แค่รัก ...ไม่พอ EnD Part
2007-03-07 Wed 00:02
Fiction For Happy BirthDay to Pukpods & Pink_Rabbit & Happy Valentine RyoHiroki.

*เราต่อในโพสเก่านะ เลื่อน ๆลงไปค่ะ เดี๋ยวก็เจอเองแหละ หุหุ


Title : แค่รัก ...ไม่พอ EnDing Part
Cast : Ryo -x- Hiroki -x-YamaPee
Author : NakAnE_hoNeY bee




นักร้องหนุ่มลอบมองท่าทีที่ไม่เป็นสุขของคนรัก... หลังจากกลับมาถึงโรงแรมเค้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่และตัดสินใจจะกลับโตเกียวโดยเร็วที่สุด...

"กลับพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ ยามะพี?... ทำไมต้องรีบร้อนด้วย ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย??" สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกล้วนมีวาระของตัวมันเอง... แต่จะยากเย็นสักเท่าไหร่กันที่จะหลีกหนีมันดูสักตั้ง...

"พรุ่งนี้เช้าผมมีงานด่วนเข้ามา... ยังไงก็ต้องกลับวันนี้" ต้องพานายกลับก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป ผมจะแกล้งทำเป็นโง่งั่งซะที่มองไม่เห็นว่าสายตาที่ฮิโระมองผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความห่วงหาและอาทรขนาดไหน... และมันเกินกว่าที่คำว่าเพื่อนธรรมดาที่สมควรจะมีให้กันยังไง...


และได้โปรดพูดคำว่า... พร้อมจะกลับไปกับผมด้วยเถิด ฮิโรกิ......
.....................................
.......................
............
......

"ถ้าฉันจะอยู่ต่อที่นี่ต่ออีกสักคืน ...ยามะพีจะว่าอะไรฉันไหม แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะรีบตามกลับไป" นักร้องหนุ่มเสหน้าหนีไปอีกทาง... นัยน์ตาที่คลอคล่องไปด้วยหยาดน้ำอุ่นใสของคนรักตรงหน้า ...มันบอกทุกสิ่งทุกอย่างกับเค้าทั้งหมด ... พอกลับมาถึงโรงแรมเรียวก็มีอาการไข้ขึ้นสูงจนน่าห่วง โยโกกับกับทีมคนหนึ่งได้พาเจ้าตัวไปที่โรงพยาบาลทันที
แล้วเพิ่งจะโทรมาบอกว่า... เรียวต้องนอนพักรักษาตัวอย่างน้อยหนึ่งคืน....


"อ๊ะ!!... ทำอะไรน่ะ ยามะพี ??!!" ฮิโรกิถูกกระชากให้ขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงรวดเร็ว.... แววตาฉายชัดด้วยความตื่นตระหนก... เมื่อคนรักโถมร่างลงมาทาบทับไว้ตรึงข้อมือขาวไว้กับที่นอนหนานุ่มทั้งสองข้าง.... เหมือนไม่ใช่ยามะพีที่เคยรู้จักมาก่อน เจ้าชายแสนดีกำลังถูกซาตานตนใดครอบงำกันนะ.....


"มองผม... แล้วพูดว่า รักผมสิ ฮิโรกิ! พูดว่าคนที่ฮิโระรัก คือ ผม!!" แรงกดที่ข้อมือย้ำหนักจนเจ็บ ดวงตาประสานกัน... ยามะพีไม่ได้หอบเอาความบ้าคลั่งของท้องทะเลขึ้นมาแต่อย่างใด แต่ที่เค้ากำลังเป็น คือ ร้อนรุ่มและหวาดวิตกกับการจะจากไปของของรักตรงหน้า....

สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกล้วนมีวาระของตัวมันเอง... แต่เค้าจะขอยื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ....

ไร้เสียงใดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากคนข้างใต้ แม้แต่คำว่ารักที่นักร้องหนุ่มขอร้องไปก็ไม่ได้คืนกลับมา..... ยามะพีกดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่ม บดเบียดมันเพื่อหวังการเผยอตอบรับเฉกเช่นกับทุกครั้งที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายกลับเป็นหยาดหยดน้ำตาของความพ่ายแพ้ที่เค้าต้องเสียไป...


