วฮาเสะเช็ดน้ำตาที่เลอะแก้มเนียนใสฮิโกริอ่อนโยน... ก่อนจะจับมือกันเดินหายไป ลาก่อนนะ...เพื่อน ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดต่อหน้าฮิโรกิ ได้แต่กระซิบเบา ๆ ผ่านสายลมไป นายก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดเหมือนกัน... ฮิโรกิ +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ ธันวาคม 2005 เรียวชะงักเท้าตรงลงตรงนั้นบนสุดของบันไดแมนชั่น มือที่กำลังจะล้วงหยิบกุญแจเพื่อไขห้องกลับถูกค้างไว้อย่างนั้นเมื่อสะดุดตากับภาพของใครบางคนที่นั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ตรงหน้า ห้องของเค้าเอง...มาได้ยังไงกัน ฮิโรกิ เหมือนคนที่นั่งอยู่จะรู้ตัวหันมามองหน้าเหมือนกัน “กลับมาแล้วเหรอเรียว?” ฮิโรกิร้องดีใจลุกขึ้นวิ่งมากอดคนที่ตั้งใจมาหาไว้จนเกือบเซหงายหลังไปแทบทั้งคู่... “มาได้ยังไง ฮิโรกิ...รู้ที่อยู่ฉันได้ไง?” “ฮิโรกิซะอย่าง เรื่องแค่นี้ชิว ๆ หน่ะ....” ตอบภาคภูมิใจก่อนจะผละตัวออกห่างร “เข้าห้องนายก่อนได้มั้ย หนาวจะตายอยู่แล้ว” ไม่บอกเปล่า... กระชับเสื้อโค้ทตัวใหญ่กอดไว้แสดงให้รุ้ว่ารู้สึกตามที่พูดจริง ๆ นานเท่าไรกันแล้ว... ที่ไม่เจอกันนับตั้งแต่จบการศึกษาวันนั้น... เรียวคิดพลางสำรวจคนที่ก้าวตามเข้ามาในห้อง... นายไม่เปลี่ยนไปเลยนะฮิโรกิ ....ยังผอมบอบบางอยู่เหมือนเดิม ... แถมใบหน้าติดออกจะซีดเซียวเกินไปเสียด้วยซ้ำ “อยู่กับแฟนเหรอ? เห็นมีแปรงสีฟันสองอันอ่ะ” เรียวแทบจะหันไปมองคนถามสีหน้าเหรอหราของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำยังเพ่งคาดคั้นมาไม่หลบ “ไมได้อยู่ด้วยกัน แค่นาน ๆ ทีเค้าจะแวะมา แต่ก็เพิ่งกลับไปเมื่อเช้าเอง” กลั้นใจพูดความจริงออกไปเจ็บแปลบที่หัวใจเมื่อเห็นฮิโรกิถึงกับหน้าเจือนลง “แล้วฉันจะค้างที่นี้ได้มั้ยเนี้ย... กลัวแฟนนายจะมาแหกอกฉันเอา” “เค้าไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวฉันโทรไปบอกเองว่ามีเพื่อนมาค้าง ว่าแต่นายจู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้มีอะไรรึเปล่า” เปลี่ยนเรื่องสนทนาซะเอง... พลางยื่นแก้วชาร้อน ๆ ให้ “ก็แค่คิดถึง... ทำไมเหรอ จะมาหานาย ต้องมีเรื่องคอขาดบาดตายหรือไง ถึงจะมาได้” ดวงตาคมเข้มเหลือบมองคนที่พูดตัดพ้อแต่เหมือนรู้ฮิโรกิกลับเบือนหน้าหนีไปอีกทางเสียก่อน... “จะอาบน้ำเลยมั้ย... ไหนล่ะกระเป๋า อย่าบอกนะว่าไม่มี” ถามจริงจังเมื่อไม่เห็นว่าร่างบางจะมีกระเป๋าติดตัวมาสักใบ “พอดีลืมไว้บนรถไฟนะ... ฉันไม่อาบก็ได้ขอนอนเลยได้มั้ย” “เอางั้นเลยเหรอ? ที่นอนฉันสกปรกกันพอดี” ฮิโรกิถึงกับหน้าคว่ำหน้างอ... น้อยใจที่เจ้าของห้องพูดอย่างนั้นออกมา “ล้อเล่นหน่า... ถ้างั้นนายนอนบนเตียงล่ะกัน เดี๋ยวฉันนอนที่พื้นเอง” “อืม” พยักหน้ารับไปแค่นั้นก่อนจะเดินก้าวขึ้นเตียง ....