|
2006-12-30 Sat 11:29
Title : ColourFul…11
Cast : Yama-P & Ryochan Author : nakane_honey bee ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ เรียวพลิกตัวเมื่อเสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นอีก... มันดังมาร่วมสิบนาทีแล้วที่สำคัญไม่ใช่ครั้งแรกที่ดังเสียด้วย ยามะพีไม่ละความพยายามที่จะให้คนตัวเล็กเปิดประตูออกมาคุยกัน ทั้งทีใจเย็นยอมให้ไปกับเพื่อนตัวโย่งที่มหาวิทยาลัย... รอเวลาให้กลับมาแล้วตั้งใจจะเคลียร์อะไรต่ออะไรให้มันคลี่คลายลง... แต่พอเอาเข้าจริงพอกลับมาเรียวก็เดินเข้าห้องไปหน้าตาเฉย... ปิดประตูราวกับปิดตายแยกออกจากโลกภายนอกซะอย่างนั้น "เรียว... ฉันรู้ว่านายยังไม่หลับ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ !" "________" "จะเปิดดี ๆ หรือจะให้ฉันพังมันเข้าไป ห๊ะ ?... ตอบมา !" "________" "เรียว !... ฉันเริ่มหมดความอดทนกับนายแล้วนะ จะเปิดหรือไม่เปิด ?" "ฉันก็หมดความอดทนกับนายแล้วเหมือนกัน... ยามะพี ไปบ้าที่อื่นได้มั้ย ?... คนจะนอน" เรียวเปิดประตูออกผลั๊วะ... ตวาดสวนเข้าให้ ตาสองคู่ที่จดจ้องซึ่งกันและกันไม่ลดละ.... ไม่ใช่เคียดแค้น... ไม่ใช่ชิงชัง ...แต่สิ่งที่ต่างคนต่างมองข้ามกันไปนั้นมันคืออะไรกันนะ ?... "ฉันว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องคุยกัน... ขอเวลาหน่อยได้มั้ยเรียว.. มีอะไรอยากจะถามฉันก็ถามมา ฉันพร้อมจะตอบ..." "ไม่มี !" เรียวประกาศออกมาชัดถ้อยชัดคำ... หันหลังจะปิดประตูแต่ยามะพีเร็วกว่าเยอะทีเดียว แทรกตัวเข้าไปภายในห้องนอนของอีกฝ่าย พร้อมกับผลักบานประตูลงกดล็อคให้เสร็จสรรพ... "อยากปิดนักก็ปิดซะ... จะได้คุยกันดีๆ ซักที" "ก็บอกว่าไม่อะไรจะถามก็ไม่มีเซ่... ออกไป ฉันจะนอน !" คนตัวเล็กเอามือดันอกผู้บุกรุกให้ออกจากห้องไปสุดแรง... แต่ก็เสียแรงเปล่า ครู่เดียวมือเล็ก ๆ สองข้างที่ดันอกอีกฝ่ายก็กลายเป็นถูกรวบไว้แทน ... "ฉันอยากจะคุยเรื่องฉันกับยาสุจัง..." "ฉันไม่ได้ถาม... นายก็อย่าตอบได้มั้ย... จะคบหรือจะรักกันยังไงก็เรื่องของนาย ฉันบอกแล้ว... ว่าฉันไม่สนใจ แล้วแค่เรื่องที่ฉันมีอะไรกับนาย ไม่ต้องคิดมากไปหรอก บอกแล้วว่าฉันยังไงก็ได้" เรียวร่ายรวดเดียวจบ... วางหน้านิ่งเฉยแต่ก็อดโมโหตัวเองลึก ๆ ไม่ได้ที่อยากจะปล่อยโฮออกมา... ทั้งที่คนตรงหน้าคือ คนที่ตนรัก คือคนที่อยากโผเข้าไปกอด... แต่กลับต้องมาพูดจาในแบบสิ้นเยื่อขาดใยกันแบบนี้ ใช่ว่าไม่เจ็บนะ... "ทั้ง ๆ ที่เป็นครั้งแรกของนายกับผู้ชายน่ะเหรอ ?" "ใครว่าครั้งแรก... ฉันไม่อ่อนหัดขนาดนั้นหรอกหน่า...ยามะพี อาจจะเป็นเพราะว่าฉันร้างลาเรื่องอย่างว่ามานานมั้ง มันถึงดูเหมือนกับ่าฉันไม่เคยไปน่ะ" แม้คำพูดคำจาจะดูฉะฉานไม่มีอึกอักสักนิด แต่น้ำตาที่มันรื้นอยู่ในอกก็วิ่งขึ้นมาจนเต็มสองเบ้าตาแล้วตอนนี้ เพราะโกหกคำโตออกไป... นายเป็นคนแรก และ คนเดียวจริงๆ ...