"ฉันขอโทษ~~~...." เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยแผ่วเบากับคนที่ซบหน้าอยู่กับซีกแก้มตน ...สัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ซึมออกมาจากคนรัก ยามะพีกอดร่างในอ้อมแขนนิ่งนาน เพราะไม่แน่ใจว่า...ถ้าปล่อยแล้วจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม ?..........

ฮิโรกิค่อย ๆ กอดตอบช้า ๆ กลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดทน.... คนบางคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตรอคอยการมาของคนในความฝัน... คล้ายเด็กที่รอของขวัญจากซานต้าครอสที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงไหม... จนบางคนท้อถอยและหมดหวัง แต่บางคนที่สมปรารถนากับคำอฐิฐานที่เฝ้าวอนขอมาทั้งชีวิต... เหมือนกับฮิโรกิ เพียงพอแล้วจริง ๆ หรือ ที่จะโบยบินไปบนเวิ้งฟ้าสีครามกับคนที่ถมรอยโว่ของช่องความฝันนั้นจนเต็ม.....

อุจิ ฮิโรกิ ก็แค่คนที่รอคอยความฝันและยามาชิตะ โทโมฮิสะก็เป็นแค่คนที่ถมรอยโว่ของช่องความฝันเว้าแหว่งนั้น ๆ
เค้าสองคนก็แค่มนุษย์ปถุชนธรรมดา ๆ สองคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจ.... และเจ็บปวดเป็น เหมือนกับที่ตอนนี้กำลังเผชิญอยู่....

อยากให้ความจริงเป็นเพียงแค่ความฝัน.... และอยากให้ความฝันนั้นไม่ใช่ความจริง
.........................................
.......................
............
......

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ


“ผมให้เวลาคุณสองคน ... คิดและทบทวนอีกครั้ง” บานประตูห้องพยาบาลถูกปิดลงเมื่อนักร้องหนุ่มตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินออกไป ยามะพีพาฮิโรกิมา ณ ที่แห่งนี้หลังจากตนได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของร่างบางเอง อดีตที่มีเค้าเป็นตัวแปร... เป็นสาเหตุให้คนสองคนต้องเลิกกัน... เกมส์ชีวิตที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีผู้ร่วมเล่นถึงสามคนกำลังจะถูกมอดไหม้ไปกับร่องรอยและบาดแผลจากคำ สั้น ๆ เพียงคำเดียว...


................คำว่า รัก

.......................รักที่แสนบริสุทธิ์ของยามาชิตะ โทโมฮิสะ ต่ออุจิ ฮิโรกิ
.......รักที่แสนบางเบาของอุจิ ฮิโรกิ ต่อนิชิกิโด เรียว

.................รักที่แสนศรัทธาของนิชิกิโด เรียว ต่ออุจิ ฮิโรกิ
.................................................
.................................................................
...................................................................................
.........................................รักที่ต่างคนต่างรัก
แต่เป็นรักที่ทำร้ายทุกคน....................................
................................
.................
.......
ขอให้มอดไหม้ไปเท่ากับจำนวนน้ำตาที่สูญเสียไปด้วยเถิด

..........................................
...................ได้ไหม พระผู้เป็นเจ้า ??





“อย่าทำแบบนี้ ฮิโรกิ... รีบตามเค้าออกไปซะ ” น้ำเสียงเรียบเฉยของคนบนเตียงกล่าวเตือนสติ ใช่ว่าความรักที่มีต่อคนตรงหน้าจะแหลกสลายไปหมดสิ้น..... แต่เค้าไม่อยากให้เรื่องบังเอิญที่นำพาให้กลับมาพบกันหลอมละลายความรู้สึกของกันและกันไปมากกว่านี้....

