|
2007-05-26 Sat 15:08
รวมเล่ม ColourFul==>> http://nakanehoneybee.blog84.fc2.com/blog-entry-41.html
![]() Title : Un - Finished ... Cast : Ryo & Tomo & Uchi Pic design : Pla-kung Author : nakane_honey bee Request : harutoakira (หลานรัก) Chapter ' 6 ..." จูบแรก "..... การถ่ายทำโฆษณาถูกเริ่มขึ้นในวันถัดมา... แสงแดดยามเช้ากับทิวทัศน์รอบ ๆ ไร่โยโกยาม่าทำให้แต่ละซีนที่ถูกวางไว้ ผ่านไปได้ด้วยดี... จนมาถึงซีนไคล์แมกซ์ ตามที่ตกลงไว้กับนายแบบนางแบบไม่มีปัญหาใดใด... “เดี๋ยวขอให้จูบแบบลึกซึ้ง... เหมือนคู่รักกันจริง ๆนะ” ผู้กำกับสั่งทั้งนายแบบและนางแบบอีกครั้ง ก่อนจะจัดการเรื่องแสงและมุมกล้อง ยามะพีที่ยืนควบคุมการถ่ายอยู่ตั้งแต่เช้าก็ลุ้นอยู่ว่าซีนไคลแมกซ์จะออกมายังไง โดยมีโทมะยืนอยู่ข้าง ๆ…. เมื่อคืนหลังจากวางโทรศัพท์จากคาเมะ... คำพูดปลอบใจมากมายของเพื่อนรักมันช่วยยามะพีไว้ได้เยอะทีเดียว... “คิดเสียว่า คนบนฟ้าเค้าให้ได้แค่กลับมาพบกันอีกครั้งก็พอแล้วหน่า... โทโมะ อีกอย่างมันก็ทำให้นายได้รู้อะไรต่ออะไรมากขึ้นไม่ใช่หรอ?” ....ใช่แล้วหละ การได้พบกันครั้งนี้ มันทำให้ฉันหูตาสว่างขึ้นมาเยอะทีเดียว ยามะพีลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้า... ลงมาดูแลการถ่ายทำโฆษณาตัวนี้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ไม่ต้องเอาแต่ซุกหน้าร้องไห้อยู่กับหมอนคนเดียวลำพัง... บนห้องพัก เสียงคัทจากผู้กำกับครั้งที่สามแล้วสำหรับซีนจูบของพระนางไม่เป็นที่พอใจ... ดูท่าแล้วตัวนายแบบนางแบบเองก็เริ่มหัวเสียขึ้นมาแล้วเช่นกัน “จูบแบบคนรักกันหน่อยสิ!” เทคที่ห้าหลังจากเสียงสั่งคัทผู้กำกับมือดีก็ตวาดออกมา ทั่วทั้งกองถ่ายถึงกับหน้าซีดเผือดกันตาม ๆ กัน ยามะพีรีบแก้สถานการณ์ด้วยการให้พักกองก่อน... “แล้วจะให้ผมจูบยังไงเล่า?!” นายแบบหนุ่มโวยเข้าให้ทันทีที่ยามะพีเข้าไปคุย เค้ารู้ดีว่าทุกคนต่างก็เต็มที่กับชิ้นงานแล้ว.... แต่เรื่องจะให้ถูกใจผู้กำกับนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง “นึกถึงเวลาจูบกับแฟนสิ.... แฟนที่คุณรักมาก ๆ” วิธีดีที่สุดแล้วในความคิดยามะพีคือการอธิบายออกไปแบบนี้ พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็นรถกระบะสีขาวกลางเก่ากลางใหม่คันที่ตนได้นั่งเมื่อวาน แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าเรือนใหญ่ของไร่... ดวงตากลมโตสบกับคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถโดยไม่ตั้งใจ ยามะพีเม้มริมฝีปากแน่น... ถ้าความเป็นจริงที่ยืนอยู่ตอนนี้มันเจ็บปวดนัก ก็ขอจมจ่อมอยู่กับอดีตที่แสนหวานในวันวานได้ไหม....? ….นึกถึงเวลาจูบกับแฟนสิ แฟนที่คุณรักมาก ๆ.... ถ้าให้ยามะพีนึกถึงคน ๆ นั้น ... ก็กำลังยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าแล้วตอนนี้ “ดูในทีวีสิเรียว... พระเอกกับนางเอกจูบกันน่าโรแมนติกจัง” ร่างบอบบางทีนั่งอยู่ข้างล่างเตียงโดยที่พิงศรีษะไว้กับอกคนรักที่นอนเท้าแขนจ้องทีวีอีกมุมหนึ่งของห้องอยู่ด้วยกัน หลังจากกลับมาคืนดีกัน จนการสอบซ่อมผ่านพ้นไป ยามะพีก็มักจะมารอเรียวทำงานพิเศษที่ร้านต้นไม้ทุกเย็น จนถึงเวลาเลิกงานก็จะแวะหาอะไรกินก่อนจะมานั่งเล่น ดูทีวีที่อพาร์ตเมนต์ของเรียว เรียวบอกเสมอว่า.... อพาร์ตเมนต์ของตนทั้งเล็กและคับแคบ ไม่เหมาะที่จะมานั่งเล่นเอาเสียเลย แต่ยามะพีก็รั้นที่จะมาจนได้ สุดท้าย ๆ ไป ๆมา ๆ ก็มีกุญแจสำรองห้องของเรียวไว้หนึ่งดอก… “ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?” “_________” “เรียว!... ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า ?” ยามะพีหันไป เอามือประคองแก้มคนรักที่ทำหน้านิ่งที่นอนอยู่บนเตียง ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ๆ คบหากันมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่เคยจูบกันสักครั้ง…. “เซี้ยวใหญ่แล้วนะ โทโมะ... เชิญชวนหรือไง?” “อืม...” ร่างบางพยักหน้าหงึก ทำเอาเรียวหัวเราะออกมา... จะเรียกว่าชินกับนิสัยเปิดเผยของยามะพีดีไหม การถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจทำให้ร่างบางอยากได้อะไรแล้วต้องได้... ถ้าสั่งใครแล้วคน ๆ นั้นไม่ทำตามก็จะโกรธ แม้เรียวจะเคยชินกับนิสัยเหล่านั้นของคนรักแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะยอมตามใจไปเสียทุกเรื่อง... แต่การเอาแต่ใจครั้งนี้.... ก็ชวนทำให้เค้าปั่นป่วนได้ไม่น้อยทีเดียว เรียวได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ร่างบางใช้ประจำลอยเข้ามาในจมูก มันเป็นสัญชาตญาณโดยทั่วไปของมนุษย์ที่ยากเหลือเกินที่จะไม่เคลิบเคลิ้มตาม... “ไม่จูบก็ไม่จูบ... ฉันไม่ง้อแล้ว!” ยามะพีบ่นอุบอิบทำท่าจะลุกขึ้นเมื่อเรียวยังเอาแต่นิ่ง ก็เปิดโอกาสให้ถึงขนาดนี้แล้วนี่ ต้องให้แกล้งทำเสื้อหลุดเลยหรือยังไงถึงจะกล้าทำ.... “อ๊ะ!....” กระเป๋าทีคว้าไว้เตรียมจะกลับร่วงลงกับพื้น เมื่อถูกคว้าเอวให้ลงไปนอนอยู่บนตัวของเรียวก่อนเจ้าของห้องสุดหล่อจะพลิกตัวขึ้นมาทับไว้แทน... “อย่าไปเชิญชวนใครเค้าแบบนี้อีกนะ มันไม่ดีรู้ไหม?” เรียวเอานิ้วจิ้มๆ ที่จมูกโด่งรั้นของคนรักก่อนจะกดริมฝีปากปิดลงกลีบปากอิ่มช่างยั่วยวนนั่น ไม่ใช่ว่าเค้าไม่อยากทำแบบนี้กับยามะพีแต่เค้าต้องการให้ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้กันและกันให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย...ก็เท่านั้นเอง..... เรียวปากและปลายลิ้นชื้นตวัดหาความหอมหวานจากช่องปากของร่างข้างใต้อย่างยากจะถอนตัว ดวงตากลมโตที่เคยแต่จะเอาแต่จ้องหน้าเค้าอยู่เสมอเวลานี้หลับปี๋... มันน่ารักเสียจนเรียวเองก็ตัดใจให้ละจูบออกมาไม่ได้ง่าย ๆ เอาเสียเลย….. หัวใจของยามะพีตอนนี้ระทึกไปหมดกับรสจูบแสนหวานของเรียว.... มากกว่านี้ก็ให้ได้... .................................. ..................... ............. .......มากกว่านี้ต่อให้เป็นความต้องการของเรียว ...................................... ..................... ...............ฉันให้เรียวได้หมดจริงๆ แค่ขอให้เรียวรักฉัน เหมือนที่ฉันรักเรียว .....