Un-Finished'8... (RyoPiHiroki)
2007-06-12 Tue 15:15
*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้น ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


Title : Un - Finished ...

Cast : Ryo & Tomo & Uchi

Pic design : Pla-kung
Author : nakane_honey bee

Request : harutoakira (หลานรัก)




Chapter 8 ...."น้ำตา" ....



“ถ้าไม่ไหวยังไง... ก็กลับมานะโทโมะ ชีวิตนายไม่ได้ขึ้นอยู่กับคน ๆ เดียวหรอกนะ จำไว้!” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ...ยามะพีอ่านข้อความจากเมลล์ที่คาเมะส่งมาให้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ยิ่งอ่านก็ยิ่งหักห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ร่วงไม่ได้... ฉันรู้คาซึยะ.... ฉันรู้ว่าชีวิตฉันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เรียวคนเดียว แต่ถ้าไม่มีเรียว ฉันก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม?....



หลังจากรวมรวบกำลังลุกออกมาจากหน้าบานประตูนั้น... ก็โทรหาคาเมะ แทบจะไม่ได้พูดอะไรกับเพื่อนเลยสักคำ แค่ปล่อยให้คาเมะถือสายฟังตัวเองร้องไห้อยู่อย่างนั้น ร้องจนพอ... ร้องจนคิดว่าคงจะไม่มีน้ำตาให้ร้องอีกแล้ว จึงตัดสายวางไป.... และเมลล์ของเพื่อนที่ส่งตามหลังมานี้ เค้ารู้ดีว่าคาเมะก็สุดทนแล้วเหมือนกัน...



สุดทนกับการเจ็บแล้วไม่เคยคิดหลาบจำของเพื่อนที่แสนโง่เง่าคนนี้.....
โทโมฮิสะคนนี้โง่เง่าที่สุดแล้วสินะตั้งแต่นายเคยพบมา..... คาซึยะ??


..................................
.....................
.............




"โทโมะจัง ผมจะพาคุณกลับโตเกียว" เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่เบื้องหน้า... ดวงตากลมโตที่แดงก่ำจนช้ำช้อนขึ้นมอง อีกทั้งยังตกใจกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธนั้นไม่น้อยนัก....


“ผมไม่กลับ!.... อย่ามายุ่งกับผมนะโทมะ ปล่อย!!” ยามะพีดึงแขนตัวเองกลับสุดแรงเมื่อโทมะที่พรวดพราดมาจากไหนไม่รู้ จู่ ๆ ก็มากระชากแขนเค้าไป... จะพาออกไปจากเรือนใหญ่



“รักตัวเองหน่อยได้ไหม? ....คุณทำแบบนี้ต่อไป มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก” โทรศัพท์ในมืออีกข้างร่วงลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นไม้เงาวับ ..... นี่โทมะก็รู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?


สมเพชผมอยู่ใช่ไหม.... คงกำลังเวทนาผมอยู่สินะ โทมะ



“ให้โอกาสผมบ้างได้ไหม...โทโมะจัง ผมจะค่อยๆ รักษาบาดแผลให้คุณเอง.......นะครับ” ร่างของยามะพีถูกรั้งเข้าไปกอด... หลายปีที่ผ่านมา ทุกการกระทำและทุกการแสดงออกของโทมะ.... ใครๆ ก็ดูออกว่ารักเค้ามากแค่ไหน... แต่นี่เป็นครั้งแรก.... ที่ยามะพีได้ยินคำสารภาพรักจากปากของโทมะเอง


คำว่า....รักษาบาดแผล.... มันทิ่มแทงหัวใจของยามะพียิ่งนัก


โทมะไม่มีวันรักษามันหายได้หรอก.. เพราะบาดแผลของผมมันเรื้อรังจนหมดหนทางรักษา
......นอกเสียจากว่า ผมต้องจากโลกนี้ไปเท่านั้นจริงๆ....