“ยกโทษให้ฉันได้ไหม... เรียว ?” ฮิโรกิเดินเข้าไปช้า ๆ เอือมมือไปแตะแขนอดีตคนรักราวกับต้องการให้ความรู้สึกเนื้อแท้ในจิตใจส่งผ่านไปถึงคนตรงหน้า ...มันแสดงออกมาจนหมดสิ้นกับสิ่งที่ยามะพีให้ลองคิดและทบทวน

เรียวคว้าตัวคนที่ขอให้ตนยกโทษเข้ามากอด... ฉันจะยกโทษให้นายได้ยังไงกัน ในเมื่อทั้งชีวิตที่ผ่านมาฉันไม่เคยโกรธนายสักครั้งเดียว ฮิโรกิฝังใบหน้ากับอ้อมอกที่โหยหา... ปล่อยน้ำตาให้รินไหลอาบทั้งสองแก้ม... สาสมแล้วกับบทลงโทษต่อความผิดของตัวเอง


บางทีคนเรามักได้บางสิ่งโดยต้องแลกด้วยบางสิ่ง...
คงมีน้อยคนกระมังที่ได้บางสิ่งโดยต้องแลกด้วยการสูญเสียเหมือนกับฮิโรกิ

.....................................
.......................
............
......

สูญเสียคนของความฝันที่รอคอยมาทั้งชีวิตไป..............
....................................เพื่อสิ่งที่ต้องการจริง ๆ กลับคืนมา



เรียวจุมพิตกับหน้าผากเนียนเบา ๆ ก่อนจะคลายอ้อมแขนออก.... จุมพิตแสนอ่อนโยนจากเรียวทำให้รอยยิ้มบางเบาผุดบนใบหน้าของฮิโรกิ.... แต่อ้อมแขนที่คลายออกกลับบอกบางสิ่งบางอย่างกับตน ลางสังหรณ์บางอย่างในดวงตาสีดำสนิทของคนที่รักแสนรัก..... รักจนหมดหัวใจ...... ได้โปรดเรียว ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง

...........................ได้โปรด
.......................................................
................................................................





“ถ้าโชคเข้าข้างเราสองคนจริง ๆ ... คงจะได้พบกันอีก”



………………………………………………………………



ความโด่งดังของยามะพีนับวันก็ยิ่งมีอิทธิพลครอบคลุมไปทั่ววงการบันเทิงญี่ปุ่น ไม่ว่าจะหันไปหยิบจับงานใดก็ดูจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ไม่เว้นแม้กระทั่ง.... การถ่ายแบบลงนิตยสาร

“ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วค่ะ ... นิชิกิโดคุง”

“ขอบคุณมากครับ... งั้นผมจะเริ่มถ่ายเลยแล้วกัน” ตากล้องหนุ่มที่ได้รับรางวัลการันตีฝีมือมามากมายทั้งการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวหลายต่อหลายรางวัล ... รวมทั้งเป็นหนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่วงการบันเทิงให้ความเชื่อมั่นในฝีมือของการถ่ายภาพให้กับแบนด์ดัง ๆ .... เดินไปยังฉากที่ถูกจัดเซ็ทไว้กลางสตูดิโอ ก้มศรีษะให้กับคนที่รอถ่ายอยู่ก่อนแล้ว...

นายแบบที่ตากล้อมหนุ่มต้องทำงานร่วมด้วยคือ นักร้องชื่อดังนามว่า ยามาชิตะ โทโมฮิสะ... ทุกอย่างผ่านฉลุยไปไม่มีอุปสรรคใดใดขัดขวางให้งานล่าช้าหรือเกิดข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เพราะความที่เคยร่วมงานกันหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้.....

“ได้ยินว่าคุณจะไปอิตาลีเหรอ?” ยามะพีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดคอนเซ็ปเรียบร้อยเดินเข้ามาทักทายตากล้องมือโปรที่ตรวจเช็คผลงานที่เพิ่งถ่ายเสร็จอยู่อย่างขะมักเขม้น....

“ข่าวเร็วเหมือนเดิมเลยนะ... ผมก็ยังไมได้ตอบตกลงอะไรไปหรอก ขอเคลียร์งานที่นี่ให้หมดก่อน”

“ถ้าคุณไปจริง ๆ ผมคงไม่มีภาพสวย ๆ ไว้ลงปกอีก”

“เกินไปแล้วคุณ... ตากล้องคนอื่นมีอีกตั้งเยอะ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ของสองหนุ่มกับการพูดคุยกันกลายเป็นภาพชินตาเสียแล้วของคนอื่น ๆ การที่ตากล้องและนักร้องหนุ่มจะสนิทกันเห็นทีจะไม่ใช่เรื่องแปลกแต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่า..... ความสนิทสนมคุ้นเคยจะเกิดขึ้นมาจากผู้ชายอีกคนที่หายสาบสูญไปราวกับจากกันด้วยชีวิต…..