ยามะพี ทีได้ทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป ทั้งตัว... ทั้งหัวใจ "โอ้ย !!... ทำบ้าอะไรน่ะ ??" เรียวร้องเสียงหลงอย่างตกใจ เมื่อถูกเหวี่ยงลงมานอนกองอยู่บนเตียงพยายามพยุงจะลุกนั่ง... "นายมันรวนไม่เลิก... เรียว ! พูดภาษาคนคงไม่เข้าใจแน่ๆ งั้นก็ต้องใช้อย่างอื่นพูดแทนแล้วแหละ" ยามะพีคว้าต้นแขนของเรียวไว้จับกระชากและยกขึ้นลอยจากพื้น หลังจากที่คนตัวเล็กตะเกียกตะกายลงมาจากเตียงเพื่อจะวิ่งหนีไปที่ประตู... "โอ้ย !..." ครั้งที่สองที่เรียวต้องถูกเหวียงไปนอนกลิ้งบนเตียงอีก... แต่ดูจะผิดกับครั้งแรกที่หมดสิทธิ์จะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งเพราะยามะพีโถมตัวลงมาทับจนขยับไปทางไหนไม่ได้เลย... "รู้มั้ย?... ว่าฉันไม่เคยคิดทำอะไรงี่เง่าพวกนี้เลย แต่กับนายมันสุดทนแล้วจริงๆ ไม่คิดอะไรเลยใช่มั้ย?...ยังไงก็ได้ใช่มั้ย?... ฉันจะได้ไม่ต้องมัวเกรงใจอีกแล้ว ง่ายดี !" ยามะพีกล่าวดุดัน... ชิดกับจมูกโด่งรั้นของคนที่นอนตัวสั่น ก่อนจะกระแทกริมฝีปากลงปิดริมฝีปากบางเฉียบที่ไม่มีสักครั้งที่ไม่จะเผยอเถียงในสิ่งที่เค้าพูดไปกลับมามือน้อยยังผลักอกยามะพี แรงๆ แต่ไม่แม้แต่จะขยับสักนิด... เมื่อความคิดของคนสองคนไม่ตรงกัน... มีหลายวิถีทางที่จะทำให้มันคลี่คลายลง แล้ววิถีทางที่ยามะพีเลือกมาทำตอนนี้หล่ะ... ผลที่จะตามมา คิดว่าดีแล้วเหรอ ?... ยามะพีจับโน้นดึงนี่จนชุดนอนของเรียวปลิวหวือไปกองอยู่กับพื้นข้าง ๆ เตียง... ใบหน้าคมคายซุกไซร้ไปเรื่อยตามมือร้อนๆ ของตนที่แตะต้องผิวเนียนละเอียดที่เคยได้สัมผัสไปแล้วครั้งนึง เสียงของยามะพีกรอกอยู่ในหูร่างเล็กตลอดเวลาที่ความพ่ายแพ้ของตัวเองเริ่มชัดเจนเข้ามาทุกที ง่ายเหรอ?.... นายว่าฉันง่ายเหรอ ยามะพี "โอ๊ย !..." สำนึกสุดท้ายที่เรียวรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีผลักยามะพีออกได้สำเร็จ... จนคนตัวใหญ่กระเด็นออกไป... ศรีษะกระแทกเข้ากับโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงเข้าอย่างจัง เรียวลนลานควานหาเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงไปคนละทิศละทางใส่กลับเข้าตามเดิม... ปลายหางามองคนที่นอนแตต่นิ่งบนพื้น เริ่มเอ๊ะใจ... ทำไมยามะพีนิ่งไปเลยหละ ? "ยามะพี..." เรียวเขย่าตัวอีกฝ่าย ก่อนจะจับพลิกให้หันมา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลอาบอยู่เต็มศรีษะยามะพี... "ยามะพี ๆ ๆ " +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ Honjani ' s Hospital "ยามะพีเป็นยังไงบ้าง เรียว ?" มารุถามเป็นคำถามแรกทันทีที่ตามมาถึงโรงพยาบาลหลังจากได้รับโทรศัพท์จากเรียว... "ไม่รู้ ๆ ๆ ยามะพีสลบไปเลยน่ะ สลบไปเลย..." "โอเค ๆ ... ใจเย็น ๆ เรียว เดี๋ยวยามะพีก็ฟื้นหน่า" มารุจับไหล่เพื่อนรักที่ตัวสั่นเป็นลูกนก... สีหน้ายังมี่แต่แววตื่นตระหนก พร้อมกับจัดแจงถอดเสื้อโค๊ดตัวเองคลุมให้เพื่อนอีก... ก็สภาพเรียวตอนนี้นะสิ ยังกับไปฟัดกับใครที่ไหนมา เสื้อผ้ายับยู้ยี้ แถมตรงต้นคอและร่องเสื้อก็มีแต่รอยแดง ๆ เต็มไปหมด... "ฟัดกันอีท่าไหนเนี่ย ?... สภาพดูไม่ได้เลย" "ไม่ได้ฟัดเว้ย !... พูดให้ดีๆ นะไอ้มารุ คนยิ่งใจไม่ดีอยู่" "เออ ๆ ... ไม่ได้ฟัดก็ไม่ได้ฟัด เอาปกเสื้อปิดรอยพวกนั้นด้วย คนอื่นเค้าจะมองไม่ดีเอา" คราวนี้เรียวจำต้องหลบสายตาเพื่อนตัวสูง... มือน้อยๆ จับปกเสื้อที่มารุสละให้เข้าทับกัน มิน่าหละ... ทั้งนางพยาบาล ทั้งคนอื่นๆ ถึงมองเค้ากันยกใหญ่ เพราะรอยบ้า ๆที่ต้นคอนี่เอง... ที่เจ้าของฝีมือที่ทำยังนอนสลบไสลอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่เลย "ซูจังมาไม่ได้นะ เพราะพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า เค้าฝากมาบอกว่าไว้จะมาเยี่ยมทีหลัง" "อืม ๆๆ.... ไม่เป็นไรหรอก" แล้วสองหนุ่มก็นั่งรอเวลาที่หมอจะออกมาบอกเรื่องอาการของยามะพี มารุลอบมองอากัปกริยาของเพื่อนรักแทบจะตลอด... เรียวที่เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง ถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน ...พอเผลอเข้าหน่อยก็เอาแต่บีบฝ่ามือตัวเองจนบวมแดงไปหมด...ลักษณะไม่ผิดจากคนป่วยเท่าใดนัก แต่ติดตรงที่ยามะพีน่ะเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย... แต่เรียวกำลังเผชิญกับความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจที่แสนอวดเก่งและเอาเรื่องอยู่เงียบ ๆต่างหากหละ ห่วงยามะพีมากสินะ... ถึงกับนั่งแทบไม่ติดอย่างนี้ สักพักใหญ่ ๆ ต่อมาคุณหมอในชุดกราวสีขาวก็ออกจากห้องฉุกเฉินมา พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ... "แค่หัวแตกเท่านั้นเอง... แต่ที่สลบไป คงเป็นเพราะตอนที่ไปกระแทกคงจะแรงน่าดู... อาการโดยรวมแล้ว ถือว่า สบายใจได้แล้วครับ" แล้วคุณหมอวัยกลางคนก็เดินแยกไปทำงานต่ออีกด้าน... แรงไหวไหล่จากการถอนใจอีกครั้งของเรียวทำให้มารุถึงกับหลุดอมยิ้มออกมา... คนอย่างเรียวจะวิตกกังวลก็เฉพาะกับเรื่องตัวเองเท่านั้นถ้าจะเพิ่มมาหน่อยก็อาจจะรวมเรื่องของเค้าเข้าไปหน่อย แต่นี่เรียกได้ว่าเรียวเอาเรื่องของยามะพีมาแบกไว้จนแทบจะเป็นบ้าเป็นหลังตาย มารุและเรียว... มองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จะพากันเข้าไปยังห้องฉุกเฉินที่คุณหมอผู้ใจดีเพิ่งจะก้าวออกมา...