สักครู่ใหญ่แสงไฟในห้องก็ดับลง เรียวล้มตัวลงนอนบนฟูกหนาที่เพิ่งจะปูหลังจากอาบน้ำเสร็จ... ความเงียบเข้าปกคลุม ... ต่างคนต่างไม่พูดอะไร .... จนล่วงเลยไปเกือบครึ่งค่อนชั่วโมง เรียวสะดุ้งตัวตกใจ... ทั้ง ๆ ที่ใกล้จะหลับแล้วแต่อยู่ดี ๆ คนที่นอนอยู่บนเตียงก็คลานลงมานอนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะมุดเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาผืนเดียวกับเค้า “นอนด้วยนะ...” เรียวไม่ได้ตอบอะไรออกไปเค้าจะว่าอะไรได้ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่มีอะไรอุ่น ๆ อยู่ใกล้ ๆ “พรุ่งนี้นายกลับโอซาก้าได้มั้ยเรียว... วันเสาร์นายคงไม่มีเรียนใช่มั้ย?” “อืม... ไม่ได้กลับนานแล้วเหมือนกัน” “ขอบใจนะ... นายดีกับฉันเสมอเลย” ฮิโรกิบอกพลางซุกตัวเข้ากอดอีกคน... ไม่มีการผลักไส... ไม่มีการขยับหนี... เรียวก้มลงมองศรีษะที่แนบกับอกเสื้อตัวเองด้วยใจเต้นระทึก “ยังคบกับฮาเสะอยู่มั้ย?” ทำเป็นปากดีถามถึงแฟนเค้าเถียงไม่ได้ว่าหวังอยู่ลึก ๆ ให้คำตอบเป็นอย่างที่หวังไว้... “เลิกกันนานแล้ว... แต่ฉันไม่ได้มาหานายเพราะไม่มีใครนะ ฉันอยากเจอนายจริง ๆ” “ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย อย่าร้องสิ... ขี้แยเหมือนเดิมเลยนะ” ลูบผมคนที่ซุกหน้าอยู่กับอก...ปลอบเรียกขวัญที่พอพูดเรื่องนี้ก็ร้องไห้เอาดื้อ ๆ “ทำไมถึงกอดฉันล่ะเรียว” “คิดถึงฉันบ้างมั้ย” “ไม่คิดโทรหากันบ้างเลยนะ” “การ์ดสักใบก็ไม่มีมา” “ใจร้ายชะมัดเลย...” ฮิโรกิตัดพ้อน้อยใจทำเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมแขนฟังแทบไม่รู้เรื่องทำเอาเรียวใจแกว่ง... พลางเชยคางมนคนตัวเล็กขึ้นมอง ตาสบตากันผ่านความมืด น้ำเสียงงอแงเงียบหายไปแล้ว มีเพียงดวงตาแดงก่ำที่พอเห็นลาง ๆ พาคนมองหัวใจแทบหลุด ... ไม่อยากจะเชื่อกับคำพูดเมื่อกี้เอาเสียเลย “พูดอะไรออกมารู้ตัวมั้ย... ฮิโรกิ?” ทั้งที่เป็นคำถามกับไม่ได้รับคำตอบ ฮิโรกิยืดตัวขึ้นไปจูบอีกคนทันที... จูบที่เร่าร้อน... จูบที่ฮิโรกิเป็นคนเริ่มเอง... จนเรียวเผลอครางออกมาแผ่วเบาพอใจ... ความต้องการที่โหยหากันมานาน ความปรารถนาที่เก็บซ่อนไว้จนเกือบจะลบเลือนไปแล้ว... ทะลักเอ่อล้นอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน เสียงหัวใจดังขึ้นแรง เกี่ยวพันปลายลิ้นอุ่นชื้นหนักหน่วง มือใหญ่เริ่มไม่อยู่สุข ล้วงเข้าใต้ชายเสื้อของฮิโรกิ.... ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มอย่างหลงใหล อีกมือเลือนลงกดกระชับสะโพกรั้งให้ร่างกายแนบชิดกันยิ่งขึ้น “พอเถอะ...เรียว” เป็นฮิโรกิที่ฉุดดึงสติที่เตลิดไปไกลกลับมา ถอนริมฝีปากออกทั้งที่ยังสั่นระริกไม่หาย ... ก้มหน้างุดหายไปใต้ซอกคอของอีกคน “อะไรของนาย...