“เกือบหกปีแล้วสินะที่เราสองคนไมได้เจอเค้า” มือของตากล้องหนุ่มชะงักนิ่งไว้กับรูปใบสุดท้าย ยามะพีพูดพร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ดวงตาว่างเปล่าของคนทั้งคู่เสมองไปคนละทาง.... ภาพความรงจำสุดท้ายที่หลงเหลือของเรียว คือ ....ใบหน้าอ่อนหวานเปื้อนเปอะด้วยหยาดน้ำตาที่โรงพยาบาลวันนั้นที่โอกินาว่า... เค้าปล่อยให้ฮิโรกิเดินจากเค้าไปโดยเค้าเองที่เป็นคนต้องการ.....

แล้ข่าวที่เค้าไม่คาดคิดก็ปรากฏต่อสายตาสาธารณะชน... ยามะพีเลิกกับคนรักหลังกลับจากถ่ายแบบที่โอกินาว่าไม่ถึงเดือน ความรักหวาบไหวตามประสาดารามักจะไปกันไม่ตลอดรอดฝั่ง... นี่คือเสียงวิพากษณ์วิจาร์ของผู้รับข่าวสาร...... แต่หยั่งรากลึกลงไปกว่านั้น... ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่…..


“คุณว่าตอนนี้เค้ากำลังทำอะไรอยู่?”

“ไม่รู้สิ....”

“ถ้าคุณมีโอกาสได้พบเค้า... คุณจะทำยังไง เรียว?” คราวนี้ใบหน้าคมมองคนถามราวกับให้แน่ใจกับสิ่งที่พูดออกมา

“แล้วถ้าคนที่มีโอกาสได้พบเค้า ไม่ใช่ผมแต่เป็นคุณ... คุณจะทำยังไง ยามะพี?” คิ้วเส้นหนานักร้องหนุ่มเลิกสูงขึ้น เคยชินเสียแล้วกับนิสัยปากหนักของเรียว ยามะพีอัดเจ้าควันสีขาวขุ่นเข้าปอดก่อนจะปล่อยมันออกมาช้า ๆ ....


“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... เห็นทีผมต้องขอตัวก่อน ต้องเข้าห้องอัดอีกไว้ทำงานด้วยกันอีกนะ” มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เช่นนี้มาตลอดเกือบ 6 ปีที่เค้าสองคนได้พบปะกัน... ทักทายทั่วไปในเริ่มต้นและลงท้ายด้วยเรื่องของฮิโรกิที่ยังคงเป็นคนในความทรงจำของเค้าสองคนเสมอมา.....


Tlu….tlu…..tlu…..tlu…..

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่เรียวกำลังจะเดินออกจากสตูดิโอหลังจากยามะพีแยกกลับไปได้สักพักใหญ่ๆ
“สวัสดีครับรุ่นพี่... ว่างครับ... แล้วทางนั้นเค้าจะตกลงเหรอครับ... ได้ครับ... เดี๋ยวผมจะไปแทนให้ ฝากบอกรุ่นพี่ฮินะด้วยนะครับว่าพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปเยี่ยม ....ครับ” ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือยังมีเวลาอีกเกือบสองชั่วโมง โยโกโทรมาไหว้วานให้ไปถ่ายภาพให้กับนิตยสารเล่มหนึ่งแทนเนื่องจากแฟนของเจ้าตัวประสบอุบัติเหตุตกบันได... ไม่มีสักครั้งที่เค้าจะปฏิเสธิผู้ที่มีบุญคุณกับเค้าอย่างเหลือล้นคนนี้ได้.... โยโกเป็นคนชักพาเค้าเข้าสู่วงการช่างภาพ ให้คำแนะนำ... และอีกต่าง ๆ นานาที่สามารถจะช่วยเหลือได้ เค้าก้าวมายืนตรงจุด ๆนี้ได้ก็เพราะโยโก เพราะฉะนั้นรื่องเพียงแค่นี้ ทำไมเค้าจะทำให้ไม่ได้เล่า.....


