|
2006-12-30 Sat 11:14
Title : ColourFul…7
Cast : Yama-P & Ryochan Author : nakane_honey bee เรียวพลิกดูนาฬิกาข้อมือเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วจนเจ้าตัวก็จำไม่ได้ ห้าโมงกว่าแล้ว....ป่านนี้ยามะพียังไม่มาอีก ทั้งที่นัดกันไว้ว่าเจอกันหน้าซุปเปอร์ตอนสี่โมงกว่าแท้ ๆ…. สักประมาณ 10 นาทีต่อมาก็ปรากฏร่างของคนที่เรียวยืนคอยอยู่จนได้ คิ้วสวยขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่ายามะกลับไม่ได้มาเพียงคนเดียว แล้วถ้าจำไม่ผิด บุคคลที่เดินตามมาน่าจะเป็นคน ๆ เดียวกับที่เจอในคลับ และหน้าสถานีรถไฟคราวก่อนนั่นเอง…. “ โทษทีนะที่มาสาย พอดีติดธุระนิดหน่อย เรียวมานานหรือยัง? “ ยามะพีที่รีบเดินมาอธิบายอย่างกระหืดกระหอบ “ ฉันเป็นคนตรงต่อเวลา.....คิดเอาเองแล้วกันว่าฉันมานานหรือยัง.... “ เรียวตอบตามแบบฉบับของตัวเอง ด้วยสีหน้าราบเรียบและไม่แสดงอารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่ในใจ “ ขอโทษจริง ๆ ธุระมันสำคัญมาก ๆ จนปลีกตัวมาไม่ได้เลย “ ” ความจริงถ้าไม่อยากมาตั้งแต่ทีแรก ก็น่าจะบอกกันตรง ๆ ก็ได้ เสียเวลาให้ยืนคอยเปล่า ๆ “ ” ก็พีคุงเค้าบอกว่าติดธุระ ๆ ฟังไม่เข้าใจหรือไงกัน ห๊ะ?? “ คราวนี้คนที่โพล่งขึ้นมากลับไม่ใช่ยามะพีอย่างที่ควรจะเป็น แต่ดันกลายเป็นคนที่ตามยามะพีมาแทน…. “ ยาสุจัง เสียมารยาทหน่า ให้ฉันพูดกับเรียวเค้าเองเถอะ “ ” ก็ฉันรำคาญแทนพีคุงนี่ พูดภาษาคนแท้ ๆ กลับฟังไม่เข้าใจ “ ” ยาสุ!! “ น้ำเสียงฉอเลาะแต่น่าหมั่นไส้นักในความรู้สึกของเรียวเงียบหายไปเดี๋ยวนั้น เมื่อยามะพีเรียกชื่อยาสุดะเสียงเข้ม…. “ ยาสุจัง...เดี๋ยวสิ ยาสุ “ ยามะพีคว้าคนที่พามาไว้ไม่ทัน ยาสุดะตวัดหางตาให้ทั้งยามะพีและเรียวก่อนจะทำปึงปัง ๆ เดินกลับขึ้นรถยนต์คันหรูไป ยามะพีตัดสินใจจะเดินตามอีก อยากจะพูดจาให้เคลียร์ให้รู้เรื่องและไม่อยากให้ยาสุดะกลับไปทั้ง ๆ ที่ยังค้างคาอยู่อย่างนี้ แต่ทว่าก็โดนดึงไว้ซะก่อน เรียวจับชายเสื้อของยามะพีไว้ “ ถ้าไม่รีบซื้อของ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลามารุกับซูบารุกลับมานะ “ ” เฮ้อ.... เอาไว้ค่อยโทรไปง้อก็ได้ รายนั้น ไป.....รีบ ๆ เข้าไปซื้อกันเถอะ “ ยามะพียอมเข้าไปซื้อของตามที่เรียวบอก แต่คงจะไม่ทันเห็นสินะ ว่าหลังจากที่ตัวเองพูดประโยคนั้นออกมา คนที่ฟังทำสีหน้าอย่างไร ไว้ค่อยโทรง้อเหรอ เค้าคนนั้นคงมีความสำคัญกับนายมากอยู่ทีเดียวนะ ถึงแคร์กันมากขนาดนี้ แคร์ถึงขั้นกลัวว่าเค้าคนนั้นจะโกรธเอาน่ะ…. “ เรียว....