|
2007-02-26 Mon 13:11
Fiction For Happy BirthDay to Pukpods & Pink_Rabbit & Happy Valentine RyoHiroki. Title : แค่รัก ...ไม่พอ Cast : Ryo -x- Hiroki -x-YamaPee Author : NakAnE_hoNeY bee เสียงจอกแจกจอแจจากบรรดานักศึกษาที่คับแน่นห้องบรรยายก่อนหน้านี้ราวชม.เศษ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบบางเบาจากนักศึกษาไม่ถึงสิบคนที่ยังนั่งจับกลุ่มแลกเปลี่ยนบทสนทนากันอยู่ คาเมะปิดหนังสือลงตัดสินใจสะกิดเรียกเพื่อนตัวเองที่ตั้งแต่เช้ามาก็มีอาการซึม ๆ อย่างเห็นได้ชัด... "โอ้ย!..." "เจ็บเหรอ เราแค่สะกิดเองนะ ไปโดนอะไรมาหรือเปล่า ฮิโระ?!" แปลกใจไม่น้อยเมื่อเอื้อมมือไปแตะบริเวณหัวไหล่เพียงเบา ๆ ฮิโรกิก็เบี่ยงหนีพร้อมกับทำสีหน้าเหยเก มือขาวกุมหัวไหล่ตัวเอง... เม้มปากแน่น หลบสายตาคาดคั้นจากอีกฝ่าย นึกถึงสาเหตุอาการเจ็บ ๆ ที่คาเมะถามมา ภาพของเรียวที่ราวกับคนแปลกหน้าเมื่อคืนกับทบรักที่รุนแรง... เรียกร้อง.... เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวอย่างที่ตนไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความเจ็บปวดตามร่างกายที่ได้รับจากทั้งแรงบีบแรงเค้นพร้อมทั้งความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้าเต็มหัวใจกับดวงตาว่างเปล่าจากคนรัก ล้วนแต่หาเหตุผลที่ชัดเจนให้กับฮิโรกิไม่ได้เสียที... ว่าเมื่อคืน เรียวเป็นอะไรไป ? "แล้วเมื่อคืนเป็นไงบ้าง... ดูสายตายามะพีก็ออกว่าชอบพอฮิโระขนาดไหน ได้แลกเบอร์กันไว้หรือเปล่า?" "ยามะพีขอแต่เราไม่ได้ให้ไปหรอก... มันยังไม่เหมาะ" "~ยังไม่เหมาะอะไรตรงไหน ฮิโระ! นี่นายบ้าหรือเปล่า นั่นนักร้องดังกำลังปิ๊งนายอยู่นะ!" "เรามีแฟนแล้วนะ คาเมะ... อย่าลืมสิ" "นายกระจอกซื่อบื้อนั่นอะนะที่นายกล้าเรียกว่าแฟนได้เต็มปาก ฮิโรกิ !!" คาเมะโวยจนแทบลั่นห้องบรรยายเมื่อเพื่อนอ้างถึงคนรักที่ชื่อนิชิกิโด เรียว ในสายตาเค้าตั้งแต่รู้จักฮิโรกิมา... เค้าไม่เคยบัญญัตินายทาสผู้ซื่อสัตย์คนนั่นว่าเป็นแฟนเพื่อนเค้าเลยสักครั้งเดียว "อย่าว่าเรียวแบบนั้นสิ... ยังไงเค้าก็ดีกับเรามาตลอด เรียวเป็นคนดีมากนะ คาเมะจัง" "หมอนั่นมันดีก็แค่เรื่องที่โง่ ที่บ้าหาเงินให้นายใช้ อย่าลืมสิว่าเจ้าชายที่นายใฝ่ฝันมาตลอดคือ ยามะพี... คนที่เค้าไปส่งนายแล้วก็ขอเบอร์นายเมื่อคืน" "นี่ไอ้เต่าหัวตะเกียบ! อย่ามายุชาวบ้านเค้าให้เลิกกันได้ไหม หาแฟนให้ตัวเองไม่ได้ก็มายุชาวบ้านซะงั้น" คาเมะตวัดหน้าตวับโกรธจนลมออกหูกับสมญานามที่ฟังกี่ทีก็แทบเต้นเร่า แล้วคนที่เรียกตนแบบนี้ก็มีอยู่รายเดียวถ้าไม่ใช่เจ้าเพื่อนรักนักตกยากของเรียว "ถ้านายเรียกฉันว่าเต่าหัวตะเกียบอีกครั้งเดียว นายเจอดีแน่มารุยาม่า!!" "เจอดีอะไร ไหนละ อยากเจอใจจะขาดแล้ว" ร่างสูงที่โผล่มาจากไหนไม่รุ้สืบเท้าเข้ามายืนค้ำหัวอีกคน