“เดี๋ยวนายไปที่ XXX….. ยังไงก็คุยเรื่องคอนเซ็ปงานกับสไตลิสก่อน เค้าดูแลทุกอย่างของงานนี้ ชื่อนัตสึ... นากาฮาร่า นัตสึ”


“ครับ... สวัสดีครับ” เค้าไม่เถียงหรอกว่าตอนนี้ชีวิตมันเกือบจะลงตัวทุกอย่างแล้ว แต่เค้าก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า ....ลึก ๆ แล้วยังถวิลหาเจ้าของใบหน้าเปื้อนเปอะคราบน้ำตาในวันนั้นเกือบทุกครั้งที่ต้องอยู่คนเดียว...


เรียวขับรถไปตามเส้น ทางที่โยโกบอกมา... รู้รายละเอียดงานคร่าว ๆ ว่าเกี่ยวกับน้ำหอมเท่านั้นเอง

“ผมมาแทนคุณโยโกยาม่า ยูครับ”

“มาแล้วเหรอค่ะ... สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นผุ้ช่วยของคุณนัตสึ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ ” สาวสวยร่างบบอบบางกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม... ผายมือให้เรียวเดินตามเข้าไปทันทีที่ไปถึงที่หมาย


“คุณนัตซึค่ะ... ตากล้องที่มาแทนคุณโยโกยาม่ามาแล้วค่ะ” ผุ้ช่วยคนสวยแหงนคอขึ้นบอกกับคนที่ปีนขึ้นไปบนบันไดพับที่ง่วนอยู่กับสายโมบายอันน้อยที่พันกันอยู่ยุ่งเหยิง ถ้าคน ๆ นี้คือ คุณนัตสึที่เป็นสไตสิสจริง ๆทำไม ถึงขึ้นไปจัดการกับเจ้าของตกต่างฉากเล็ก ๆน้อย ๆ พวกนั้นด้วยตัวเองเล่า.... เรียวนึกสงสัยอยู่ในใจ


นัยน์ตาคมพิศมองคนที่ปีนขึ้นไปอยู่บนบันไดพับแล้วรู้สึกวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาดในอก เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกซอยสั้นระต้นคอแบบทรงง่าย ๆ ทั่วไป ท้ายทอยที่ขาวผุดผาดแผ่นหลังบางที่ชวนให้ระลึกถึงคนในความทรงจำตลอดช่วงเวลา 6 ปีที่คน ๆ นั้นหายหน้าไป....


“ขอบใจมากนะ เอริกะจัง..... เอ๊ะ!” คนข้างบนเอี้ยวหน้าลงมายิ้มให้กับผู้ช่วย ก่อนที่จะอุทานออกมาอย่างตกใจ มือที่ยื่นไปจับสายระโยงรยางค์นั้นร่าวงลงข้างตัวราวกับคนหมดแรง


“อ๊ะ!.... คุณนัตสึระวังค่ะ!!” ร่างของสไตสิลหน้าหวานบนบันไดผลัดตกลงมาเรียกความสนใจให้คนทั้งสตูดิโอ หลายคนที่กรูกันเข้ามาเพื่อหวังจะช่วยแต่ก็ต้องหยุดชะงักนิ่ง เมื่อผู้มาใหม่ฉวยเอาตัวเข้าไปรองรับสไตสิสหน้าหวานไว้เสียก่อน.....


...ถ้าโชคเข้าข้างเราสองคนจริง ๆ ... คงจะได้พบกันอีก...




“เจ็บหรือเปล่า ? ” เรียวประคองร่างสไตลิสหน้าหวานพร้อมกับถาม

“ม.. ไม่เป็นไร ปล่อยก่อนเถอะ....” คนในอ้อมแขนพูดอ้อมแอ้มออกมาพยุงตัวเองขึ้น หลบสายตาคนทั้งสตูดิโอรวมทั้งคนที่เข้ามาช่วยรับตัวไว้ด้วย


“เอริกะจัง เดี๋ยวผมของเวลาสัก 20 นาทีนะ ไว้ค่อยเริ่มถ่าย”

“ได้ค่ะ... ว่าแต่คุณนัตสึไม่บาดเจ็บตรงไหนแน่นะค่ะ ?”

“ครับ ผมปลอดภัยดี” ร่างบางถอนหายใจ รอให้ผู้ช่วยแสนสวยเดินห่างออกไปก่อนจะหันมาประจัญหน้ากับตากล้องคนที่มาแทนโยโกยาม่าคุง


“นึตสึ ?....”