เรียว....เรียวจัง “ “ ห๊ะ เรียกฉันทำไม “ คนถูกเรียกหันมองยามะพีที่คอยเดินเข็นรถเข็นตามมา “ ก็ดูสิ ผัดกาดขาวเต็มรถเข็นแล้ว .... ฉันว่าเอาเก็บไปบ้างเถอะ “ “ เอ้ะ ฉันหยิบมาเยอะขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย? “ เมื่อดูตามที่ยามะพีชี้ก็เห็นตามนั้นจริง ๆ หัวผักกาดร่วมสิบหัวถูกวางเต็มรถเข็น จนแทบจะกลายเป็นสวนผักกาดอยู่แล้ว “ เหม่ออะไรอยู่น่ะ เห็นหยิบเอา ๆ แต่ตามองไปไหนไม่รู้ “ ” .......................... “ ” มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า? “ ยามะพีถามออกมาในที่สุด สังเกตอยู่นานแล้วที่เรียวมัวแต่ใจลอยไปไหนก็ไม่รู้ แล้วของที่หยิบมาใส่รถเข็นบางอย่างก็ไม่ใช่เครื่องที่จำเป็นต้องใส่ในหม้อไฟเสียด้วยซ้ำ คิดอะไรอยู่นะ เรียวจัง? “ ใครกันแน่ที่ไม่สบายใจ นายอยากจะตามไปง้อแฟนนายใจจะขาดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? “ เรียวกระแทกผักกาดขาวกลับที่ชั้นขายตามเดิม เมื่อเห็นว่ามันเกินจำนวนที่ต้องใช้จริง ๆ “ ง้อแฟน? หมานถึงยาสุจังน่ะเหรอ “ ” แล้วนายมีแฟนหลายคนหรือไงหละ ถามมาได้ว่าคนไหน “ คราวนี้หันมาประชันหน้ากันตรง ๆ จ้องคนที่ตัวใหญ่กว่าอย่างเอาเรื่อง แต่ยามะพีก็ได้แต่นิ่งเท่านั้น การไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธมันคืออะไรกันแน่ ฉันรอฟังอยู่นะ ยามะพี....พูดมาสิ “ รีบซื้อให้เสร็จเถอะ จะค่ำแล้ว “ แต่คำตอบที่ได้ก็ดันเป็นเรื่องอื่นแทน ยามะพีเดินเข็นรถเข็นนำหน้าไปก่อน ปล่อยให้คนตัวเล็กยืนเคว้งอยู่อย่างนั้น กล้าเดินหนีฉันเหรอ....ยามะพี คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? ถ้าเป็นเมื่อก่อนหากมีใครทำอย่างนี้ใส่ เรียวเป็นต้องออกปากต่อว่าไปแล้ว แต่กับครั้งนี้และกับคน ๆ นี้ ทำไมนะ….. เรียวถึงไม่กล้า..... เพราะกลัวเหรอ...... หรือเพราะขี้ขลาด หรือเพราะ....เพราะ.....เพราะไม่มีสิทธิ์ให้ยามะพีสนใจเค้าคนเดียวต่างหากหละ เป็นแค่ผู้ร่วมอาศัยกันเท่านั้น จะเรียกร้องเอาอะไรจากเค้ามากมายเล่า....เรียว +-+-+-+-+-+--+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ < Ryo & Yama’s Room > “ ไอ้เรียว.....