ฮิโรกิตัดเรื่องวุ่นวายในหัวออกก่อนรีบห้ามทัพสองหนุ่มต่างขั้วที่ทำท่าจะลุกลามไปกันใหญ่ ถ้าไม่ห้ามก็คงเละกันไปข้างหนึ่ง "มาหาฉันหรือเปล่า... มารุ นายไม่ได้ลงทะเบียนวิชานี้ไว้นี่หน่า?" ฮิโรกิแทรกถามเพื่อยุติสงครามน้ำลายของเพื่อนสนิทตัวเองกับเพื่อนสนิทของเรียว มารุจึงเบนความสนใจมาทางร่างบางทันที "ขอคุยกับนายตามลำพัง... คนอื่นไม่เกี่ยว!" +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เบาจนหยุดลงก่อนที่กุญแจดอกเดิมจะถูกไขกับลูกบิดประตูห้องเช่า... เวลาประจำที่เรียวกลับถึงแมนชั่นหลังจากทำงานพิเศษที่ร้านราเมงเสร็จ... ใจจริงแล้วเค้ายังไม่อยากจะกลับเข้าห้องเอาเสียเลย เพราะยังไม่พร้อมจะพบหน้าคนรัก... คนรักที่เสียงร่ำร้องลึก ๆ ในใจบอกเค้าว่า กำลังจะเป็นได้อีกไม่นานแล้ว ฮิโรกิซุกตัวหลับอยู่ในผ้าห่มผืนหนาบนเตียง... ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกทีคนรักหลับไปแล้ว แต่ความโล่งใจนั้นก็ไม่สามารถแบ่งเบาความทรมารในใจตอนนี้ได้ ที่เค้าหัวเราะราวกับตลกเสียเต็มประดากับการที่มารุมักถามเค้าว่า... โง่จริงหรือแกล้งโง่นั้นมันกัดกรอ่นเนื้อหัวใจของเค้าทีละนิด ๆ ฮิโรกิหลอกใช้เค้ามาตลอดทำไมเค้าจะไม่รู้... หลอกให้เค้าทำงานหาเงินมาให้เพื่อใช้ เที่ยว ใช้กิน ใช้แลกซื้อกับความสุขในส่วนที่เจ้าตัวต้องการ... โดยการยอมอยู่กับเค้า ....ยอมเป็นแฟน... ยอมอยู่กับเค้าในฐานะคนรัก แม้จะไม่มีคำว่ารักส่งผ่านมาแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวก็ตามที... หากว่าพระเจ้ากำหนดให้มนุษย์เราแต่ละคนมีความสุขได้ในปริมาณที่จำกัด.. เรียวก็ไม่อยากจะหนีความเป็นจริงอีกต่อไปว่า ณ เสี้ยววินาทีนี้ โควต้าความสุขกับการมีฮิโรกิอยู่ข้างกายคงจะถูกใช้ไปจนหมดแล้ว... ทันทีที่เค้าเห็นร่างของใครบางคนที่แสนคุ้นตานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถคันหนึ่งแล่นผ่านหน้าเค้าไปเมื่อคืนวานที่หน้าสถานีรถไฟ "เรียวสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย?!" ใบหน้าคมหันไปตามเสียงหวานหูทีดังอยู่เบื้องหลัง ลดมือที่ถือเจ้ามวนบุหรี่สีขาวลง เค้านอนไม่หลับจึงเลี่ยงออกมาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยที่นอกระเบียง พร้อมกับอัดควันสีขาวขุ่นเข้าปอดหมายให้คลายความหนักอึ้งในหัวออกไปบ้าง ฮิโรกิที่คงจะผิดสังเกตกับการที่ที่นอนข้าง ๆ ว่างเปล่าจึงลุกตามมาดู ....มือบางฉวยมาแย่งมวนบุหรี่ในมือของเรียวไป "ธรรมดาน่า ฮิโระ... ใครใครก็สูบกัน เอาคืนมาเหอะ แล้วก็กลับเข้าไปนอนซะ" "เลิกสูบมันได้ไหม รับปากฉันสิ?" เรียวมองหน้าคนรักที่ดื้อรั้นไม่ยอมไปเข้านอน อีกทั้งยังขอร้องให้เค้ารับปากว่าจะไม่สูบมันอีก... นายไม่รู้หรือไงฮิโรกิว่าการทำแบบนี้มันเหมือนกับว่านายกำลังห่วงฉัน... แต่ฉันจะเชื่อมันได้จริง ๆ น่ะเหรอ ? "ทำบ้าอะไร ฮิโระ!? ...