“คือ.... ฉ ฉัน ว่าเราไปคุยในห้องนั้นดีกว่า คุยตรงนี้ไม่สะดวกหรอก” สไตสิลหน้าสวยอึกอักขึ้นมาอีก เดินนำเรียวไปทางห้องเล็ก ๆ มุมในสุดของสตูดิโอ ร่างบางเองก็ว่างท่าทีไม่ถูกับวิธีการมองราวกับคาดคั้นแบบนั้นของเรียว...

“คุณนัตสึ ?.....”


“เลิกเรียกฉันว่านัตสึเสียที... เรียวเคยเรียกยังไงก็เรียกอย่างนั้นเถอะ”

“ฉันไม่เข้าใจ....” ดวงตาคมลึกมองจ้องแนวนิ่วกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า นายไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่อาจจะจแค่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เท่านั้น.... แต่คำถามที่ต้องการคำตอบคือ .....การใช้ชื่อนัตสึ แทนชื่อ....ฮิโรกิ

มันเป็นข้อสงสัยตลอดมาสำหรับคนรอบกายฮิโรกิที่มักจะปฏิเสธิการร่วมงานกับนักร้องชื่อดังอย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะและช่างภาพฝีมือดีอย่างนิชิกิโด เรียว.....


เรียวนึกใจหายและสงสารคนตรงหน้าจับใจ.... เมื่อรู้ว่าทำไมร่างบางอุปโลกน์ชื่ออื่นในการดำเนินชีวิต


“หนทางเดียวที่พาฉันให้ห่างออกมาจากเรียวและยามะพีให้มากที่สุด......” เพื่อหนีการพบหน้า ทั้งที่เค้าสองคนใช้ชีวิตไปในแต่ละวันโดยปกติแต่ฮิโรกิกลับต้องคอยหลบหลีกและซ่อนตัวเองอยู่ด้วยความทรมานเพียงลำพัง...ตลอดเวลาที่พลัดพรากพวกเราให้จากกัน......


“รุ่นพี่รู้เรื่องนี้มาตลอดเลยใช่ไหม?” เรียวยังคงถามแต่น้ำเสียงไม่ได้ถือโทษโกรธใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะแค่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ...หัวใจดวงเดิมที่เต้นร่ำ ๆ อยู่ในอกก็ราวกับฝืนคืนชีวิตขึ้นมา โชคชะตาหรือความบังเอิญกันอีกนะ ...คราวนี้


ฮิโรกิพยักหน้าช้า ๆ ไม่กล้าพอที่จะสบตากับคนตรงหน้า การทำงานในสายอาชีพเดียวกันเหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่รู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเรียว ตู้เก็บหนังสือที่ห้องฮิโรกิล้วนเต็มไปด้วยหนังสือรวมภาพของตากล้องหนุ่มฝีมือดี ภาพที่ประดับบนฝาพนังห้องก็ล้วนเป็นภาพการถ่ายของตากล้องหนุ่มผู้นี้... ตากล้องหนุ่มที่มีชื่อว่านิชิกิโด เรียว
การติดตามผลงานของอีกฝ่ายสม่ำเสมอยิ่งตอกย้ำให้ยิ่งยากที่จะลบเลือนความรักแต่หนหลังได้ลง...


ความรักที่ ...เลือก ...ที่จะรัก ไม่ใช่เลือกที่จะ ....เป็นคนรัก มันช่างเจ็บปวดจนแสนสาหัสทีเดียว


“แขนนายถลอก....” ตากล้องหนุ่มเดินเข้ามาจับแขนขาวที่มีรอยขูดแดง ๆ เป็นทางยาวพร้อมกับเลือดที่เริ่มซึมออกมาก คงจะเป็นตอนตกลงมาจากบันไดพับนั่น เรื่องในอดีตรื้อฟื้นไปก็เท่านั้น หากมันเลวร้ายนักก็เลือกจำแต่เรื่องดี ๆ สมหวัง ... ทำให้เราได้รับรอยยิ้ม ผิดหวัง.... ทำให้เราสูญเสียน้ำตา แต่เมื่อน้ำตาเหือดแห้งไป เราก็จะได้รอยยิ้มมาเข้ามาทดแทน....