เท่านั้นก็พอ เสียงหอบหนัก ๆ ดังออกมาจากร่างบอบบางทันทีที่เรียวยอมถอนริมฝีปากออก ใบหน้าหวานสีน้ำผึ้งร้อนวาบจนราวจะไหม้เสียให้ได้ เมื่อคนรักยังนอนกอดไว้อย่างนั้น จ้องลงมาด้วยนัยน์ตาวาววับ… “ถ้ามากกว่านี้ เห็นทีนายจะแย่” เพราะได้ยินเสียงหัวใจของยามะพีเต้นแรงเสียจนเค้ากลัวว่าอาจจะช๊อกหมดสติไป เรียวจึงตัดใจจากกลีบปากอิ่มของคนรัก... เค้ากดจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนเบา ๆ อีกครั้งก่อนจะลุกขึ้น “มืดแล้ว.... เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง” เรียวช่วยปัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้คนรักที่ตอนนี้มือไม้สั่นเสียจนไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นมาเสยผมตัวเอง... อย่างที่ใครต่อใครเค้าว่ากัน เวลาที่เห็นลูกม้าแสนสวยสิ้นพยศแล้วมันน่าดูแบบนี้นี่เอง ยามะพีที่ดูทั้งเซี้ยวทั้งซ่าส์เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัย..... แท้จริงแล้วก็แค่เด็กผู้ชายอ่อนต่อโลกคนหนึ่งเท่านั้น “เรียวเป็นจูบแรกของฉัน....” “อืม.... ฉันรู้” .................................. ..................... ............. ....... ... .. “คุณโทโมฮิสะครับ ผมขอลองอีกครั้งละกัน” ภาพฝันแสนหวานในวันวานมลายหายวับไปกับตา เมื่อนายแบบหนุ่มสะกิดเรียก ยามะพีละสายตาจากใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆกับรถกระบะคันนั้น กัดปากตัวเองจนเจ็บ.... จูบแรกที่ยินยอมพร้อมใจมอบให้เรียวสมัยเรียนนั้น จนวินาทีนี้ก็ยังรู้สึกอุ่น ๆ ที่ริมฝีปากตัวเองอยู่ เพราะสำหรับฉันแล้วเรื่องของเรียว มันไม่เคยหล่นหายไปจากหัวใจฉันแม้แต่สักเรื่องเดียว .... จดจำมันได้บ้างไหม..... เรียว จดจำเหมือนกับที่ฉันจดจำมันบ้างหรือเปล่า ? ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.... กับความเจ็บปวดเดิม ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า.... กับบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย แต่ทำไมกันนะ.... ถึงต้องเป็นคนนี้คนเดียว ที่สั่งหัวใจให้ลืมไม่ได้เสียที ยามาชิตะ โทโมฮิสะคนนี้.... เป็นหนี้ชีวิตของผู้ชายที่ชื่อนิชิกิโด เรียวหรือยังไงกัน ? “โทมะช่วยดูส่วนที่เหลือทีได้ไหม ผมอยากขอตัวไปพักสักหน่อย” ร่างบางเอยขอกับผู้ร่วมงานอีกคน เวลานี่เค้ารู้ตัวดีว่าทำงานต่อไปก็ไม่มีสมาธิจริงๆ... ในหัวมีแต่เรื่องระหว่างตัวเองกับเรียวทั้งนั้น โทมะพยักหน้าให้ตามที่อีกฝ่ายขอ อดห่วงไม่ได้ว่ายามะพีเป็นอะไรขึ้นมาอีก ยิ่งเห็นว่าเดินหายไปทางหลังเรือนใหญ่ก็ยิ่งเป็นกังวล แต่ก็ต้องรับผิดชอบในชิ้นงานที่ถูกอีกฝ่ายไหว้วานไว้... ยามะพีทรุดนั่งลงบนม้านั่งสีเปลือกไม้.... รอบข้างไร้ซึ่งผู้คน เป็นการดีเหลือเกินกับการปลีกตัวมาปรับสภาพอารมณ์และความคิดตัวเอง มือบางล้วงซองบุหรี่ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงค่อยๆ จุดมันสูบด้วยความเคยชิน ...