แบมือออกมาเดี๋ยวนี้ !!" เรียวตกใจเมื่อจู่ ๆ คนตรงหน้าก็กำฝ่ามือทั้งที่มวนบุหรี่ที่เค้าเพิ่งจะจุดสูบไปยังไหม้ไปไม่ถึงครึ่งมวนดี ฮิโรกิกำบุหรี่ที่ไฟร้อน ๆ ยังติดที่อยู่ส่วนปลายของมันไว้ ดวงตาใสจ้องใบหน้าคนรักเขม็ง... มันราวกับทอดผ่านร้อยล้านความรู้สึกมาให้ ....ร้อยล้านความรู้สึกที่เรียวเคยดีใจเสมอเวลาที่ได้เห็นมัน แต่เวลานี้และตอนนี้ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแค่เค้าคนเดียวอีกต่อไปแล้ว.... "ไม่!~ ถ้าเรียวไม่รับปากฉันว่าจะไม่สูบมันอีก ฉันก็จะไม่แบมือออก ให้มันไหม้มือฉันไปเลย" นี่ความทรมานจะกัดกินเนื้อหัวใจผมจนไม่เหลือชิ้นดีเลยใช่ไหม ? ถึงทำให้ผมต้องพ่ายแพ้ต่อคน ๆ นี้อีกแล้ว............................. "โอเค ฉันรับปาก แบบมือออกเดี๋ยวนี้" แม้จะยังไม่รู้ว่าจะเชื่อได้ไหมกับความห่วงใยที่ร่างบางเหมือนกับจะมีให้แต่ถ้าฮิโรกิต้องบาดเจ็บหรือได้รับบาดแผลแม้แต่ปลายเล็บจากเค้า... เค้าก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาดเหมือนกัน "แสบไหม ?.... รั้นไม่เข้าเรื่องจริง ๆ" เรียวดุใส่คนรักหลังจากล้างแผลเสร็จและกำลังทายาให้... รอยไหม้บนฝ่ามือขาวทำให้เรียวใจอ่อนยวบลงอีกแล้ว มันพังทลายความคิดที่ว่าจะพยายามถอนคำว่ารักออกจากคนตรงหน้าออกมาก่อนที่จะตัดใจได้ยากกว่านี้ ฮิโรกิช้อนตาขึ้นมองคนรักที่ปิดพาสเตอร์ยาให้จนเรียบร้อย... มองราวกับจะจดจำและระลึกถึงสิ่งทีผ่านมาระหว่างกันให้มากที่สุด ... "เมื่อวานฉันโกหกเรียว" ชั่งใจมาตลอดวันว่าจะบอกความจริงกับเรียวดีไหมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่สุดท้ายก็มีความกล้าขึ้นมาจนได้ "ฉันไม่ได้กลับมาตามเวลาที่บอกเรียวไว้.. มีคนมาส่งฉัน" "จะไม่อยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม ?..." มันไม่ใช่คำถามหากแต่มันเป็นการช่วยทำให้อีกฝ่ายไม่ต้องลำบากใจมากไปกว่านี้... เรียววางมือคนรักไว้บนตักของเจ้าตัวเอง "ตัดสินใจดีแล้วสินะ..." "ทำไมเรียวไม่โกรธฉัน ไม่ยื้อฉันหรือรั้งฉันไว้สักนิด ไหนว่ารักฉันมากไม่ใช่หรอ?" "~ถึงจะรักฮิโระมากกว่านี้อีกสิบเท่า มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร...ถ้าฮิโระเองไม่เคยรักฉันเลยสักนิดเดียว?" "เรียว~~....." โคว้ต้าความสุขของผมคงหมดแล้วจริงๆ สินะ เห็นแก่ตัว.... กับเสียสละ หลอกตัวเอง... กับรับความจริง ฝืน............... กับปล่อย ทัดทาน......... กับยอมจำนน อ้อนวอน........ กับบอกลา แค่ที่เคยได้มาก็มากเกินพอแล้ว... ตัวเลือกอย่างหลังผมคงต้องน้อมรับไว้ ถ้ามันเป็นประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า... พระผู้เป็นเจ้า ที่เป็นผู้มอบโคว้ต้าความสุขที่ชื่ออุจิ ฮิโรกิมาให้ผม... แล้วก็เป็นผู้พรากมันกลับคืนไป ณ เสี้ยววินาทีนี้ผมจะขอจดจำมันไว้ตลอดไปจนกว่าวันที่ลมหายใจของผมจะถูกพรากไปเช่นกัน ร้านราเมงที่เรียวกับมารุทำงานพิเศษยังคงดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีแล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่ลูกค้าแน่นขนัด "ลูกค้าลืมหนังสือไว้อีกแล้ว ขี้เกียจวิ่งตามออกไปคืนชะมัด เฮ้ย!" ชายหนุ่มหน้าคมที่ง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะหลังจากลูกค้าออกไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่บ่นเรื่องหนังสือที่ลูกค้าลืมไว้แล้วจู่ ๆ ก็หลุดน้ำเสียงมีพิรุธออกมา เรียวยื่นมือไปขอสิ่งที่เรียกว่านิตยสารจากมารุ "ฉันกับเค้าแยกทางกันโดยดี เราไม่ได้ทะเลาะกัน ...ให้ฉันดูเถอะ มารุ" นับตั้งแต่วันที่ฮิโรกิย้ายออกจากแมนชั่นไปก็ต้องเป็นบุคคลที่วงการบันเทิงให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ...บ่อยครั้งที่เค้าพบว่าฮิโรกิถูกเขียนเป็นข่าวในฐานะคนรักคนใหม่ของนักร้องชื่อดังอย่าง ยามาชิตะ โทโมฮิสะ... ดวงตาคมมองภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารวัยรุ่นทั่วไปเล่มนั้น ภาพคล้าย ๆ กับแอบถ่ายกับเนื้อข่าวที่เขียนแสดงความรักที่กำลังหวานฉ่ำของคนทั้งคู่.... 4เดือนที่แยกทางกันมาไม่ต่างอะไรกับ 4 ปีที่พระผู้เป็นเจ้าเล่นตลกกับเค้า เรื่องราวความรักของยามะพีและฮิโรกิที่เข้าหูมามันมีแต่เพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ เพิ่มขึ้นจนราวกับจะแบกรับมันไว้ไม่ไหวแล้ว.... บางครั้งก็อยากกลับไปร้องไห้เหมือนตอนเป็นเด็ก ๆ อีกครั้ง... แต่รู้ดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้.... "แล้วงานที่รุ่นพี่ขอให้ไปช่วยอาทิตย์หน้าล่ะ ตกลงจะไปหรือเปล่าวะ ?" ปากบอกว่าตัดใจได้ทำใจได้แล้วแต่สายตาที่อาลัยอาวรณ์แบบนั้นมันตรงกันข้ามชัด ๆ มารุดึงความคิดของเพื่อนรักขึ้นจากโลกที่เต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผลพวกนั้นโดยถามถึงงานที่รุ่นพี่ที่เคารพนับถือคนหนึ่งโทรมาขอความช่วยเหลือเค้าสองคน แต่เค้าปฏิเสธิไปแล้วเพราะว่าติดธุระจริง ๆ "ก็คิดว่าคงจะไปช่วยนะ อยากไปเที่ยวทะเลอยู่เหมือนกัน" "ไม่ได้ไปโอกินาว่านานแล้วเนอะ ตั้งแต่แคมป์เมื่อปีที่แล้ว" มารุนึกถึงตอนที่ไปตั้งแคมป์กับทางมหาวิทยาลัยเพราะเป็นสถานที่เดียวกับเรียวจะต้องไปทำงานอาทิตย์หน้า ... การที่เรียวตกลงแบบนี้ก็ดีแล้ว เค้าอยากให้เพื่อนไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง พาตัวเองออกจากความทุกข์... ทุกข์ที่เจ้าตัวเป็นคนอ้าแขนน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว โอกินาว่า~~~ สัมภาระที่เป็นกระเป๋าใบย่อมถูกสะพายมาจนถึงหน้าห้องพัก