ผู้ช่วยแสนสวยของฮิโรกินำกระเป๋าปฐมพยาบาลใบย่อมเข้ามาให้กับตากล้อมหนุ่มหลังจากเดินไปขอท่ามกลางทีมงานที่ใจจดใจจ่อรอคำสั่งเริ่มการถ่ายทำ ปลายนิ้วที่บรรจงทำแผลและปิดพาสเตอร์ยาให้ พาให้หัวใจของฮิโรกิพองโตจนคับแน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา... เจ้าของสิ่ง ๆ นี้รู้บ้างไหมว่ามีใครคนหนึ่งคนนี้เคยร่ำไห้และโหยหาเมื่อมันหายไป.... มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว


สักพักใหญ่ต่อมา การถ่ายทำก็เริ่มขึ้นแสงเฟลชวิบวับกับเสียงกดชัตเตอร์ดำเนินไปพร้อมกับการจัดการตัวสินค้าแบรนด์ดังอย่างน้ำหอม ตามความต้องการของสไตลิสหน้าหวาน.... ดวงตาดำสนิทบ่อยครั้งที่จะละจากจุดโฟกัสบนกล้องเลนส์ใสลอบมองอีกคนที่สีหน้าจริงจังอยู่กับการทำงาน นากาฮ่าร่า นัสสึ.... อุจิ ฮิโรกิ... ยินดีที่ได้รู้จัก.... และขอบคุณที่ได้พบกัน...... อีกครั้งหนึ่ง


หลังจากการถ่ายทำจบลงโดยที่ตัวแทนทุกฝ่ายเป็นที่พอใจ ต่างคนต่างจึงทยอยกันกลับ ตากล้องหนุ่มที่เพิ่งเก็บงานในส่วนของตัวเองเสร็จเหลือบมองสไตลิสคนเก่งที่กำลังคุยอยู่กับผู้ช่วยคนเดิมคนนั้น ฮิโรกิที่ดูมุ่งมั่นกับการทำงานแบบนี้เป็นอีกมุมมองใหม่ที่ทำให้เรียวเผลอยิ้มออกมา... ยิ้มที่ภูมิใจ พึงพอใจและประทับใจ


คนที่เคยเอาแต่ออดอ้อนเค้า.. เอาอกเอาใจเค้า... และคอบแต่ประจบประแจงาจะเอาโน้นเอานี้อยู่ตลอดเมื่อหลายปีก่อนหายไปแล้ว.... หายไปจนแทบนึกภาพเก่า ๆ พวกนั้นไม่ออก


“ทำไมคุณถึงปล่อยเค้าไป ทั้งที่คุณก็รู้ว่าเค้ารักคุณ?”คำถามที่ครั้งหนึ่งยามะพีเคยถามเค้าตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อมพร้อมกับดวงตาปวดร้าว มันถูกที่ว่า ...เกมส์ของเราสามคนที่จบลงเค้าเป็นผู้กุมชัยชนะในฐานะที่เป็นคนที่คนกลางอย่าง
ฮิโรกิ.... รัก ..... แต่ผู้ชนะที่แสนโง่เง่าในสายตาของผู้ร่วมแข่งขันอีกคนกลับเลือกที่จะปล่อยมือคนกลางให้จากไป ผมไม่โกรธแต่อย่างใดที่ถูกตราหน้าว่า ....โง่... เพราะผลของความโง่ของผม มันทำให้ผมเห็นคนที่ผมรัก ....เข้มแข็ง…. ในวันนี้


“ผีเสื้อ.... ต่อให้มันสวยงามมากแค่ไหน แต่ถ้าหากว่ามันไม่เคยใช้ปีกของตัวเองโบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเสียบ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรจากพวกมดหรือพวกตัวหนอนไหมที่ไร้ปีกหรอก....”

เรียวจำได้ดีว่า.... สีหน้าของยามะพีในเวลานั้นหลังจากที่ได้รับฟังคำตอบงี่เง่าของเค้าไปติดจะหงุดหงิดและไม่พอใจมากอยู่พอตัว ผีเสื้อกับฮิโรกิ... ไม่ใช่สิ่งเดียวกันแต่เป็นสิ่งที่เหมือนกัน


ผีเสื้อที่รูปลักษณ์ภายนอกสวยงามก็เหมือนกับฮิโรกิที่ดูน่าหลงใหลและคนรอบข้างอยากใกล้ชิด เหมือนกับที่เค้ากับยามะพีเคยหลงจนโง้หัวแทบไม่ขึ้นครั้งนั้น

ผีเสื้อที่มักพึ่งพาน้ำหวานจากดอกไม้ มันมักจะเลือกดอกที่สวย ที่ดูดีเพื่อหวังจะได้น้ำหวานที่รสชาติเลอเลิศก็เหมือนกับที่ฮิโรกิเลือกจะอยู่กับเค้าเพราะความสบาย เลือกอยู่กับยามะพีเพราะความอยากได้อยากมีและอยากเป็น...


