Title : Un - Finished ...Cast : Nishikido Ryo-x-Yamashita Tomohisa
Pic design : Pla-kung
Author : nakane_honey bee
Request : harutoakira (หลานรัก)
Part ' 2 ..." ความหลัง "..... "ถ้าปาฏิหาริย์มันเกิดขึ้นจริง ๆ กริ๊งกร๊างมาบอกกันด้วยหล่ะ... ไว้เคลียร์งานเสร็จแล้ว ฉันจะตามไปสมทบ จะไปเป็นผู้ช่วยนางเอกในการตามรักคืนใจแน่นอน" ยามะพีอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงประโยคของคาเมะก่อนจะขึ้นรถตู้มา แม้จะดูเป็นความหวังที่ลม ๆ แล้ง ๆ เต็มทีแต่คาเมะก็ไม่คิดที่จะหัวเราะเยาะกับการกระทำของเค้าเลย... อีกทั้งยังช่วยคิดแผนเพื่อตบตาพ่อกับพี่ชายสาระพัดให้มาโอซาก้าได้โดยไม่โดนบ่น...
ก็แค่ทำเป็นให้ความสนใจกับโปรเจ็คงานสิ... แบบว่าอยากตามไปคุมงานด้วยตัวเอง... อยากให้ทุกขั้นตอนผ่านตาผ่านมืออะไรประมาณนี่แหละ... เพียงบอกออกไปด้วยข้ออ้างที่ดูรักการรักงานขนาดนี้ ผู้เป็นพ่อและพี่ชายก็สั่งการมอบหมายให้เค้าดูแลโปรเจ็คนี้แทบจะทันที่... แจ๋วจริงๆ คาเมะเอ้ย...
"เดี๋ยวพอพ้นถนนเส้นหลักเส้นนี้แล้ว ก็ถึงไร่คุณโยโกยาม่าพอดี"
"อ๋อ... เหรอฮะ" ร่างบางเพียงพยักหน้าให้โทมะ... คนที่นั่งอยุ่ข้าง ๆ เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียดนักกับการอธิบายถนนหนทางที่เจ้าตัวมาเซอเวย์ด้วยตัวเองแล้วอาทิตย์ก่อน... อีกทั้งการลงทุนนั่งรถกลับมาโตเกียวเพื่อรับยามะพีและทีมงานมาถ่ายโฆษณาเองอีก... ก็ทำให้ยามะพีไม่กล้าที่จะแสดงท่าทีใดใดที่เป็นการหักหาญน้ำใจอีกฝ่ายออกไปได้จริง ๆ...
โทมะเองก็พอจะรู้ว่าร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่มีแก่ใจที่จะสนทนาด้วยสักเท่าไหร่ จึงหันหน้ากลับไปมองยังทางข้างหน้าตามเดิม... แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะขอลอบมองคนหน้าหวานที่ไม่ว่าเท่าไหร่เค้าก็ชนะใจไม่ได้สักทีอยุ่บ่อยๆ โดยระวังไม่ให้ยามะพีรู้ตัว...
ใช่ว่าเค้าไม่เคยโดนยามะพีทำอาการเฉยเมย... ถามคำตอบคำแบบขัดไม่ได้แบบนี้ใส่เสียเมื่อไร
หัวใจเค้ามันคงด้านชาไปหมดแล้ว.... ชาซะจนต่อให้เจ็บมากกว่านี้อีกสิบเท่าก็คงจะไม่มีความรู้สึกใดใดตอบสนองอีก
ยามะพีทอดสายตาออกไปหน้าต่างด้านข้าง... เพื่อแก้เซ็งกับการนั่งรถเป็นชั่วโมง ๆ ดวงตากลมโตก็เจอเข้ากับรวงร้านมากมายที่ตั้งอยู่เกลื่อนกลาดเต็มสองฝั่งฝากถนนในตัวเมืองโอซาก้า... ปกติแล้วคุณหนูอย่างเค้าคงไม่มีวันได้ไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้หรอก หากแต่กลับไม่ใช่กับคุณหนูโทโมฮิสะคนนี้... ยามะพียิ่งเสียกว่าได้สัมผัสกับมันเสียอีก... เรียกได้ว่าเข้าไปคลุกคลีทีเดียว.... แล้วสุดท้ายความหลังในวันวานก็ผุดฉายขึ้นมาอีกจนได้...
"ฉันกินเป็นแต่ของพวกนี้... ถ้านายกินไม่ได้ก็กลับไป"
เรียวพูดในครั้งแรกที่ยามะพีตามเค้าไปจนถึงร้านราเมงธรรมดา ๆ ซึ่งเป็นที่ฝากท้องประจำของชายหนุ่มหลังจากนั่งรอจนเรียวทำงานพิเศษเสร็จ ... แม้ว่าเรียวเองก็ได้รับทุนจนสามารถเรียนจบได้โดยไม่เดือนร้อน ไหนจะเงินจากทางบ้านที่ส่งมาอีกแม้จะไม่มากแต่สำหรับคนทีใช้ชีวิตสมถะอย่างเรียวก็ถือว่าอยู่ได้สบาย ๆ ... แต่เจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะงอมืองอเท้ารอเงินทั้งของหลวงและจากทางบ้านโอนใส่บัญชิในแต่ละเดือนอยู่เฉย ๆ ...