หลังจากผ่านการเดินทางมาจนถึงสนามบินก็มีรถตู้จากทีมงานมารับจนมาถึงโรงแรมแห่งนี้ เรียวได้พักห้องเดียวกับโยโกยาม่า รุ่นพี่ที่ไหว้วานให้เค้ามาช่วยทำงานให้... "ผมต้องทำอะไรบ้างครับ รุ่นพี่ ?" เพราะความที่เคารพนับถือกันจึงไม่ได้ถามรายละเอียดของเนื้องานล่วงหน้าแต่อย่างใด โยโกอมยิ้มให้ก่อนจะพูดเพียงสั้นๆ "ก็เป็นผู้ช่วยฉัน... ถ่ายรูป" ใช่สินะถ้าจำไม่ผิดโยโกเป็นตากล้องอิสระ... เป็นผู้ช่วยตากล้อง พอเข้าใจเรียวก็ยิ้มออกมาเพราะเค้าเองก็ชอบการถ่ายรูปอยู่พอตัว "เดี๋ยวจะพาไปรุ้จักกับทีมงานคนอื่น ๆ พร้อมหรือยังละ ?" "ครับ..." การมาโอกินาว่าครั้งนี้ช่วยทำให้เรียวรู้สึกก้าวกระโดดจากความทรมานในช่วยสี่เดือนที่ผ่านมาได้มากทีเดียว ความทรมานที่เค้าต้องพยุงตัวเองอยู่ลำพังท่ามกลางภาพเหตุการณ์วันวานที่สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุดออกไปจากห้วงความคิดเสียที... แต่ทำไม ความทรมานที่กำลังจะเลือนหายไปถึงย้อนกลับมาซ้ำเติมเค้าอีกครั้ง ! "เรียว !" ต้องการอะไรจากผมกันนะพระผู้เป็นเจ้า ...ถึงนำพาคน ๆ นี้ให้มาเจอกับผมอีก ชื่อที่ถูกขานเรียกออกมาเรียวจำได้ไม่มีวันลืมว่าเป็นน้ำเสียงของใคร ใครคนที่เค้าเคยรักและยังรักมากที่สุดในชีวิต... "มาถึงนานแล้วเหรอ ยามะพี ?" "ครับ... ตั้งแต่เมื่อเช้า พอดีว่างด้วยเลยพาฮิโระจังมาเที่ยวก่อน แล้วโยโกยาม่าคุงกำลังจะไปไหนกันเหรอครับ ?" "ว่าจะพารุ่นน้องที่มาช่วยงานไปรุ้จักกับคนอื่น ๆ น่ะ นี่เค้าชื่อเรียว.. ส่วนเรียวนี่ไงยามะพีคนที่ฉันต้องถ่ายโฟโต้บุ๊คให้ นายน่าจะพอรู้จักบ้างนะ" โยโกแนะนำให้เรียวรู้จักกับน้องร้องหนุ่ม... ไม่ใช่แค่พอจะรู้จักแต่เป็นคนที่เค้าจดจำได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ในฐานะนักร้องชื่อดัง... แต่เป็นในฐานะเจ้าของโคว้ต้าที่ได้ความสุขที่ชื่ออุจิ ฮิโรกิไปครอบครอง.... เรียวไม่รู้ว่าร่างบางพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเค้าสองคนให้ยามะพีฟังแบบไหน จึงไม่มีท่าทีขึงขังหรือไม่เป็นมิตรหลังจากที่กระซิบบอก ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่าฮิโรกิใกล้ชิดกับยามะพีในแบบที่เคยทำกับตน บังคับเท่าไหร่... ก็ห้ามหัวใจไม่ให้ อิจฉา... ไม่ได้อยู่ดี การทำงานในฐานะผู้ช่วยตากล้องเริ่มขึ้นเร็วกว่ากำหนด ตอนแรกที่ตั้งใจจะลงมือถ่ายคือในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่ออะไรต่ออะไรมันพร้อมการถ่ายโฟโต้บุ๊คของยามะพีจึงเริ่มขึ้นล่วงหน้าหนึ่งวัน ภาพนักร้องหนุ่มกับดวงอาทิตย์สีแดงสดยามกำลังดิ่งลงเวิ้งทะเลสีครามเข้มถูกรัวกดชัตเตอร์จนหมดฟิลม์ไปจนนับไม่ถ้วน จนตากล้องมืออาชีพอย่างโยโกพอใจ ทีมงานจึงเริ่มทยอยเก็บอุปกรณ์... "เดี๋ยวลงเล่นน้ำกันไหม ฮิโระจัง ?" เสียงนักร้องนุ่มถามคนรักที่นั่งอยู่ด้วยตลอดการถ่ายทำ... เป็นบทสนทนาของคนสองคนแต่กลับทำให้ใครอีกคนชะงักมือที่กำลังจัดเรียงเจ้าม้วนฟิลม์ต่าง ๆ ลงกล่องสีดำดีที่ว่าคนอื่น ๆ ที่ต่างง่วนอยู่กับการเก็บของไม่ทันสังเกตเห็น... "แต่ว่า... ฉัน ฉัน" ร่างบางราวกับคิดคำพูดต่อไม่ได้ เรียวลอบมองยามะพีที่พยายามดึงแขนอีกคนให้ลงไปเล่นน้ำทะเล...