แต่เพียงแค่สองเท้าจ่ออยู่ตรงปากป ระตูกลิ่นยาที่ลอยฟุ้งตลบอบอวลจนชวนให้เวียนหัวทำเอาเรียวต้องเบือนหน้าหนีแทบจะทันที... ก็คนมันไม่ชอบยานี่หว่า ทำไงได้หละ... ก่อนจะวกกลับมามองร่างของคู่กรณีที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง... ศรีษะพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวทั้งที่ลักษณะอาการน่าจะเจ็บอยู่ไม่หยอก แต่กลับยังส่งยิ้มแบบฉบับที่เจ้าตัวชอบทำอยู่เป็นนิสัยให้กับทั้งเค้าและมารุ... แปลกคนชะมัด "ยิ้มด้วยแหะ... แสดงว่าไม่เป็นอะไรจริง ๆ แหละ.... ไอ้เราก็ตกใจแทบแย่ ตอนรับโทรศัพท์ไอ้เรียวมัน นึกว่าจะหนักหนากว่านี่ซะอีก" มารุตบบ่าคนเจ็บเบา ๆ ไม่วายพยักเพยิดหน้ายังคนที่โทรไปปลุกตอนกลางดึก... เรียวถลึงตาใส่เพื่อนปากมากไปทีหนึ่งก่อนจะเสหน้าไปทางอืนเมื่อสำนึกตัวเองคล้ายกับกำลังโดนไล่ตอนให้จนมุมอยู่จากเพื่อนรักตัว เองแท้ ๆ ... ไอ้มารุนะ ไอ้มารุ... ถ้าฉันไม่พึ่งนายแล้วจะให้ไปพึ่งใครที่ไหนฟร่ะ... "คนอย่างผมตายอยากน่ามารุ... ขอบคุณนะที่มาเยี่ยม " ยามะพีบอกคนที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยก่อนที่คิ้วจะขมวดกัน... กับการกระทำของอีกคนที่เดินตามมารุเข้ามา.... แต่ก็หยุดชะงักอยุ่แค่ปากประตูห้อง "ฉันไม่แจ้งตำรวจจับหรอกหน่า... จะเข้ามาก็เข้ามาสิ" คนเจ็บบอกคนที่ยังยืนเก้ๆ กัง ๆอยู่แค่ตรงหน้าประตู... "ใครจะแจ้งจับใครกันแน่! นายต่างหากที่ต้องโดนจับ ...ข้อหาพยายามจะ...~~" "จะอะไรวะ ไอ้เรียว ?... ยามะพีพยายามจะทำอะไรนายเหรอ ?" มารุแกล้งถามต่อเสียเองเมื่อเพื่อนตัวเล็กหยุดพูดเอาดื้อ ๆ และถึงแม้จะไม่ได้คำตอบจากปากเรียว... เค้าก็พอจะจับต้นชนปลายถูกหรอกหน่า ว่ายามะพีพยายามจะทำอะไรเรียว... ไม่อย่างนั้นสภาพต่างฝ่ายจะสะบักสะบอมกันขนาดนี้เหรอ... "ช่างมันเถอะ !... ไร้สาระทั้งนั่นแหละ" เรียวตอบปัด ๆ ไปก่อนจะเดินเข้ามายืนใกล้ๆ กับมารุ... ในใจก็อยากจะหาค้อนปอนมาทุบทั้งหัวเพื่อนรักที่กัดไม่ปล่อยรวมทั้งหัวของคนที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงด้วย มันเสียแรงเป็นห่วงจริงๆ เอ๊ะ !... เป็นห่วงเหรอ ? เรียวถึงกับหน้าร้อนวาบ เมื่อจู่ ๆ สมองช่างคิดของตัวเองก็โพล่งความรู้สึกลึกๆ ขึ้นมาให้ได้อับอายขายหน้านัก ดีที่ว่า... เสียงเมื่อกี้มันก้องอยู่แค่ในหัวตัวเองคนเดียว... "แล้วนายจะนอนที่นี่มั้ย... ยามะพี หรือว่าจะกลับเลย ? แผลไม่ได้เป็นอะไรนี่" เป็นมารุที่เอ่ยทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดขึ้นมา... "ผมว่ากลับเลยละกัน... อยากไปนอนพักที่ห้องมากกว่าน่ะ" และสุดท้ายก็เกือบจะตีสามได้ที่ทั้งสามหนุ่มกลับไปถึงคอนโด... +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ เสียงงับประตูลงทำให้เรียวที่นอนซุกหน้าอยู่กับหมอนใบนุ่ม...