ฮิโรกิ เป็นฝ่ายเริ่มก่อนแท้ ๆ” ต่อว่าไปไม่จริงจัง... พยายามระงับอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ภายในตามสัญชาตญาณของมนุษย์ สามปีกว่าที่ไม่ได้เจอกัน... ทรมานไม่น้อยเลย ถามมาได้ว่าคิดถึงนายมั้ย... ยังมีหน้ามาว่าฉันอีกว่าทำไมไม่โทรไปหา... แถมยังหาว่าฉันใจร้ายอีก... นายทั้งนั้นฮิโรกิ... นายต่างหากที่ใจร้าย ทบทวนดูซิว่านายเคยมองคนอื่นบ้างมั้ยนอกจาแฟนของนาย.. เคยปลายหางตามาทางนี้สักนิดมั้ย ทั้ง ๆ ที่ฉันเฝ้ามองนายด้วยหัวใจที่เจ็บปวดมาตลอด “พรุ่งนี้กลับโอซาก้ากันนะ... สัญญาได้ไหมว่าจะกลับ” “อืม... ฉันสัญญา” รับปากไปกดศีรษะคนอ้อนแนบอก... แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก... กับเหตุผลที่ฮิโรกิมาครั้งนี้ แต่ยังต้องการอะไรอีกล่ะ... เมื่อปาฏิหาริย์ที่คิดว่าชีวิตนี้คงไม่สมหวัง... เกิดขึ้นแล้ว ไว้พรุ่งนี้... ฮิโรกิ ยังมีอีกเป็นพันเป็นล้านคำที่ฉันไม่เคยบอกไป... นอนให้สบายก่อนนะแล้วพรุ่งนี้นายจะต้องตกใจเป็นแน่กับคำพูดที่ฉันเตรียมไว้เพื่อนาย.... ท่ามกลางความเงียบสงบในคืนฤดูหนาว อุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนพาลให้ร่างกายสั่นสะท้าน... แต่ที่ตรงนี้ใต้ผ้าห่มผืนนี้... กลับอบอุ่นขึ้นอย่างหน้าประหลาด... เสียงหัวใจที่เต้นพร้อมกัน... ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกพร้อมกัน... ความรู้สึกดี ๆ ส่งผ่านผิวเนื้อซึ่งกันและกัน ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้วสำหรับเรียว.... ต่อให้หนาวกว่านี้เป็นสิบเท่า... ขอแค่มีคนในอ้อมกอดคนนี้ตลอดไป... ผมจะยอมหนาวอย่างไม่เกี่ยงงอนเลยจริง ๆ ....ผมสัญญา +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ Uchi’s Home….< Osaka> “ปิ๊งป่อง ๆ ....” เรียวกดกริ่งหน้าบ้านหลังเดิมที่คุ้นตาเป็นอย่างดี แม้จะไม่ได้มานานมากแล้วแต่ก็ไม่เคยลืม บ้านฮิโรกิยังเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง... นึกถึงเจ้าของบ้านยังอดโมโหไม่ได้ก็สัญญาแล้วว่าจะกลับมาพร้อมกัน แต่พอตื่นขึ้นมา ร่างบางก็หายไปแล้ว... สงสัยจะหนีกลับมาก่อน เรียวเงยหน้าขึ้นมามองคนที่มาเปิดประตูต้อนรับ หญิงวัยกลางคนคนนั้นยิ้มให้อบอุ่น..... “ในที่สุดก็มาจนได้นะ. .เรียวจัง” “สวัสดีครับ....คุณป้า ฮิโรกิล่ะครับ?” โค้งคำนับให้กับแม่ของฮิโรกิก่อนจะถามถึงคนที่หนีหายไปเมื่อเช้า “เข้ามาข้างในก่อนสิจ๊ะ” “ครับ... รบกวนด้วยนะครับ” ดวงตาสีเข้มกวาดสายตาไปทั่วภายในบ้าน การตกแต่งถูกปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ก็โยกย้ายจัดใหม่แทบจะทั้งหมด “อ่ะ.... นี่จ๊ะ เรียวจัง” หลุบตาลงมองของที่แม่ฮิโรกิส่งให้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยื่นให้อีกครั้ง คุณป้าให้ธูปเค้าทำไมกัน…??? “ฮิโรกิรอเธออยู่นานแล้ว เด็กนั่นน่ะดื้อที่สุด... เค้าบอกป้าว่ายังไงเธอก็ต้องมา” เรียวมองตามใบหน้าของแม่ฮิโรกิที่หันไป... นั่นมัน!!!...