อ้อมกอดของโทมะไม่ได้อบอุ่น... แต่มันคือ ที่พึ่งพิงที่เดียวที่ยามะพีพอหลงเหลือในเวลานี้ ใบหน้าอาบน้ำตาซบลงกับอกกว้างนั้นอย่างคนอ่อนแอ ฝ่ามือเจ้าของอ้อมอกกดศีรษะคนตัวเล็กให้ซุกซบอยู่แบบนั้น.... รู้ว่า ต่อให้อ้อนวอนขอโอกาสให้ตายยังไง ชั่วชีวิตนี้เค้าก็คงไม่มีวันได้รับมันอยู่ดี...


แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้ว..... ที่ยามะพีไม่ผลักเค้าออก
เพราะเรื่องของความรัก.... มันบังคับกันไม่ได้ ข้อนั้นโทมะเองก็รู้ดี
เพราะขนาดเค้าเองยังบังคับให้เลิกรักยามะพีไม่ได้ แล้วนับประสาอะไร
ที่จะให้ยามะพีเลิกรักใครบางคน..................ใครบางคน คนนั้น


“ถ้าลืมนึกไปว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านตัวเอง... ผมก็จะช่วยเตือนให้ ทำอะไรกันคิดถึงเจ้าของบ้านเค้าบ้าง” ยามะพีสะอึกจนหน้าชาวาบ เมื่อเสียงคุ้นหูของคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นบน พูดออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจ... หลังมือขาวป้ายน้ำตาทิ้งลวก ๆ หลังจากผละตัวออกจากโทมะ หันมาจ้องหน้าของเรียวที่ยืนอยู่ตรงเชิงบันไดกับฮิโรกิ


เพียงแค่นึกถึงภาพที่เรียวกับฮิโรกิก่ายกอดกันยังหลังบานประตูนั้น.... หัวใจก็เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง


เพราะคนที่เรียวทำเรื่องพวกนั้นเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ใช่ไหม?....
เรียวถึงไม่ต้องนึกถึงหน้าใคร แต่ถ้ามันไม่มากจนเกินไปนักแล้วหละก็....
ช่วยนึกถึงหัวใจฉันบ้างได้ไหม? หัวใจของคนที่เรียวทำร้ายมันแล้วทำร้ายอีก
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งดวงนี้.....................ว่ามันใกล้จะไม่เหลือชิ้นดีเข้าไปทุกทีแล้วนะ


ที่ฉันกอดกับโทมะ.... ยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่เรียวกับเด็กคนนั้นทำให้ฉันเสียใจเลยด้วยซ้ำ


“ขอโทษที.... พอดีมันเคยชินนะครับ” ยามะพีตวัดหน้าควับไปตามเสียง ๆ นั้น เป็นโทมะที่กล่าวมันออกมา.... ไม่อยากจะเชื่อหูกับคำพูดแบบนั้น ชายหนุ่มผู้สุภาพและแสนอ่อนโยนในความคิดของยามะพี ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าจะพูดจาด้วยน้ำคำแบบนี้ได้....


“ถ้าเคยชินซะขนาดนั้น... คงจะไม่ใช่แค่ที่ทำให้เห็นหรอกสินะ”


“พูดอย่างนั้น โทโมะจังก็เขิลแย่สิครับ ไม่เอาแล้วดีกว่า ผมขอพาโทโมะจังออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนละกัน.... ขอโทษนะครับที่ทำเรื่องไม่ค่อยดีให้พวกคุณเห็น.... ไปกันเถอะ โทโมะจัง” คำพูดที่ให้เกีรย์ติเจ้าของบ้านอย่างที่คนฟังแทรกขัดไม่ได้.... ไม่เพียงแต่เรียวที่อึ้งไป ทั้งฮิโรกิและยามะพีเองก็อึ้งจนคิดหาคำพูดใดใดออกมาไม่ได้เลย



โทมะทิ้งถอยคำที่จุดอารมณ์ของเรียวไว้ก่อนจะคว้ามือยามะพีก้าวออกจากเรือนใหญ่ไป ไปท่ามกลางความเงียบงันนั้นๆ.... มันไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่การเย้ยเยาะ ที่โทมะทำแบบนั้นเพียงต้องการช่วยคนที่ตนรัก.... ความอ่อนแอของโทโมะจังผมจะเป็นเกราะกำบังให้มันเอง.... ผมให้เวลาคุณอ่อนแอได้ แต่อย่าให้นานเกินไปแล้วกันนะครับ...