แต่ในความเหมือนก็ย่อมมีความต่าง ฮิโรกิไม่คิดใช้ปีกที่ตัวเองมีเลยสักครั้งในชีวิต เพราะมีคนอื่นพร้อมจะทำให้อยู่เสมอ แต่สำหรับ 6 ปีที่ผ่านมา.... ปีกที่แสนบอบบางได้กางออกและโบยบินด้วยตัวของตัวเอง

มันโบยบินได้อย่างสวยงาม..... และน่าทึ่งทีเดียว


“ขอบคุณมากนะ สำหรับวันนี้...” เรียวสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อเดินคิดเรื่องราวในอดีตมาเรื่อยเปื่อยจนมาหยุดอยุ่ที่หน้าสตูดิโอ แล้วใครอีกคนเดินตามมา... ใครอีกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของอดีตนั้นๆ

“ไม่เป็นไรหรอก รุ่นพี่ขอให้ฉันมา แล้วอีกอย่างมันก็เป็นงานของฉันอยู่แล้ว” บรรยากาศพลบค่ำท่ามกลางเมืองหลวงที่ดูวุ่นวายเหมือนกับทุก ๆ วัน แต่วันนี้ในสายตาของเรียวกลับดูเปลี่ยนไปโดยที่เค้าเองก็หาสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จริงๆ...


วันนี้ดูเหมือนว่า เมืองที่ตัวเองอยู่มาเนิ่นนานน่าอยู่ขึ้นมากกว่าแต่ก่อน.... จนบอกไม่ถูก


“กลับยังไงเหรอ ฮิโรกิ?” ชื่อที่ถูกเรียกออกมานั่นทำให้ขอบตาของคนถูกเรียกแดงก่ำ.... นานเท่าไหร่แล้วนะที่ห่างหายไปจากน้ำเสียงของคน ๆ นี้.... ห่างหายไปจากเรียว รวมทั้งห่างหายไปจากชื่อจริง ๆ ของตัวเอง

“รถไฟน่ะ... ถามฉันแบบนี้ตั้งใจจะไปส่งหรือไงกัน?”


“อืม... ก็ตั้งใจไว้แบบนั้น” ชายหนุ่มมองตาของอีกฝ่ายเห็นขอบตาที่แดงๆ ก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าคนตรงหน้ากำลังรู้สึกเช่นไร

“เรียวไม่ต้องไปรับใครหรือไง?” ฮิโรกิพยายามยิ้ม ในเมื่อไหน ๆ โชคก็เข้าข้างให้ได้เจอกันแล้ว หากมันกำหนดเวลาให้มาเพียงแค่นี้ก็จำต้องก้มหน้ายอมรับมันเท่านั้นเอง....


“หรือว่านายมีคนมารับ?” สไตสิสหน้าหวานหันไปสบตาอีกฝ่ายเมื่อถูกถามกลับมา จ้องให้ลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ยิ่งมองยิ่งทำให้เห็นแก่ตัวอยากเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียว.... ต่อจากนี้ไป จะเป็นไปได้ไหมนะ


ทั้งสองคนแทบจะไม่รู้ตัวว่าต่างฝ่ายต่างยืนนิ่งกันอยู่อย่างนั้นอยู่รวมสองสามนาที ก่อนที่โหนกแก้มจะค่อย ๆ เรื่อแดงขึ้นมา แล้วเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็เกิดขึ้น...

“ไม่มี...” ต่างฝ่ายต่างตอบออกมาเหมือนกัน ....พร้อมกัน สิ้นสุดเสียทีกับอาวรณ์ที่แสนทุรนทุรายในทุกวินาทีที่ผ่านมา.... ภาพที่พบกันครั้งแรก.... และภาพสุ