กรอกตามองตามคนที่เพิ่งเดินเข้ามามารุตบท้ายทอยอยู่สองสามทีคลายค วามขบเมื่อยก่อนที่จะเอนตัวลงนอนข้าง ๆ ... รู้ทีเดียวว่าคนตัวเล็กกำลังคอยให้เค้าพูดอยู่... "หลับไปแล้ว... ทั้งโดนฉีดทั้งโดนให้กินยาไปหลายขนานขนาดนั้น ไม่น็อคก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว" เปรย ๆ กับเจ้าของห้องก่อนจะหาววอด ๆ ออกมา... ทั้งที่ง่วงจนตาแทบปิดแต่ต้องเป็นคนพายามะพีไปนอน ก็เรียวนะสิพอกลับมาถึงห้องได้ก็ปลีกตัวขอมานอนก่อน ปล่อยให้เค้าเป็นคนจัดการกับคนเจ็บเสียแทน ไอ้ครั้นจะบังคับให้รับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ... ก็มีหวังยามะพีคงจะได้เจ็บเลือดกลบหัวอีกแน่ ๆ "แล้วนายโทรบอกซูบารุยัง ว่าค้างทีนี่ ?" "โทรแล้ว... รายนั่นน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่ตัวนายเหอะ... จะเอาไงต่อ ?" คราวนี้พอโดนถามกลับเข้าบ้างเล่นเอาเรียวบู้หน้าใส่... คิดไว้อยู่แล้วเชียว ว่าต้องเจอคำถามแบบนี้.... "ไม่เอาไง.... ก็อยู่ของฉันเฉย ๆ นี่แหละ" "อยู่เฉย ๆ แบบหลบหน้านะเหรอ ??" "ฉันไม่ได้หลบ !!..." เรียวดีดตัวลูกขึ้นนั่งจ้องหน้าเพื่อนขึงขังที่ทำเป็นประชดประชันใส่.... นายลองมาเป็นฉันบ้างมั้ยล่ะ ไอ้มารุ... ลองมายืนตรงจุดที่มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบ้างมั้ยหละ ??... อยากรู้นักว่านายจะทำยังไงถ้าไม่คิดทำแบบฉัน.. "ฉันกำลังพยายามอยู่นะ ... มารุ" "พยายามอะไรของนาย ...? พยายามหลบหน้าหลบตานี่อะน่ะ" สุดท้ายมารุก็อดรนทนนอนเถียงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แล้ว ลุกขึ้นมาประจัญหน้ากับเพื่อนรักบ้าง... ไม่ใช่ว่าจะมาเค่นเอากับเพื่อนฝ่ายเดียว แต่เท่าที่ฟังยามะพีพูดเมื่อกี้ก็รู้ว่ายามะพีพยายามที่จะไกล่เกลี่ยอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่คนตัวเล็กตรงหน้าก็เอาแต่หลบหน้าห ลบตาเป็นเด็ก ๆ อยู่ตลอด... จนมาได้เป็นเรื่องเป็นราวจนถึงต้องเข้าโรงหมอกันนี่แหละ... "ก็พยายามในสิ่งที่นายไม่ต้องเคยพยายามนะสิ... นายมันมีคนที่นายรักและเค้าก็รักนายตอบเลยไม่ต้องพยายามอย่างที่ฉันกำลังพยายามอยู่ !!... คนที่สมหวังอย่างนายพูดไปก็ไม่เข้าใจหรอก..." ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น... ดวงตาเริ่มก่ำแดงทั้งอารมณ์โกรธและความน้อยเนื้อต่ำใจ... ที่อะไรต่ออะไรก็มาลงที่เค้าเพียงคนเดียว แม้แต่เพื่อนอย่างมารุเองก็ยังมาทำเหมือนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนยามะพีอย่างนี้อีก... "มีอะไรก็พูดมาสิวะ... อ้อมค้อมอยู่ได้" "ฉันรู้ว่านายรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับยามะพี... แล้วนายก็รู้เหมือนที่ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ไอ้สิ่งที่ฉันพยายามอยู่ก็คือ การตัดใจ... การรักใครซักคนเหมือนกับที่นายรักซูบารุมันไม่เคยต้องใช้ความพยายาม ก็เหมือนกับที่ฉันรักยามะพี มันก็ไม่ได้ใช้ความพยายามสักนิดเดียว...และแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า... รัก... เข้าไปแล้ว" ......... ..... ... "แต่การตัดใจ มันต้องใช้ความพยายามมาก ๆ เลยนะ มารุ... มากจนฉันเหนื่อยไปหมดแล้ว" ตัดใจทั้งที่หัวใจมันไม่ค่อยจะเชื่อฟัง... หลบหน้าทั้งที่ตรงกันข้ามกลับอยากเจอ... หลบตาทั้งที่ตรงกันข้ามกลับอยากมอง... ตัดใจทั้งที่ตรงกันข้ามกลับอยากรักต่อ... ความรู้สึกสับสนแย่งยื้อกันไปคนละทิศละทางที่มันกำลังขับเคี่ยวกันอยู่ให้สมองของฉัน... มันทำเอาฉันหัวจะระเบิดอยู่ร่อมร่อแล้ว... รู้มั้ย ?... "แล้วใครใช้ ?..." "ห๊ะ ?...!" ดวงตาดำขลับก่ำแดงตวัดจ้องหน้าเพื่อนรักแปลกใจ... มารุไม่ได้มีสีหน้าเคร่งขรึมแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการว่าไม่ครุ่นคิดซะทีเดียว... ยิ่งทำเอาเรียวเดาไม่ถูกจริงๆ ว่ามารุพูดคำเมื่อกี้ด้วยความรู้สึกใด... "เอาอย่างนี้ดีกว่า... นายลองตอบฉันสิ ว่าสำหรับความคิดของนายแล้ว ที่หนึ่งกับที่สองหรือที่สามมันแตกต่างกันยังไง ?..." มารุยังคงถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไม่ได้เค่นเขี้ยวอีกฝ่ายตอบด้วยซ้ำ... เรียวนิ่งอย่างใช้ความคิดกับโจทย์ปัญหาบ้า ๆ ของเพื่อนรัก แต่ก็ตอบไม่ได้อยู่ดี จึงได้แต่ส่ายหัวดิก... "ที่หนึ่งมันแตกต่างจากที่สองก็แค่ว่า... มันดีกว่าที่สอง ส่วนที่สองมันดีกว่าที่สาม ก็เพราะว่ามันดีกว่าที่สามและที่สี่ และถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ที่สิบหรือเป็นที่โล่มันก็ยังดีกว่าไม่มีความสำคัญกับคน ๆ นั้นไม่ใช่เหรอ ?... ไม่ใช่ว่ายามะพีมันไม่คิดอะไรกับนายนาย แต่มันไม่ได้คิดแต่กับนายคนเดียวก็เท่านั้นเอง..." "แล้วจะให้ฉันทำยังไงละ... มารุ ?" เข้าใจทุกอย่าง... เข้าใจทั้งหมดว่ามารุต้องการสื่ออะไร... แต่จะอยู่ยังไงให้มันยิ้มรับกับอันดับที่มันไม่ได้เป็นที่สุดแต่ก็ไม่ได้รั้งท้ายพวกนั้นได้ละ... นายบอกฉันมาสิ... "นายลองกำมือให้แน่น ๆ สิ ... ทั้งสองข้างเลย" คนที่ร้อนใจรอคำตอบชักสีหน้าง้ำงอไปใหญ่เมื่อมารุโยกโย้ออกไปอีกเรื่องหนึ่ง...แต่ก็ยอมกำมือตามที่อีกคนบอก... เรียวกำฝ่ามือตัวเองแน่น ๆ จนมันปวดหนึบไปหมด... ก็ไม่มีท่าทีว่ามารุจะพูดอะไรอีก จึงคลายมันออก... "อ้าว !... คลายออกทำไมละ ?..." "ก็มันปวดมือนี่หว่า... ให้กำทำไมก็ไม่รู้" "ทีอย่างนี้ไม่เห็นต้องรอให้ใครสั่งให้ใครบอก... อยากทำหรือไม่ทำก็ทำตามใจตัวเอง แล้วทำไมเรื่องอื่นต้องรอให้คนอื่นคอยบอกด้วยหละ... นายมันเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ใช่เหรอ เรียว ?..." แล้วฉันก็รู้ว่าเพื่อนคนเก่งของฉันยังอยู่... อยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละ ...มารุล้มตัวลงนอนไปดื้อ ๆ ปล่อยให้อีกคนจ่อมจ่ออยู่กับความคิดพวกนั้นสักพัก... ไม่นานก็รับรู้ได้ถึงแรงไหวของเตียงอีกฟากที่บอกให้รู้ว่า... เรียวล้มตัวลงนอนตามแล้วเหมือนกัน ฉันก็ช่วยแนะนำได้แค่นี้แหละ... ไอ้เรียว... ช่วยพอให้นายได้ลุกขึ้นมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง... เหมือนกับที่ฉันก็เคยทำสิ่งพวกนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งการรักใครซักคนโดยฉันไม่รู้ตัวสักนิดว่า... รัก... เข้าไปแล้ว และการใช้ความพยายามอย่างมากและมากที่สุดเหมือนกัน... ในการตัดใจ.... ฉันยังผ่านมันมาได้เลย... แล้วนับประสาอะไรกับนาย ที่จะผ่านมันมาไม่ได้ล่ะ... +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ Morning Time แกร็กกกกก............... เจ็ดโมงกว่าแล้วที่เรียวเปิดประตูห้องนอนออกมา... ประจวบเหมาะพอดีกับที่ใครอีกคนก็เปิดประตูห้องฝั่งตรงข้ามออกมาเช่นกัน หากแต่ไม่ใช่เจ้าของห้องที่เป็นผู้อาศัยตามสิทธิ์ที่แท้จริง... ทว่ากลับเป็น ยาสุดะ เสียแทน มาตอนไหนเนี่ย... ? "เพิ่งจะรู้นะเนี่ย ว่าห้องฉันกลายเป็นสวนสาธารณะไปแล้ว ใครคิดจะมาก็มาได้ทั้งนั้น !" เรียวทำเป็นพูดขึ้นลอย ๆพลางเดินไปหยิบนมในตู้เย็นดื่ม... "ฉันมาธุระ... นายก็เห็นว่าพีคุงเค้าเจ็บ จะไปข้างนอกได้ยังไงกัน ?" "ช่างเถอะ !.... จะมาธุระหรือมาทำอะไร ก็เรื่องของพวกนาย ฉันไม่อยากยุ่งเรื่องของคนที่เค้าเป็นแฟนกันสักเท่าไหร่หรอก" "นี่... นายลูกหนู" "ห๊ะ ??.... " เรียวแทบสำลักนมหันหน้าไปมองยาสุดะเหรอหรากับสรรพนามที่อีกฝ่ายตั้งให้ ลูกหนูบ้าที่ไหนกัน... ตัวฉันไม่ได้เล็กขนาดนั้นนะเว้ย !... "โทษที ๆ... พอดีลับหลังนาย ฉันติดปากเรียกอย่างนี้กับพีคุงเค้าน่ะ นายเรียนปีอะไรแล้วเนี่ย ?" ยาสุดะเดินเข้ามาใกล้เรียวมากขึ้น... กอดอกถามราวกับเป็นอาจารย์ที่เค่นเอาความผิดจากเด็กในการปกครอง "ถามทำไม ?... เรียนอยู่ก็แล้วกัน !" "เออ ๆ ตามใจ... ไม่ตอบก็ไม่ตอบ ฉันก็แค่อยากจะบอกว่า เรียนก็ตั้งมหาวิทยาลัยแล้ว หัดใช้ความคิดความอ่านระดับปริญญามองอะไรต่ออะไรให้มันลึก ๆ หน่อยสิ... อย่าเอาแต่คิดแบบเด็กประถมอมนิ้วไปวัน ๆ" "...??..." เรียวถลึงตายังคนที่กำลังด่าเค้าอยู่อ้อม ๆ นี่นายว่าฉันทำตัวปัญญาอ่อนอยู่เหรอ... ยัยเฉี่ยวเสียงนรกแตก !... "ไม่มีใครที่ไหน... เค้ายอมให้แฟนตัวเองมาอยู่ร่วมชายคากับคนอื่นที่ไม่รุ้จักมักจี่กันหรอก... โดยเฉพาะกับผู้ชายตัวเล็ก ๆ ... น่ากอดน่าฟัดอย่างนาย เข้าใจมั้ย ?..." "_______" "เจอกันก็หลายครั้งแหละ... ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันยาสุดะ โชตะ... นี่คือ ชื่อของฉันจริงๆ ตั้งแต่เกิด แต่ที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้ก็คือ ยามาชิตะ โชตะ... เพิ่งมาเปลี่ยนตามพ่อใหม่ของฉัน" คนที่ร่ายยาวกับการแนะนำตัวยื่นมือให้คนตรงหน้าตามธรรมเนียม... พร้อมกับบังคับตัวเองไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา... กับปฏิกิริยาที่งงเป็นไก่ตาแตกของนายลูกหนูเรียวจัง... ตั้งใจว่าจะแกล้งต่ออีกสักหน่อย แต่พอมาเห็นสภาพน้องชายตัวเองที่สะบักสะบอมถึงขั้นต้องหามเข้าโรงหมอแล้ว... ไม่ไหวแหะ... "ยามาชิตะ โชตะ ?" "อืม... แม่ฉันแต่งงานกับพ่อของพีคุงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว... เพราะฉะนั้นฉันกับพีคุงก็ถือว่าเป็นพี่น้องกัน... เข้าใจแจ่มแจ้งรึยัง นายลูกหนู..." "เออ.... เออ..." เรียวอึกอัก... คล้ายกับคนที่ติดอ่างกระทันหัน เรียบเรียงข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับฟังอยู่นานสองนาน... ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือไปจับตอบอีกคน... "ฉันนิชิกิโด เรียว... ยินดีที่ได้รู้จัก" "เช่นกันๆ ... ฉันต้องรีบไปแล้ว ฝากดูแลน้องชายตัวโตของฉันด้วยล่ะกัน" แล้วยาสุดะก็เอ่ยร่ำลาออกมาเอง... ทำท่าจะก้าวออกจากห้องไปแต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้... จึงหันมาหาเรียวแว่บนึง "น้องชายฉันน่ะ... นายจะรักก็รักได้ แต่เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีนะ เพราะยังมีอีกหลายอยางที่นายยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเค้า... โชคดีหละ" นี่ถือได้ว่าเป็นการคุยกับยาสุดะเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกสินะ.... คล้ายกับว่ามีใครสักคนเอามือมาเช็ดกลุ่มไอน้ำที่จับตัวเกาะกันจนเป็นฝ้าหนาเต็มบานหน้าต่างจนมันกลับมาใสสะอาดสามารถมองออกไปยั งอีกฝั่งหนึ่งได้... ชัดเจน ไม่ขมุกขมัว... เรียวรู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดลง... ยาสุดะกลับไปแล้ว ดวงตาดำขลับเหลือบไปมองยังหน้าห้องของคนที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อคืน... นี่ใช่มั้ย ?... คือ สิ่งที่นายพยายามจะบอกฉันมาตลอด ยามะพี... เรียวระบายยิ้มที่มันถูกส่งมาจากหัวใจ... ยิ้มที่รู้สึกว่าตัวเบาอย่างที่ไม่ได้เป็นมาหลายวัน "ยิ้มบ้าอะไร... ไอ้เรียว เพี้ยนแต่เช้าเลยเหรอ นาย ?" มารุเกาหัวแกร๊ก ๆ อยู่หลังโซฟา... ก็งงน่ะสิ ตื่นขึ้นมาก็เจอเพื่อนตัวเองยืนยิ้มบ้าอยู่คนเดียว... หรือว่าเมื่อคืนเราจะพูดอะไรที่ชวนให้มันสมองกลับตาลปัดไปหมดแล้ว "ฉันมีอะไรจะบอกแหละ... มารุจัง" To Be Con...part 12 < So Happy> *วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ............. |