เป็นอะไรวะ ทำไมกินน้อยจัง? “ มารุสะกิดไหลเพื่อนรักที่เอาแต่ถือตะเกียบค้างไว้กลางอากาศตั้งนานสองนานแล้ว ไม่เห็นจะคีบหรือตักอะไรเข้าปากเลย “ หรือว่าซูจังทำไม่อร่อย “ ” บ้าเหรอ ไอ้มารุ อร่อยสิอร่อยจะตาย นี่ไง ๆ เห็นมั้ยว่าฉันกินตั้งเยอะ “ คนตัวเล็กรีบคีบเนื้อในหม้อกินเอาใจคนทำ พร้อมกับยกยอฝีมือปรุงอาหารมื้อนี้ของแฟนเพื่อนตัวเองจนลิ้นรัว ซูบารุจับแขนคนรักไว้เมื่อเห็นว่ามารุยังไม่เลิกสงสัยในตัวเรียวสักที.... แถมทำท่าจะถามต่ออีก.... จึงออกปากใช้ให้ไปซื้อของเสีย “ มารุจัง ช่วยลงไปซื้อเบียร์มาเพิ่มหน่อยสิ ในตู้ใกล้จะหมดแล้ว “ ” อ้าว ทำไมต้องเป็นฉันด้วยหละ ไปด้วย.... “ ” มารุจัง ฉันขอร้อง “ เท่านั้นแหละ มารุจึงยอมลงไปซื้อแต่โดยดี เมื่อซูบารุขอร้องแกมบังคับออกมาซะเด็ดเดี่ยว ....หลังจากมารุลงไปได้ไม่นาน ซูบารุก็เบนความสนใจกับเรียวแทน พลางมองตามสายตาของเรียวที่เอาแต่จ้องไปตรงระเบียงอยู่ร่วมชม.แล้ว ยามะพียึดระเบียงห้องเป็นที่สนทนาโทรศัพท์ตั้งแต่เริ่มกินหม้อไฟกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกคุยง่าย ๆ เสียด้วย ซูบารุถอนใจเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อน ๆ ระบายอยู่บนริมฝีปาก คงรอยามะพีให้เข้ามานั่งกินด้วยกันสินะ……… “ เรียวจัง.... “ เรียกคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ อะไรฮะ ซูบารุ ฝีมือปรุงของซูบารุอร่อยจริง ๆ นะ ผม..... “ ” ฉันไม่ได้ถามเรื่องหม้อไฟสักหน่อย ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่อยากถามเรื่องอื่นมากกว่า “ ” ถามผม? เรื่องอื่น? “ เรียวชี้หน้าตัวเองงง ๆ “ อืม.....ถามเรื่องอื่น.... “ ” ........................... “ ” วันนี้เรียวจังอยากกินหม้อไฟจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ? “ ถามออกไปตรง ๆ ตามที่สงสัย เพราะเท่าที่ฟังจากมารุเล่าเมื่อเย็น ก็รู้ว่าคนต้นคิดจะทำหม้อไฟกินกันก็คือเรียว แถมยังจัดแจงสั่งให้ยามะพีไปซื้อของด้วยอีก ทั้งที่เป็นไปได้ยากมากที่เรียวอยากจะไปไหนมาไหนกับยามะพี….. “ ก็....แค่....เอ่อ.....ผม...... “ ” เรียวจังคิดว่าทำอย่างนี้ดีแล้วเหรอ ดีใจหรือเปล่าที่สั่งเค้าได้น่ะ “ ” ซูบารุพูดเรื่องอะไรนะ ผมไปสั่งใครกัน ? “ เรียวเบือนหน้าหลบสายตาคาดคั้นคนรักของเพื่อน ซูบารุจึงหลุดยิ้มออกมาอีก “ ก็สั่งคนที่เรียวจังกำลังเอาแต่คิดเรื่องเค้าอยู่ในใจตอนนี้ไงหละ “ ” ซูบารุคุง “ คราวนี้นัยน์ตาดำขลับเหลือบมองตกใจ ก็ไอ้คำพูดของซูบารุเมื่อกี้ราวกับว่าคนตรงหน้าเข้ามานั่งอยู่กลางใจเค้ายังไงยังงั้น..... ถึงได้รู้ว่าเค้ากำลังคิดอะไรอยู่…. “ ออกไปตามเค้าเข้ามาสิ ฉันเชื่อว่ายามะพีต้องยอมวางโทรศัพท์แน่นอน หากเป็นเรียวจังไปตามน่ะ “ แล้วคนแนะนำก็ขอตัวลุกไปเอาเนื้อสดจากตู้เย็นมาเพิ่ม