ดวงตาสีดำสนิทฉายไปด้วยสิ่งใดไม่มีใครล่วงรู้ ทำไมละฮิโรกิ ...ก็บอกคนรักใหม่ของนายไปสิ ว่านายอึกอักทำไม จนในที่สุดก็เรียวลุกตามมาดึงแขนของฮิโรกิที่ถูกยามะพีพยายามจะลากให้ลงไปเล่นน้ำทะเลไว้... น้ำรสเค็มที่ซัดเข้าหาฝั่งกับคนสามคนที่ยืนมองหน้ากันโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้ายามอัสดงแสนร้อนแรง.... "ฮิโระ ...เออ ฮิโรกิเค้าว่ายน้ำไม่เป็น" ผลั้งปากเรียกชื่อเหมือนกับครั้งที่เคยรักกันออกไปแต่ยังดีที่ยังแก้ทัน เรียวค่อย ๆ ปล่อยฝ่ามือที่กำรอบแขนฮิโรกิออกก่อนเมื่อเห็นว่ายามะพีหยุดการยื้อให้อีกคนลงไปเล่นน้ำแล้วก่อนจะตัดใจหันหลังเดินกลับมายกเจ้ากล่องเก็บฟิลม์ใบย่อมแล้วแยกตัวขึ้นห้องพักไป รู้ว่าไม่สมควร รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ใดใดเลยแต่ที่ห้ามไว้ไม่ทันกลับไม่ใช่ขาทั้งสองข้าง... เป็นหัวใจต่างหากเป็นหัวใจที่ห้ามไว้ไม่ทัน... ห้ามไม่ให้ห่วงฮิโรกิไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่เคยรู้ว่าคน ๆ นี้ชอบหรือไม่ชอบอะไรมาก่อน ถ้าไม่เคยใกล้ชิดจนรับรู้ความเป็นตัวของตัวเค้ามาก่อน ถ้าไม่เคยรักและยังคงรักอยู่.... คงจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามเรื่องของคนที่เค้ารักกันแบบนี้ บุหรี่หลาต่อหลายมวนถูกจุดสูบทันทีที่แยกตัวขึ้นมาบนโรงแรม ลมทะเลที่โชยขึ้นมายังระเบียงห้องพักที่แสนสดชื่นเย็นสบายแต่ไม่ช่วยให้เรียวลดความทรมานที่สุมอยู่ในอกได้เลยสักนิด... มันคือความบังเอิญจริง ๆ หรือว่าพระผู้เป็นเจ้ากลั่นแกล้งเค้าจนเป็นเรื่องขบขันกันแน่ สี่เดือนที่ไม่ได้พบกันแต่ไม่มีสักวันที่จะไม่คิดถึง ไม่มีสักวันที่จะไม่รับฟังเรื่องราวของคนที่บอกลาจากไป ผมทรมานมากไปกว่านี้ไม่ได้หรอกนะ ... ..................................... ....................... ............ ...... ....................................................ถ้ามากกว่านี้อีกนิดเดียว ................................ .................... ............. ...... ... ......................แค่นิดเดียว ................................................. .............................. .................. ......... ..... ....................ผมคงต้องจากโลกใบนี้ไป ............................... .................... ......... พร้อมกับลมหายใจที่ยังรักเค้าอยู่ ....