แล้วเมื่อถึงวันนั้นผมจะปล่อยมือจากคุณ.............

..................................
.....................
.............




“พี่กลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะมารับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน” เรียวหันไปบอกคนรักที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เป็นครั้งแรกที่เรียวไม่กล้าสบตากับฮิโรกิได้ แล้วชายหนุ่มก็ก้าวได้เพียงสามก้าวเท่านั้น.... คนที่ตนทิ้งไว้เบื้องหลังก็เอ่ยบางคำออกมา....



“ผมอิจฉาสายตาแบบนั้นของพี่เรียว....” สายตาที่ดุดันแต่แฝงด้วยความเจ็บปวด... สายตาที่เกรี้ยวโกรธแต่แฝงด้วยความสับสน.... สายตาที่มันแสดงออกมาจนปิดไม่มิดว่า .....หวงแหน.....แบบนั้น...... ผมอิจฉามันที่สุด


“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเค้าแล้ว ฟังกันบ้างสิ ฮิโระ….”



“ผมฟัง..... และพยายามเชื่อ แต่คนที่บอกให้ผมฟังไม่เห็นทำให้ผมเชื่อแบบนั้นเลยนี่ฮะ ที่พี่เรียวกอดผม... จูบผมบนห้องนั้น พี่เรียวฝืนทำมันหรือเปล่า??”


“จะบ้าไปใหญ่แล้วฮิโระ เรื่องพวกนั้นมันฝืนกันได้ที่ไหนเล่า?!” น้ำเสียงนั้นตวาดออกมาจนฮิโรกิเองตกใจ พี่เรียวตวาดผมเพราะคุณโทโมฮิสะ.... แลกกับการถูกตบแรง ๆ ที่หน้าสักร้อยครั้ง.... จะเจ็บน้อยกว่าน้ำคำและการกระทำของพี่เรียวตอนนี้ได้ไหมนะ......?


“ผมไม่รู้ว่าผมเป็นคนรักที่ดีพอของพี่เรียวหรือเปล่าที่ผ่านมา.... แต่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าผมรักพี่เรียวคนเดียว คำรับปากส่ง ๆ ของพี่เรียวที่พูดกับพี่ยู... ผมก็ดีใจนะ ดีใจทั้ง ๆ ที่ผมรู้ว่า อาจจะกำลังถูกหลอกอยู่ก็ได้” นัยน์ตาของเรียวอ่อนแสงลง.... น้ำใส ๆที่คลออยู่ในดวงตาวาวของคนรัก มันฉุดสติเค้าให้คืนมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
แต่มันก็ไม่ทัน...............



“ฮิโระ!” มือที่ยื่นไปหมายจะคว้าคนที่สะบัดหน้าหนีแต่สุดท้ายกลับได้เพียงแค่อากาศว่างเปล่าเท่านั้นมา ฮิโรกิวิ่งขึ้นชั้นบนไปไม่ฟังคำทัดทานใดใดของคนรักอีก..... ต่อให้ชอบออดอ้อน.... ชอบเอาอกเอาใจเรียวเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยร้องไห้ออกไปให้เห็น.... น้ำตาไหลพรากลงมาตามสองแก้มเมื่อมาล้มตัวบนเตียงตัวเอง.... ไออุ่นของคนรักยังกรุ่นกรายอยู่บนปอกหมอน.... กลิ่นของคนรักยังซึมซับอยู่บนเนื้อผิวของผ้าห่มผืนสวย… ร่องรอยทุกร่องรอยของคนรักก็ยังตราตรึงอยู่บนผ้าคลุมเตียงผืนนี้.........


ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงนิดเดียว.. ที่ให้ริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นประทับลงบนทุกตารางนิ้วของร่างกาย
วงแขนแข็งแรง...... แผ่นหลังชุ่มเหงื่อ.....การล่วงล้ำที่แสนหวานก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง……..
ณ เวลาสั้น ๆ ของความสุขนั้น บัดนี้กลับเจ็บแสนเจ็บ ......เจ็บเสียจนแทบพรากลมหายใจไปเสียให้ได้ทีเดียว

ผมเป็นของพี่เรียว.... หมดทั้งตัว... หมดทั้งหัวใจ
แต่พี่เรียวละฮะ..... แค่ตัวเท่านั้นหรือเปล่าที่เป็นของผม

หรือว่า..... มันไม่ใช่ของผมเลยสักอย่างเดียว..............
..........................ไม่ว่าจะเป็นตัวหรือหัวใจของพี่เรียว




เรียวเดินไปยังรถตัวเองที่จอดไว้หน้าเรือนใหญ่ เค้าหันเข้าไปมองในตัวบ้านของคนรัก.... คนรักเค้ากำลังร้องไห้..... เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านบานประตูกรีดเนื้อหัวใจเค้าเป็นแผลยาวและลึกเหลือเกินตอนนี้ ใช่ว่าเค้าไม่เจ็บปวด ใช่ว่าเค้าไม่ทุกข์ทรมาน.... อยากผลักบานประตูนั้นเข้าไป คว้าร่างของคนรักที่กำลังอ่อนแอนั้นมาซุกไว้ในอกเค้า อยากรองรับหยาดหยดน้ำตาที่กลั่นมาจากหัวใจที่รวดร้าวพวกนั้นเอาไว้.... แต่ก็จำต้องตัดใจเดินลงจากบันไดนั้นมา



“ฉันเข้าไปดูฮิโระเอง.... นายกลับไปก่อนเถอะ เรียว .....ฉันขอร้อง” เค้าปล่อยให้โยโกเป็นคนเข้าไปดูคนรักแทน นั้นไม่ใช่คำร้องขอจากเพื่อนต่อเพื่อน.... แต่มันคือคำร้องขอของพี่ชายคนหนึ่งที่กำลังเจ็บปวดไปกับน้องตัวเอง.....

คำรับปากของฉัน.... ฉันจะไม่ถอนมันคืนแน่ ๆ ให้เวลาฉันอีกนิดนะ...... ยู


ฝ่ามือหนายกขึ้นกำจี้ลูกโลกกลม ๆ บนสายสร้อยสีทอง ใบหน้าของคนที่ให้มาเมื่อหลายปีก่อนยังไม่เคยเลือนหาย.... กับใบหน้าของคนรักที่แว่บหนึ่งมองสร้อยเส้นนี้แล้วหม่นเศร้าบนเตียง ๆ นั้น.....

เรียวรู้ว่าฮิโรกิพยายามไม่มองมันและพยายามเก็บซ่อนน้ำตาไว้ให้ลึกสุดหัวใจ
..................................
.....................
.............

ทุกอย่างกำลังรอให้เค้าปิดฉากมันอยู่..............



บริเวณชานไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากเรือนใหญ่แห่งไร่โยโกยาม่า...ก็กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานของคนสองคน
“ผมขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป....” สีหน้าของโทมะสำนึกผิดขึ้นมาจากใจ จนยามะพีเองก็ยากจะต่อว่าต่อขาน ป่านนี้เรียวคงคิดไปแล้วว่าตนกับโทมะมีอะไรกัน.....วินาทีแรกอยากรีบแก้ต่างออกไปแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบปากไว้.... เพราะสายตาของเรียวแบบนั้น


ถูกทำร้ายมาแสนสาหัสจนปางตาย.... แต่กับแค่สายตาของความไม่พอใจ... ที่แสดงออกมาว่า หวงแหนนั้น โทโมฮิสะคนนี้ก็ลืมมันไปได้หมดในชั่วพริบตา....


“ช่างมันเถอะ.... ผมไม่ถือสาอะไรหรอก”


“ตกลงคุณจะกลับโตเกียวไหม..... ผมจะไปส่งคุณเอง”


“ยังหรอกโทมะ.... ผมยังกลับไม่ได้ ผมรับปากคุณพ่อกับพี่ชายไว้แล้วว่าจะดูแลงานนี้เอง ผมต้องทำให้เสร็จก่อน ผมถึงค่อยกลับ.....” พูดความจริงไปทุกประการ ยังไงเสียหน้าที่ที่ได้คำฝากฝั่งจากพ่อกับพี่ชายก็ต้องทำให้สำเร็จแต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นเหตุผลนั้นเหตุผลเดียวเสียเมื่อไหร่....