ปล่อยให้เรียวนั่งคิดอยู่คนเดียว เวลานี้สิ่งที่อยู่ในใจของเรียว ยังมืดมัวจนมองอะไรต่ออะไรแทบไม่เห็น ต้องการอะไร.... อยากได้อะไร.... หรือหวังอะไร.... ก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้ นัยน์ตาสีดำขลับมองคนที่ส่งเสียงอยู่นอกระเบียงด้วยความลังเล “ ยามะพี “ เดินมาตามแล้ว และเรียกเค้าออกไปแล้ว เรียวบีบฝ่ามือที่จับไว้กับบานประตูระเบียงแน่น “ อ้าวเรียว มีอะไรหรือเปล่า? “ ” เห็นว่าคุยนานแล้ว เลยออกมาดูน่ะ กลัวจะไม่ได้กินกันพอดีเพราะไอ้มารุมันสวาปามจนจะหมดอยู่แล้ว “ ขอโทษนะไอ้มารุเพื่อนรัก.... ที่เอานายมาเป็นข้ออ้างในทางที่ไม่ค่อยดีอย่างนั้น “ โอเค ๆ เดี๋ยวตามเข้าไปแล้วกัน แป๊บนึง “ ” ไม่เป็นไร ไว้รอเข้าไปพร้อมกันก็ได้ “ ให้ตายเถอะ ตั้งแต่เกิดมา นิชิกิโด เรียว ไม่เคยออกปากรอใครอย่างนี้เลย คนตัวเล็กกอดอกยืนพิงบานประตูตั้งท่าจะรอจริง ๆ ตามที่บอก ทำให้คนคุยโทรศัพท์ติดพันอยู่อึกอักขึ้นมานิด ๆ….. “ แค่นี้ก่อนแล้วกันยาสุจัง ไว้เจอกันที่เดิมนะ “ ครู่ต่อมาเรียวก็ได้ยินสิ่งที่ต้องการที่สุดพร้อมกับสิ่งที่ไม่อยากได้ยินที่สุดเหมือนกัน ..... โทรง้อกันเรียบร้อยแล้วสินะ.... จอรอให้ข้ามคืนสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือไงกัน…. “ ไปเถอะ เข้าไปข้างในกัน “ +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ < Yamapee’s Room > หลังจากหม้อไฟมื้อใหญ่จบลง เรียวกับซูบารุก็ขันอาสาล้างจานทั้งหมด ส่วนยามะพีกับมารุก็นั่งเล่นเกมส์กันจนเสียงดังล้งเล้งน่าหนวกหู....หากแน่กลับทำให้คนที่ยืนล้างจานอยู่ไม่รู้สึกเบื่อสักนิดท ี่จะฟัง และเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มได้ที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอน... เรียวตั้งปลุกในมือถือตัวเองเพื่อเตรียมไปเรียนในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะยัดไว้ใต้หมอน..... หมอนซึ่งวางบนที่นอนของยามะพี คืนที่สามแล้วสำหรับการนอนด้วยกัน...สายตาคมมองคนข้าง ๆที่ยังอ่านหนังสืออะไรไม่รู้อยู่เงียบ ๆ “ง่วงแล้วเหรอ?” ยามะพีเหมือนรู้ว่าถูกลอบมองอยู่ เอ่ยถามออกมาโดยที่ตาไม่ได้ละจากหนังสือสักนิดเดียว....เรียวพลิกตัวหันหลังให้... “อืม...ง่วง” “ทำไมไม่บอกเรื่องที่ยาสุจังโทรมาเมื่อเช้าหละ?” “___________” ดวงตาที่ปิดไปเมื่อกี้โพลงเบิกออกมาเดี๋ยวนั้น...คิดว่ายามะพีจะไม่สนใจเรื่องนี้แล้วด้วยซ้ำ นี่คือสาเหตุที่ยามะพีมึนตึงกับเค้าตลอดมื้อค่ำใช่มั้ย... “เรียว...