เวลาที่ต้องอยู่คนเดียว ยามะพีก็ได้มันนี่แหละ ที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเสมอ... คาเมะมักเตือนบ่อย ๆ ว่าอย่าสูบให้จัดนัก มันไม่ดีต่อสุขภาพ เค้าเคยหัวเราะกลับไปไม่ใส่ใจกับความห่วงไม่เข้าเรื่องของเพื่อนรัก... ยามะพีไม่ได้ติดบุหรี่แต่ก็เลือกที่จะพกติดตัวไว้ตลอด แล้วก็แค่สูบเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น “สูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน โทโมะ?” ยามะพีลดมือที่คีบมวนบุหรี่ลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเป็นเรียวที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า... น้ำเสียงของเรียวมีแต่ความแปลกใจ ร่างบางตัดสินใจไม่ถูกว่าจะตอบไปอย่างไรดี... แม้จะไม่ได้คบกันแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้เรียวต้องเห็นตนในสภาพเช่นนี้เอาเสียเลย.... “เรียกฉันว่าโทโมะแบบนั้น.... ไม่กลัวว่าถ้าแฟนของเรียวมาได้ยินเข้าจะไม่พอใจหรือไง?” “อย่ารวนไปเรื่องอื่นได้ไหม ฉันถามเรื่องที่นายสูบบุหรี่อยู่” “อย่าใช้น้ำเสียงเหมือนตอนที่เราเคยคบกันสิ... ถ้าเป็นตอนนั้นฉันอาจจะเกรงใจเรียว” ยามะพีมองตาไม่ยอมหลบ มิหนำซ้ำยังอัดเจ้าควันสีขาวขุ่นนั้นเข้าปากไปต่อหน้าต่อตาคนถามทั้งอย่างนั้น… “นายเปลี่ยนไปมาก.... มากจนฉันไม่อยากเชื่อสายตา” เรียวพูดพร้อมกับเหยียดยิ้ม.... ชายหนุ่มที่นั่งพ่นควันบุหรี่อยู่พุย ๆ ตรงหน้า ราวกับคนที่ตนไม่เคยรู้จัก สิ่งใดกันทำให้โทโมะที่แสนน่ารักเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ “สูบไหมละ... ฉันมีอีกหลายมวน อ๊ะ!” มือบางที่ยื่นมวนบุหรี่ให้ถูกปัดอย่างแรง ใบหน้าของเรียวเต็มไปด้วยความโกรธ.... กริยาท่าทางแบบนี้เค้าก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากยามะพี “ทำตัวน่ารังเกียจ” “ใครทำให้ฉันเป็นแบบนี้เล่า?!... เรียวเองทั้งนั้น จำไม่ได้หรือไง?!” ยามะพีลุกขึ้นผลักอกอีกฝ่าย ตวาดออกมาเสียงดัง... คนหน้าคมถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ คำตัดพ้อของคนที่กำลังเอาหลังมือป้ายหยาดน้ำตาบนสองข้างแก้มทิ้ง... มันกระตุกหัวใจเรียวให้อ่อนยวบลง “โทโมะ~~...” เรียวเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่วเบา “ฉันสูบมันเพราะฉันเครียด เพราะฉันเหงา... ฉันสูบมันทุกครั้งที่ฉันร้องไห้…เวลาที่ฉันคิดถึงใครบางคน...” ดวงตากลมโตจ้องเขม็ง น้ำตายังคลออยู่ในหน่วยตาที่แดงก่ำนั่น “รู้อะไรไหมเรียว... คาซึยะเคยบอกฉันว่า สูบมันมาก ๆ กลัวไม่ตายไวหรือไง แล้วฉันตอบไปว่ายังไงรู้ไหม... ฉันตอบคาซึยะไปว่าถ้าสูบมากๆ จนตายแล้วลืมเรียวได้... ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ"”น้ำเสียงของยามะพีสั่นสะท้านปนกับสะอื้นไห้ ในตอนแรกที่กลั้นน้ำตาไว้ได้แล้วกลับเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง... ซองบุหรี่ที่กำไว้ถูกปาใส่คนที่เอาแต่ยืนนิ่ง.... ก่อนที่ยามะพีจะเดินหนีมา พาความร้าวรานหนีจากเรียวมา... แต่เหตุใดหนอ ถึงต้องมาชนเข้ากับฮิโรกิที่เวลานี้ยามะพียังไม่อยากจะพบหน้าเอาเสียเลย มันไม่ได้เรียกว่าการชน... ฮิโรกิยืนดูอยู่เงียบ ๆ ตลอด ได้ยินทุกอย่างที่ยามะพีคุยกับคนรักตน “เรื่องของคุณกับพี่เรียวมันจบไปแล้ว... คุณจะพยายามเรียกร้องความสนใจไปถึงเมื่อไหร่” ยามะพีเลิกคิ้ว... เข้าใจดีถึงความรู้สึกของฮิโรกิ แต่เค้าไม่เคยเรียกร้องความสนใจจากเรียวตามที่ฮิโรกิเข้าใจผิดเลยสักครั้ง “ฉันไม่ได้ทำแบบที่นายคิด ขอหละ... อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีก ฉันไม่ชอบ” “ผมก็ไม่ชอบที่คุณทำแบบนั้นเหมือนกัน” “แบบไหน?...” ยามะพีถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ตอนแรกที่พบเด็กคนนี้... เห็นเงียบ ๆ ไม่นึกว่าจะกล้าลุกขึ้นมาพูดกับตนแบบนี้ได้... “ผมไม่รู้ว่าคุณกับพี่เรียวเลิกรากันเพราะอะไร... แต่วันที่ผมได้พบกับพี่เรียว เค้าไม่มีคุณแล้ว” “นายแน่ใจได้ยังไง... ว่าเค้าไม่มีฉันแล้ว” ยามะพียิ้มเยาะออกมา... ไม่ได้ตั้งป้อมจะปั่นหัวฮิโรกิ แต่ในเมื่อเข้ามายุ่งกับตนก่อน เห็นทีจะอยู่เฉยไม่ไหว.... “เห็นสร้อยที่เรียวใส่ติดตัวอยู่ไหม?... เส้นที่มีจี้เป็นลูกโลกกลม ๆ สีทองอันนั้น ฉันซื้อให้เค้าเอง เป็นของขวัญวันเกิดของเรียว ในปีแรกที่เราคบกัน...” ยามะพีเขยิบเข้าไปกระซิบข้างหูฮิโรกิ เมื่อวานที่ได้พบกับเรียวกลางสี่แยกในตัวเมืองนั้น การที่เรียวเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมตอบว่า... จำตนได้ไหม มันสร้างความหวั่นใจให้กับยามะพีไม่น้อย แต่สร้อยเส้นสีทองที่คล้องด้วยจี้รูปลูกโลกอันเล็ก ๆ บนคอของอีกฝ่าย มันทำให้... ยามะพีกล้าที่จะยืนรอฟังคำตอบ เรียวจะให้ฉันคิดยังไง... ในเมื่อเรียวไม่ได้ถอดสร้อยเส้นออก ...............สร้อยเส้นที่เป็นตัวแทนความรัก .................... ...............ของเราสองคน...................... ............................................. To Be Con….Chapter 7 “สัมพันธ์ลึกซึ้ง” +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ เพลงที่ช่วยบิวส์อารมณ์คนแต่งค่ะ หัวใจสั่งให้จำ คนบางคนเข้ามาในชีวิตเรา ไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยเท้า ไม่นานก็โดนเวลาลบไป แต่ว่าคนบางคนเข้ามาไม่นานเท่าไหร่ ทำไมยังจำยังเก็บไว้ ไม่ว่าจะทำอย่างไร ไม่อาจลืมเธอมันเหมือนว่าเธอยังอยู่ อยู่ตรงนี้ ในมุมที่ลึกลงไปในหัวใจ อยู่อย่างนั้น ไม่มีซักวันที่จะลบไป ไม่เคยมีใครซักคนแทนที่เธอได้เลย รัก ยังร้องเรียกเธอซ้ำซ้ำ ล้านคำในทุกนาทีที่หายใจ ก็ไม่รู้ชีวิตจะอยู่ถึงไหน วันสุดท้าย คือวันที่ลืมเธอ ลบไม่ได้หรอกใจมันสั่งให้จำ ลบไม่ได้หรอกใจมันสั่งให้จำ คิดไว้ว่าสักวันเมื่อได้รักใคร ฉันคงจะลืมเธอหมดใจ เพิ่งรู้ว่าถึงทำไปไม่อาจลืมเธอ มันเหมือนว่าเธอยังอยู่ อยู่ตรงนี้ในมุมที่ลึกลงไปในหัวใจ อยู่อย่างนั้น ไม่มีสักวันที่จะลบไป ไม่เคยมีใครสักคนแทนที่เธอได้เลย รัก ยังร้องเรียกเธอซ้ำซ้ำ ล้านคำในทุกนาทีที่หายใจ ก็ไม่รู้ชีวิตจะอยู่ถึงไหน วันสุดท้าย คือวันที่ลืมเธอ หัวใจบอกว่ารัก ยังร้องเรียกเธอซ้ำซ้ำ ล้านคำในทุกนาทีที่หายใจ ก็ไม่รู้ชีวิตจะอยู่ถึงไหน วันสุดท้ายคือวันที่ลืมเธอ ไม่รู้ชีวิตจะอยู่ถึงไหน แต่สุดท้ายฉันก้อคงไม่ลืม หัวใจไม่ให้ลืม ฟังเพลงหัวใจสั่งให้จำ==>> http://www.dseason.com/musicbox.swf?media=2122"%20TYPE="application/x-mplayer2 +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ *วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ............. |