หรือที่ยังไม่กลับ.... เพราะจะทำบางสิ่งบางอย่างกันแน่ โทโมฮิสะ?



“โทโมะจัง.... ถึงคุณจะไม่ให้โอกาสผม แต่ผมห้ามความรู้สึกของผมไม่ได้หรอกนะ ผมสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก ขอแค่อย่าเกลียดผมก็พอ......”


“ผมไม่เกลียดโทมะหรอก..... ก็โทมะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมนี่หน่า” ผมให้โทมะได้แค่นี้จริง ๆ อย่าให้ผมต้องลากโทมะมาจมอยู่กับคนไม่รักดีอย่างผมเลย คนไม่รักดีที่ถ้าไม่เห็นความตายมาเยือนอยู่ตรงหน้า.... ก็ไม่มีวันหยุดหาเรื่องทำร้ายตัวเองให้เจ็บไม่หยุดหย่อนอยู่แบบนี้.....



ปล่อยคนไม่รักดีคนนี้ให้จากโลกนี้ไปโดยที่ไม่ให้โทมะต้องเสียใจเถอะนะ….


“โทมะ.....ถ้าผมแค่จะเอาของของผมคืน.... จะเป็นบาปมากไหมนะ”

“โทโมะจัง~~~”

..................................
.....................
.............




เรียวกลับมาถึงบ้านก็พบผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินสวนออกมาจากห้องครัวพอดี.... สัญชาตญาณของคนเป็นแม่มีหรือจะดูไม่ออกว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนกำลังแบกความทุกข์ไว้.....


“ทะเลาะกับฮิโระจังมาหรือเปล่า เรียว?”


“เปล่าครับ.... ไม่ได้ทะเลาะ”


“มีอะไรหรือเปล่าเรียว?”


“ผมทำให้ฮิโรกิเสียใจ.....” คำตอบอย่างลูกผู้ชายไม่ได้ทำให้ผู้เป็นมารดาแปลกใจเลยสักนิด...... เร็วกว่าที่นางคิดไว้มากทีเดียว แว่บแรกที่นางเห็นเพื่อนลูกชายคนนั้น เจ้าของดวงตากลมโตแวววาว...ที่เจือไปด้วยความเศร้าหมอง... นางก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ลูกชายเค้าหลีกหนีมาตลอด มันสุดทางที่จะหนีอีกต่อไปแล้ว......


ความรู้สึกของลูกชายตนที่พยายามถมไว้ในก้นบึ้งหัวใจกำลังจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา.....อีกครั้ง จากคนที่ลูกชายตนพยายามถมไว้ในหัวใจด้วยเช่นกัน.....


“เค้าเป็นเจ้าของสายสร้อยที่ลูกใส่ติดตัวไว้ใช่ไหม เรียว?”



“_____________”



“รูปถ่ายของเค้าใช่ไหม.... ที่ลูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่ยอมให้ใครยุ่ง แม้แต่ฮิโระจัง....”



“_____________”



“แล้วคนที่ลูกไปส่งเค้าที่สนามบินหลังจากงานศพพ่อ.... ก็ใช่โทโมะจังคนนี้ใช่ไหม เรียว?” ฝ่ามือของบุพการีลูบเบา ๆ ที่แก้มลูกชายสุดรัก พอได้แล้วเรียว.... ลูกไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อไปอีกแล้ว ...ถ้าลูกไม่กล้าที่จะอ่อนแอต่อหน้าใคร ....ก็ขอให้อ่อนแอต่อหน้าแม่คนนี้เถอะ แล้วน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาของลูกชายเมื่อนางประคองหน้าให้เงยขึ้น....



“แม่ครับ.... ผมจากเค้ามาเพราะเหตุผลที่จะไม่เป็นการทำร้ายตัวเค้า เพื่ออนาคตของเค้า” เรียวสบตาผู้เป็นแม่.... ที่เงียบมาตลอดเพราะมันถูกทั้งหมดที่แม่เค้าถาม ห้าปีก่อนกับการที่ลูกชายเพียงคนเดียวหอบหิ้วร่างกายที่ราวกับไร้วิญญาณกลับมา..... ทำไมกันคนที่เลี้ยงมากับมือจะไม่รู้ว่า เบื้องหลังที่ลูกชายทิ้งไว้ที่โตเกียวนั้น ไม่ได้คืนหัวใจของลูกชายนางกลับมาด้วย....