ลมหายใจที่มันมีเพื่ออุจิ ฮิโรกิ การถ่ายทำในวันต่อมาทุกอย่างก็ราบรื่นโดยไร้อุปสรรคใดใด... ดีที่ว่างานในส่วนที่ต้องรับผิดชอบนั่นยุ่งอยู่เอาการจึงทำให้เรียวราวกับตัดขาดจากโลกของยามะพีกับฮิโรกิ ถึงแม้ว่าจะต้องเห็นและได้ยินอยู่ตลอดทั้งวัน... งานปาร์ตี้เพื่อขอบคุณทั้งทีมงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องถูกจัดขึ้นในตอนเย็นหลังจากเป้าหมายงานที่ตั้งไวสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เรียวเลือกที่จะนั่งอยู่กับเหล่าทีมงานไม่คิดสุงสิงกับนักร้องหนุ่มและคนรัก พยายามถือเสียว่าการมาพบกันครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ... ก็เท่านั้น แต่ทำไม เรื่องบังเอิญเรื่องนี้ถึงยืดเยื้อจนต้องพาผมเข้าไปข้องเกี่ยวอีกครั้งจนได้ "เกิดอะไรขึ้นครับ ?!" เสียงของหนึ่งในทีมงานถามร้อนรนกับนักร้องหนุ่มที่ดวงหน้าซีดเผือด "ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน อยู่ดี ๆ ฮิโระจังเค้าก็อาเจียน" สิ้นคำของยามะพีแค่นั้น... เรียวก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ดิ่งเข้าไปหาคนที่กำลังอาเจียนเอาอาหารออกมาอย่างทรมาร "คุณให้เค้าทานกุ้งหรือเปล่า ?" "ครับ ...ทำไมเหรอ ?" นักร้องหนุ่มพยักหน้าให้กับเพื่อนของคนรัก ฮิโรกิแนะนำให้ว่าชายหนุ่มผู้นี้คือ... เพื่อนที่มหาวิทยาลัย เรียวถือวิสาสะลูบแผ่นหลังคนที่กำลังโก่งคออาเจียนขึ้นช้า ๆ "เค้าแพ้กุ้ง ...มันเป็นอาหารทะเลอย่างเดียวที่เค้าแพ้" ยามะพียอมถอยออกมาโดยไม่ได้ขัดขวางการช่วยเหลือจากเรียวที่มีต่อคนรักตน ไม่คิดติดใจใดใดสักนิดกับการกระทำเฉกเช่นเพื่อนธรรมดาตามที่ฮิโรกิบอกไว้... "เอายามาด้วยใช่ไหม ?" เรียวส่งแก้วน้ำเปล่าให้ร่างบางดื่มหลังจากอาการอาเจียนทุเลาลงแล้ว "เอามา... อยู่บนห้องพักน่ะ เรียวฉันเวียนหัวอีกแล้ว" "ก็รู้ว่าตัวเองแพ้ ...ยังจะกินเข้าไปอีก รั้นไม่เข้าเรื่องจริง ๆ" ฮิโรกิสบตาอดีดคนรักไม่คิดว่าจะได้ยินแล้วกับประโยคาและน้ำเสียงดุๆ แบบนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มันแปลกประหลาดที่ทำให้ข้างในหัวใจทั้งพองโตและทั้งอึดอัดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน "คุณพาเค้าขึ้นไปพักเถอะ ...เค้าคงเก็บยาไว้ในกระเป๋า ผมขอตัวก่อน" ไม่อยากให้เรื่องบังเอิญยืดเยื้อมากไปกว่านี้ ...มากเกินไปจนวันที่ต้องหันหลังกลับ แล้วอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ถ้าต้องอยู่ลำพังอีกครั้ง... "ถ้าจำไม่ผิดเด็กคนนั่นเคยคบกับนายไม่ใช่เหรอ ? ...