ฉันถาม ?” “....ลืม...!!” “แน่ใจ ?” “แล้วฉันจะโกหกนายทำไมหละ...หัดเอาหัวโต ๆของตัวเองคิดซะบ้างสิ!!” เรียวยังคงหันหลังตอบทั้งอย่างนั้น...สองมือขยุ้มชายผ้าห่มจนยับย่น....มันไม่ใช่ความโกรธ....มันไม่ใช่ความไม่พอใจ แต่มันเป็นความรู้สึกบางอย่าง....ที่ไม่เคยมีให้กับใครเลยตั้งแต่เกิดมา... “ถ้าลืมก็แล้วไป....นอนเถอะ” ยามะพีปิดโคมไฟหัวเตียงหลังจากเก็บหนังสือเข้าลิ้นชัก....แน่ใจแล้วว่าคุยไปก็ไม่รู้เรื่องหากเรียวยังเอาแต่หันหลังอย่างนี ้....ความจริงเค้าไม่คิดจะรื้อฟื้นถามแล้วซะด้วยซ้ำ....แม้จะติดใจอยู่มากกับการที่เรียวปิดเรื่องที่รับโทรศัพท์แทนเค้า...ปิดเ รื่องที่ยาสุดะวานให้ช่วยหากำไลข้อมือ....นายปิดฉันเพราะอะไรนะ....เรียว ตอนนี้ไฟในห้องห้องมือสนิท....เสียงต่างๆ ก็พลันเงียบหายไปด้วย....เรียวนึกขอบคุณยามะพีที่ยังพลิกตัวไปมาอยู่หลายที จนเตียงไหวเพราะจะได้แยกไม่ออก....ว่าที่เตียงสั่นอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะยามะพีพลิกตัว....หรือว่าจากการที่เรียวแอบสะอื้นอยู่กันแน่... หากตอนนี้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กชายเรียวจัง...ตัวจ้ำม่ำเมื่อครั้งอนุบาล....แล้วคุณครูประจำชั้นคนสวยเดินเข้ามาถามว่า... .โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ ?....เด็กชายเรียวจังคงจะตอบว่า....อยากเป็นคนเข้มแข็งมั้งครับ... เพราะว่าเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่...จะได้ไม่ต้องร้องไห้....เหมือนกับที่ตอนนี้กำลังเป็นอยู่ยังไงหละ... **แอบสงสารเรียวอะ....จากคนแต่งเองค่ะ หุ หุ To Be Con….part 8 *วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ............. |
|
แง๊~~~ พาร์ทนี้น้องพีใจร้าย
ใจร้ายๆๆๆๆ สงสารเรียวจังอ่ะ แง๊~~~ อย่าร้องนะโอ๋ๆๆ คนแต่งแต่งเองยังสงสารเองเลยนะเนี่ย รู้สึกผิดต่อคนที่ตัวเองรักน่ะ
เป็นสิ่งที่ดีน้าเรียวจัง แต่อย่าทำบ่อยๆ ละกัน เพราะการปิดบังความจริง มันเป้นสิ่งที่ไม่ดีนะ ฮึก TT___TT
ยามะพีบ้าาา เอาหัวโตๆไปโหม่งโลกดีกว่า! งืออออออ โถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ น้องเรียวน่าสงสาร
ยาสุจังแย่ อ่าวตรู ค่อดเข้าข้าง ๕๕๕๕๕๕๕๕๕ แงงง เรียวจังอย่าร้องไห้น้า
มะพีไม่ได้ทำไรให้สักหน่อย แค่เครียดเองอะ เรียวจังน่าสงสารจังเลยค่า ความรู้สึกไม่ลงตัว มะพีขา เข้าใจหน่อยน้า ช่วงอ่อนไหว แหมมม พี่ซูก็พูดไรโดนมากค่า |
|
|
||
| 管理者だけに閲覧 | ||
|
|
||