เรียวยังพูดไม่หมด... ที่เค้าจากยามะพีมา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ การที่จากมาเพราะความรัก

รักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้กับคนที่รักได้แต่รักที่ยิ่งใหญ่ของเค้า.... กลับถูกประเมินค่าต่ำเทียมเศษหินเศษดินเท่านั้น.....ในสายตาของพี่ชายคนรัก


“ผมเป็นพี่ชายของโทโมะจัง... ขอคุยธุระกับนายหน่อยได้ไหม?” คืนนั้นเมื่อห้าปีก่อนหลังจากยามะพีกลับไปแล้ว ขณะที่เรียวกำลังเดินจะขึ้นบันไดอพาร์ทเมนต์ตามปกติ ผู้ชายภูมิฐานคนหนึ่งที่หน้าตาละหม้ายคล้ายกับคนรักเค้าราวกับพิมพ์เดียวกัน.... อยู่ ๆ ก็เดินเข้ามาตัดหน้าเค้าไว้






“ผมชื่อฮิเดอากิ....”





To be con…Chapter 9……


+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+


Author Talk

เริ่มไปไม่ถูกแล้วหละ .... สับสนอยู่ว่าจะเอาไงต่อ แต่ยังไงก็ขอยืมตัวพี่กี้มาไว้ในฟิคนะปลาคัง ขอบคุณคอมเม้นด้วยค่ะหลากหลายอารมณ์หลากหลายความคิดเห็นเราจะใช้มันเป็นกำลังใจในการแต่งต่อไปค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ

ตอนต่อจากนี้อีกนานหน่อยนะค่ะ เพราะสับสนตัวเองแล้วไปไม่ถูกจริงๆ ขอเวลาไปเคลียร์ตัวเองก่อน เหอๆๆ


*วิธีการเม้น

กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น
ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit
แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย
ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ.............













別窓 | Ryo-x-Pi-x-Hiroki | コメント:35 | top↑
Un-Finished'7... (RyoPiHiroki)
2007-06-03 Sun 15:01
*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้น ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!



รวมเล่ม ColourFul==>> http://nakanehoneybee.blog84.fc2.com/blog-entry-41.html


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


Title : Un - Finished ...

Cast : Ryo & Tomo & Uchi

Pic design : Pla-kung
Author : nakane_honey bee

Request : harutoakira (หลานรัก)



Chapter 7 ..." ยื้อ ".....


โยโกที่เพิ่งกลับมาจากดูงานในไร่ พอเดินเข้าเรือนใหญ่มาก็สวนเข้ากับน้องชายตัวเองเข้าพอดี ... สีหน้าของฮิโรกิซีดเผือดจนผิดปกติ


“เป็นอะไรหรือเปล่า ฮิโระ... หน้าซีด ๆ ชอบกล?” ฝ่ามือใหญ่แตะแก้มน้องชายสุดรัก ...เหลือกันเพียงสองคนพี่น้องแบบนี้ยิ่งทั้งรักทั้งห่วงฮิโรกิเป็นพิเศษ


“ปวดหัวหรือเปล่า บอกพี่มาสิ ฮิโระ?”

“ฮะ... ผมปวดหัว ปวดมาก ๆ ด้วยพี่ยู” โรคประจำตัวเพียงโรคเดียวที่ฮิโรกิเป็นคือ ไมเกรน... มันเป็นโรคที่รักษาไม่มีวันหาย ได้แต่คอยดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ถ้าสภาพอากาศไม่เปลี่ยนมาก... ไม่มีเรื่องคิดให้รกสมองอาการมันก็จะไม่กำเริบ แต่นี่น้องชายเค้ากำลังเก็บเรื่องใดมาคิดกัน ไมเกรนถึงกำเริบขึ้นมาแบบนี้...