แล้วทำไมถึง " "ผมเลิกกับเค้าแล้วครับ... รุ่นพี่นี่ก็ความจำดีเหมือนกันนะ" ให้หลังนักร้องหนุ่มประคองพาฮิโรกิขึ้นห้องพักไป โยโกจึงถามขึ้นมาเพราะช่วงที่เรียนปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลับเค้าเห็นเรียวเดินอยู่กับฮิโรกิบ่อย ๆ... "รู้ตัวไหม ตอนที่นายลุกออกมาจากเก้าอี้เมื่อกี้ ถ้าฉันเป็นยามะพีคงระแวง..." เรียวก้มหน้าลง เม็ดทรายที่อาบแสงดาวสีเงินสะท้อนเป็นประกายอยู่ในแววตา "รุ่นพี่เคยเกลียดตัวเองไหมครับ ?..." เกลียดถึงขั้นที่ว่าขยะแขยงไปหมด ...เกลียดที่พยายามเท่าไหร่ก็ลืมคน ๆ นั้นไม่ได้สักที คน ๆ นั้นที่ไม่ได้ถูกความตายพรากจากเราไป ไม่ได้ถูกกาลเวลาพัดพาให้สูญหาย แต่เค้ายังอยู่ ... อยู่ให้เราเห็นให้เราได้มีโอกาสได้สัมผัสแต่ไม่สามารถได้ครอบครอง เพราะอ้อมแขนที่เค้าพอใจให้โอบประคอง ...ไม่ใช่อ้อมแขนของเรา... แล้วความบังเอิญก็ยือเยื้อราวกับไม่มีที่สิ้นสุด... หมายกำหนดการเดินทางกลับถูกเลื่อนออกไปด้วยทริปเที่ยวชมเกาะจากหลาย ๆ เสียงในเหล่าทีมงาน เรือข้ามฟากลำใหญ่ถูกเช่ามาเพื่อโดยสารคนร่วม ๆ 20 ชีวิตเดินทางไปยังเกาะที่นักท่องเที่ยวหลายคนรับประกันในเรื่องของธรรมชาติที่งดงาม... "ไหวไหม ...เรียว สีหน้านายดูไม่ดีขึ้นเลย" โยโกถามรุ่นน้องคนสนิทเป็นครั้งทีสามหลังจากเรือออกจากท่ามาได้ไม่นาน อาการของคนเมาเรือนี่ดูแย่ไม่ใช่น้อยทีเดียว "ไหวครับ ผมเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เดี๋ยวถึงเกาะก็หาย" "พอถึงเกาะก็หาย แต่พอขากลับก็เมาเรืออีก ความจริงนอนรอที่โรงแรมก็ได้" "เซ็งแย่พอดีสิครับ..." หนุ่มหน้าคมยังมีกะใจหัวเราะทั้งที่พะอืดพะอมเจ้าเกลียวคลืนสีขาวเต็มที นึกก่นด่าตัวเองที่พาลให้โยโกและคนอื่น ๆ ที่แวะเวียนเข้ามาถามไถ่อาการอยู่ตลอด "กลัวหรือไงฮิโระจัง ดูทำหน้าเข้าสิ" ยามะพีลูบแก้มคนรักที่ดูมีอาการพะวาพะวงตั้งแต่เรือแล่นไกลออกมาจนไม่เห็นขอบฝั่ง คนว่ายน้ำไม่เป็นก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาเวลามาอยู่ใจกลางทะเลแบบนี้... ใช่อย่างที่ผมคิดใช่ไหม ฮิโรกิ? "ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณนะยามะพี" นักร้องหนุ่มยิ้มเมื่อร่างบางกล่าวแบบนั้นก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ของตน... ฝ่ามือกอบกุมกันไว้ อิงแอบแนบชิดท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม ...หากใครเห็นก็คงต้องบอกว่า เค้าเป็นคนโชคดีมากคนหนึ่งที่มีแฟนแสนน่ารักอย่างฮิโรกิ ... เค้าเคยคิดแบบนั้นนะ แต่มันคือ ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่คนที่รู้ว่าฮิโรกิว่ายน้ำไม่เป็นกับอาหารทะเลที่แฟนเค้าแพ้อย่างเดียวคือกุ้ง ...จะก้าวเข้ามา แล้วเค้าก็ไม่ได้หูหนวกตาบอดที่ดูไม่ออกว่าคนรักของเค้ากำลังเป็นห่วงคนที่เพิ่งกินยาแก้เมาเรือทีนั่งอีกทางฝั่งของลำเรือมากขนาดไหน.... พอถึงเกาะที่หมายต่างคนต่างก้าแยกกันไปดื่มด่ำกับธรรมชาติตามแต่ใจชอบ... ยามะพีเลือกที่จะพาฮิโรกิมา |