อะไรกัน??...เกิดอะไรขึ้น??... มุมในสุดของห้องนั้นมีโต๊ะตัวเล็ก ๆ ตั้งไว้อยู่ เหมือนร่างกายหยุดหายใจไปชั่วขณะ.... นั่นรูปของฮิโรกิ... รูปคนที่เค้านอนกอดตลอดทั้งคืนที่กำลังยิ้มสดใสซึ่งถูกจัดใส่ไว้ในกรอบไม้สวยงาม.... คงจะดีกว่านี้ถ้าตรงหน้ารูปที่แสนงดงามนั้น ไม่มีกระถางธูปตั้งอยู่......เรียวก้าวช้า ๆ ด้วยแข็งขาที่อ่อนแรงลงเต็มที ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าโต๊ะ เรื่องราวเมื่อคืนผุดฉายซ้ำไปซ้ำมา ปวดร้าวจนถึงลำคอ..... ความสับสน .... ความมึนงงประเดประดังเข้ามา ....จนนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเนินนาน “เค้าเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อน หมอพยายามยื้อชีวิตเค้าไว้ในห้องไอซียูเกือบอาทิตย์ แต่เค้าคงสู้ไม่ไหว.... คืนสุดท้ายก่อนที่เค้าจะจากไป เค้าเรียกแต่ชื่อของเรียวจัง... จนป้าเองยังอดน้อยใจเสียไม่ได้” เรียวปักธูปลงในกระถางก้มลงมองอีกเมื่อแม่ของฮิโรกิวางกล่องไม้ใบย่อมไว้ตรงหน้าเค้า “คำสั่งเสียสุดท้ายของเค้า.... เค้าขอร้องว่าต้องให้กับมือเรียวจังให้ได้...” เรียวเอื้อมมือคว้ากล่องที่ว่าเข้ามาด้วยมือที่สั่นเทาเต็มที.... ก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก.......สิ่งแรกที่เห็นทำเอาเค้าแทบครางออกมา.... รูปของเค้าสมัยประถม.... มาอยู่ที่ฮิโรกิได้ยังไง รูปที่ทำให้คนตัวเล็กถึงกับขำจนน้ำหูน้ำตาไหล แถมบอกว่าเหมือนลิงหัวแหลมยังไงยังงั้น เรียวสะดุดตากับอะไรบางอย่าง... กระดุมเม็ดสีดำที่นอนกลิ้งอยู่ข้างใต้กล่อง... เป็นกระดุมเสื้อของเค้าอีกเหมือนกัน ไหนฮิโรกิบอกจะเอาไปให้เด็กรุ่นน้องนี่น่า.... แต่ทำไมกลับมาอยู่ที่ฮิโรกิได้..........และสุดท้ายมือใหญ่ก็หยิบกระดาษสีขาวที่ถูกพับไว้อย่างดี... ค่อย ๆ คลี่มันออกด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า แปลบลึกกับตัวหนังสือขยุกขยิกในแต่ละบรรทัดนั้น ถึง... เรียว ( เพื่อนรักของฉัน ) ..... ถ้านายได้อ่านจดหมายนี้ก็คงแสดงว่าฉันคงได้ไปจากโลกนี้แล้ว จำได้มั้ยเรียวว่าเราสองคนรู้จักมากี่ปีแล้ว ดีใจมากนะที่ไดพบกับนาย... คงจะเห็นของในกล่องด้วยแล้วใช่มั้ย อย่าโกรธฉันนะที่โกหกนายมาตลอด ตอนเด็ก ๆ นายน่ารักจะตายหน้าก็ไม่ได้เหมือนลิงหัวแหลมด้วย..... ยกโทษให้ฉันนะที่เอารูปของนายมาโดยไม่ได้ขออนุญาตแต่ฉันชอบรูปนี้มากเลยนะ......