“เดี๋ยวพี่พาขึ้นไปนอนดีกว่า ยาอยู่ข้างบนใช่ไหม?”

“ฮะ...” ฮิโรกิยอมเดินตามพี่ชายที่จูงขึ้นบันไดไปอย่างว่าง่าย ไร้กำลังและเรี่ยวแรงจะเดินเองเสียด้วยซ้ำ... ผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วฮะ พี่ยู... ผมจะเริ่มมันยังไง ผมจะจบมันยังไง.... ผมรู้สึกตื่อไปหมดจริงๆ


“ปวดหัวมากเหรอ ฮิโระ.... ไปรพ.ดีไหม?” โยโกเองก็กังวลมากกว่าทุกครั้ง คราวนี้เห็นทีฮิโรกิจะไม่ปวดธรรมดา ๆ ดูจากการที่เห็นน้องชายขยุ้มมือกับผ้าห่มผืนหนาจนแน่น.... แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา เวลาที่เห็นฮิโรกิไมเกรนกำเริบทีไร เค้าเองก็ทำอะไรไม่ถูกทุกที โยโกลูบหัวคนที่นอนบิดตัวด้วยความทรมานบนเตียงปลอบประโลม...ตอนนี้ตัวเค้าเองก็ทรมานไม่แพ้กัน ถ้าเป็นไปได้อยากเจ็บแทนน้องเสียด้วยซ้ำ


“พี่ยู.... อึก .....ผม ปวดหัว” เสียงราวกับจะขาดใจของคนที่ตะกายคว้าแขนเค้าไปบีบไว้เพื่อช่วยบรรเทาความปวดที่ศรีษะ... แรงบีบจากมือฮิโรกิทำให้โยโกรู้ว่า... ครั้งนี้ไม่ใช่ปวดเล่นๆ เสียแล้ว


“เดี๋ยวยาก็ออกฤทธิ์นะ.... เดี๋ยวจะได้หลับ เป็นเด็กดีนะฮิโระ” มันไม่ร้ายแรงถึงขึ้นกับคร่าชีวิตได้....โยโกรุ้ดี แต่กว่าจะข้ามผ่านความทรมานไปได้ในแต่ละครั้ง มันแสนสาหัสยิ่งนัก... นิ้วแกร่งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลซึมหางตาฮิโรกิออกมาไม่ขาดสาย โยโกคิดว่า น้ำตานั้นมันมาจากความทรมานเนื่องจากไมเกรน แต่เปล่าเลย.... น้ำตาพวกนั้นมันมาจากความทรมานในหัวใจของฮิโรกิต่างหาก



“เห็นสร้อยที่เรียวใส่ติดตัวอยู่ไหม?... เส้นที่มีจี้เป็นลูกโลกกลม ๆ สีทองอันนั้น ฉันซื้อให้เค้าเอง เป็นของขวัญวันเกิดของเรียว ในปีแรกที่เราคบกัน...”

..................................
........................
.................
..........
....


ฮิโรกิไม่รู้ตัวว่าทรุดฮวบลงไปนั่งอยู่กับพื้นตรงนั้นนานเท่าไหร่ ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของยามะพีค่อยๆหายไปเท่านั้นที่พอจำได้... ถ้าสิ่งที่อีกคนพูดไม่มีอยู่จริงบนลำคอของเรียว เวลานี้ฮิโรกิอาจจะไม่เป็นเช่นนี้ก็เป็นได้.........


ไม่อาจแน่ใจได้อีกต่อไปแล้ว... ว่าข้างในหัวใจของเรียว แค่เคยมียามะพีอยู่.... หรือว่า ณ เวลานี้ก็ยังคงมีอยู่กันแน่?


วันที่พี่เรียวกอดผมครั้งแรกในฐานะ... "คนรัก"พี่เรียวยังมีคน ๆ นั้นอยู่ในหัวใจของพี่เรียวหรือเปล่าฮะ.................?




“ฮิโระเป็นอะไรไปยู เห็นเด็กในบ้านนายบอกว่า นายให้เอาน้ำขึ้นมาให้” โยโกตวัดหน้ามองผุ้ที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูเข้ามา ไม่แปลกที่เรียวจะขึ้นมาบนนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร เพราะบ่อยครั้งที่เรียวมาค้างที่นี่กับฮิโรกิ... แต่ที่เค้าแปลกใจก็คือ ทำไมสีหน้าของเรียวถึงเต็มไปด้วย.... ความรู้สึกผิด .....แบบนั้น



“ไมเกรนขึ้น..... อยู่ดี ๆ ก็เป็น ไม่รู้ว่าเครียดเรื่องอะไร?”

“กินยาแล้วใช่ไหม?”


“ฉันให้กินแล้ว... แต่คราวนี้เป็นหนักวะ จะครึ่งชม.แล้วยังไม่ทุเลาลงเลย” โยโกเองก็พลอยเครียดไปด้วยอย่างยากจะห้ามได้ ยิ่งเมื่อแรงบีบที่แขนตัวเองไม่ผ่อนแรงลงเลย.... ก็ยิ่งสงสารน้องตัวเองจนจับหัวใจ


“แขนนายแดงหมดแล้ว ลุกขึ้นเหอะ เดี๋ยวฉันดูฮิโระให้”


“แขนฉันเจ็บแค่นี้.... ไม่เท่ากับที่น้องฉันเจ็บหรอก ขอนะ... เรียว อย่าทำให้ฮิโระเสียใจได้ไหม?” เรียวชะงักกับคำพูดของโยโก แววตาของเพื่อนที่เคยเป็นมิตรและมองเค้าด้วยความรุ้สึกดี ๆ มาตลอด ตอนนี้ไม่เหลืออีกแล้ว แววตาของโยโกว่างเปล่าและไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจเหมือนเมื่อก่อน....


“ฉันรับปาก...” น้ำเสียงหนักแน่นและนัยน์ตาเด็ดเดี่ยวของเรียว ทำให้โยโกยอมลุกออกมาปล่อยให้อีกคนได้นั่งลงบนเตียงแทน เรียวสอดแขนเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อให้ฮิโรกิได้จับไว้แทนแขนของโยโก.... แรงบีบจากคนป่วยสร้างความเจ็บให้เรียวไม่น้อย... แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมแสดงสีหน้าใดใดออกมา


ภาพของคนรักที่กำลังต่อสู้กับโรคประจำตัว... มันทั้งฉุด ทั้งรั้งและทั้งเตือนสติของเรียวได้มากทีเดียว
ฮิโรกิไม่ได้ปวดหัวเพราะไมเกรนมานานมากแล้ว... เพราะเค้าใช่ไหม เพราะการกระทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของเค้าใช่ไหม ที่ทำให้ฮิโรกิเป็นแบบนี้...



“พี่ขอโทษ...” กี่ครั้งแล้วที่เรียวต้องเอ่ยคำนี้ออกมา ....ต่อคนรัก คนรักที่ดีกับเค้ามาตลอด


พระเจ้ากำลังเอาคืนเค้าอยู่สินะ?...


ที่ให้เค้าต้องเห็นคนที่สำคัญทั้งสองคนในชีวิต

.........เจ็บปวด เพราะเค้าเพียงคนเดียวแบบนี้........




“ดีขึ้นหรือยัง ฮิโระ” รวมสองชม.ที่ฮิโรกิผล๊อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยา เรียวไม่ได้ลุกไปไหนเลย เค้านั่งอยู่เป็นเพื่อนคนรักตลอดช่วงเวลาที่อีกคนหลับ... คอยลูบศรีษะกล่อมให้เบา ๆ ไม่หวังจะให้ทดแทนกับความทุกข์ที่อีกฝ่ายได้รับ แค่อยากทำในสิ่งที่หัวใจเค้าร่ำร้องลึก ๆ ก็เท่านั้น....


ยิ่งเห็นคราบน้ำตาที่เปื้อนเปอะบนสองข้างแก้มก็ยิ่งเกลียดตัวเอง.... เค้าไม่ได้เลือกฮิโรกิ เพราะเค้าไม่จำเป็นต้องเลือกใครทั้งนั้น.... ฮิโรกิ คือ คนรัก.............และยามะพีคือ คนที่เค้าเคยรักและยังคงไม่หมดรัก


แต่&#