เวลาฉันเหงาหรือเศร้าทีไรแค่หยิบรูปนายขึ้นมาด ูเป็นต้องยิ้มออกซะทุกที..... แล้วก็กระดุมเสื้อของนายอีก.... ยกโทษให้ฉันอีกได้มั้ยที่โกหกว่าจะเอาไปให้คนอื่น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วฉันอยากได้เองต่างหาก..... แต่ไม่รู้จะบอกนายตรง ๆ ว่ายังไงดี ช่วยยกโทษให้ฉันในทุกสิ่งทุกอย่าง...... แม้กระทั่งเรื่องฉันไม่เคยมองนายเป็นแค่เพื่อนมาตลอด ... จะเกลียดฉันมั้ยถ้าฉันจะบอกว่า... เพื่อนายคนนี้ทรยศต่อมิตรภาพที่แสนดีของพวกเราไปแล้ว แต่ถึงนายจะโกรธจะเกลียดฉันยังไง ฉันก็คงไม่รับรู้อยู่ดีเพราะฉันไปอยู่ในที่อีกที่หนึ่งแล้ว ......ลาก่อนนะ.....เรียว ยังไงก็อย่าลืมฉันนะ....จะจดจำฉันในฐานะอะไรก็ได้....แต่อย่าลบเลืมฉันเท่านั้นก็พอ รัก ฮิโรกิ ( เพื่อนรักของนาย ) กระดาษแทบจะหลุดจากมือ.... ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วในวินาทีนี้ มีเพียงเรื่องราวเก่า ๆ ที่ฉายซ้ำอยู่ที่เดิม ทั้ง ๆ ที่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกด้วยความทรมานมาตลอด... ทั้ง ๆ ที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ของกันและกัน ทั้ง ๆ ที่คิดตรงกัน.... ทั้ง ๆ ที่มีความรู้สึกเหมือนกัน... ทั้ง ๆ ที่ต่างก็รักกัน.... แต่ทำไมถึงต้องมารู้เอาวันที่อีกฝ่ายไม่อยู่เสียแล้วล่ะ...... +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา.... เรียวเปิดเปลือกตาขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะหรี่ลงเพราะแสงระยับพวกนั้นแยงม่านตาให้รู้สึกแสบอยู่ไม่น้อย..... ก่อนจะลุกขึ้นจัดการพับเก็บฟูกหนาที่ใช้นอนมาทุกคืนแทนการนอนบนเตียงใหญ่นับตั้งแต่วันที่กลับจากบ้านครั้งนั้น.....เพราะเป็นความทรงจำสุดท้ายที่ได้ใกล้ชิดกับฮิโรกิ ไออุ่นที่เคยกรุ่นกรายใต้ผ้าผืนนี้ไม่เคยจางหายไปเลยทุกทีที่เอนกายลง.... ทุกทีที่ได้ยกผ้าห่มขึ้นคลุม ก็เหมือนได้โอบกอดฮิโรกิไว้เฉกเช่นวันนั้นทุกครา..... มือหนาแหวกผ้าม่านสีสวยสดออก... เปิดรับแสงแดดยามเช้า กระตุ้นความกระชุ่มกระชวยภายในร่างกายให้ตื่นก่อนจะทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ ริมหน้าต่าง...หยุดสายตาไว้กับกล่องไม้กล่องเดิม.... กล่องที่ได้รับมาจากแม่ของฮิโรกิเปิดมันออกเหมือนกับทุกวัน...เพราะนอกจากรูปและกระดาษจดหมายพวกนั้นยังมีอีกสิ่งที่ฮิโรกิทิ้งไว้ให้.....เรียวหยิบไดอารี่เล่มโตที่นอนนิ่งอยู่ใต้กล่องนั้นขึ้นมา... แม้จะอ่านเป็นรอบที่ร้อยแล้ว แต่ก็ไม่เคยเบื่อที่จะอ่านมันซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น......... Hiroki’s Diary….. 1999/xx/x < เปิดเทอมวันแรก > วันนี้ทำนิสัยไม่ดีเลย ดันไปขอสลับหมายเลขที่นั่งกับคนในห้องทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักกันดีด้วยซ้ำ เพราะอยากนั่งข้าง ๆ เค้าคนนั้น ดีใจที่ได้คุยกัน เห็นเค้าแนะนำตัวมาว่าชื่อ นิชิกิโด เรียว ... ตั้งแต่นี้ต่อไป ชีวิตม. ปลาย คงหน้าสนุกไม่น้อย... ฝากตัวด้วยนะ... นิชิกิโดคุง.... 2000/xx/x เรียวเขินหน้าแดงใŪ |