ทุกเย็นหลังเลิกเรียนเรียวจะรีบตรงไปร้านขายต้นไม้ซึ่งเป็นที่ที่เค้าทำงานพิเศษมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง... ไหนจะตอนเช้ากํบการส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้ามืดทุกวันเพื่อพยุงตัวเองให้ชีวิตนักศึกษาตัวคนเดียวท่ามกลางเมืองหลวงถึงกับเหลือกินเหลือใช้และถึงขึ้นเหลือเก็บได้ต่อเดือนค่อนข้างจะมากเอาการอยู่ทีเดียว...
ยามะพีจำได้ดีว่าตัวเองรีบพยักหน้าตอบไปทันที... ว่ากินได้ ทั้งที่จริงแล้วตั้งแต่เด็กจนโต อาหารข้างทางเช่นนี้... ครอบครัวเค้าไม่เคยลิ้มลองซะด้วยซ้ำ...
และแม้ฐานะการเงินของเรียวจะด้อยกว่ายามะพีอยู่ราวฟ้ากับเหว... แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่เรียวจะปล่อยให้ยามะพีต้องออกเงินสักเยนเดียวในการไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะสถานที่ที่เรียวมักจะพาเค้าไปล้วนแต่เป็นที่ที่ไม่หรูหรา... และแทบไม่ต้องใช้เงินทองฟุ่มเฟื่อยเลย...
จนกลายเป็นว่าคุณหนูไฮโซอย่างยามะพีซี้ปึ้กกับร้านราเมงธรรมดา ๆ .... สวนสาธารณะที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุมเมือง... อีกไหนจะงานวัดพื้น ๆ แต่แสนสนุกสนานครึกครืนไปโดยปริยาย...
แม้กระทั่งคาเมะเองยังแซวอยู่บ่อย ๆ ว่า... สงสัยเรียวจะฉีดยากล่อมประสาทให้เค้าจนเกินขนาดเสียแล้ว ถึงขั้นละทิ้งการเดินเข้าออกห้างหรู ดินเนอร์บนภัตตาคารชื่อดัง แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ที่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของยามะพีก็สลัดแบรนเนมต่าง ๆ ทิ้งไปได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา
"นี่นายทำเพราะเอาใจโดมผู้จองหองนั่น... หรือว่าเข้าถึงแก่นแท้ของชีวิตแล้วกันแน่ โทโมะ...?" น้ำเสี่ยงโวยวายจนน่าปวดหูวันทีเค้าปฏิเสธิการไปเดินซื้อของยังห้างสรรพสินค้าเป็นเพื่อนคามะในวันหนึ่ง... ยังติดค้างอยู่ในใจเค้ามาจนถึงวันนี้เช่นกัน
ในสายตาคนอื่น ๆ ดูเหมือนว่าเค้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเรียว... ทำตัวติดดินเหมือนเรียว ใช้ชีวิตสมถะเสียจนเพื่อน ๆ ในกลุ่มเกิดข้อกังขาไปตาม ๆ กัน...
แม้แต่เรียวเองก็ยังเคยแสดงท่าทีไม่เชื่อใจกับการเปลี่ยนไปของเค้า... ทั้งที่เค้าไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่นิดเดียว จนยามะพีเองก็ท้ออยู่บ่อย ๆ แต่ความอดทนของคนเราก็มีขีดจำกัด... เมื่อมันเกินจะรับไว้จริง ๆ
วันที่ยามะพีไม่มีวันลืมวันนั้น
"ทำแบบนี้เพื่ออะไร... ยามาชิตะ ?" เรียวจ้องมาทางเค้าในวันที่เค้าตั้งใจจะช่วยเปลี่ยนกระถางต้นไม้ในร้านที่เรียวทำงานพิเศษอยู่
"ก็ฉันอยากช่วยเรียว... แค่เปลี่ยนกระถางต้นไม้เองน่ะ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย"
"ถ้าจำไม่ผิด ฉันไม่เคยขอร้องนายสักนิด... กลับบ้านไปได้แล้ว"
"ฉันอยู่เฉย ๆ ก็ได้ .... สัญญาจะไม่กวนเรียวนะ..."
"เกะกะ..." เท่านั้นแหละ... น้ำตาที่สั่งไม่ให้ร่วงอย่างแทบเป็นแทบตายก็พรูลงอาบสองแก้มอย่างยากจะสั่งให้หยุด ยามะพีรีบปาดน้ำร้อน ๆ แห่งความน่าสมเพชพวกนั้นเอาลวก ๆ แล้วรีบเดินจ้ำ ๆ ผ่านคนที่ออกปากไล่เค้า... แต่มันก็น่าสมเพชหนักขึ้นไปอีก ที่ในใจลึก ๆ ยังแอบหวังว่าเรียวจะเอ่ยรั้งไว้... แม้จะไม่ขอโทษ... แค่รั้งไว้ไม่ให้กลับ เค้าก็พร้อมจะให้อภัยทันที...
แต่เรียวก็ยังเป็นเรียวอยู่วันยันค่ำ....ชายหนุ่มก็ทำงานในส่วนของตัวเองต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น... แม้เสียงกระดิ่งจากทางหน้าร้านจะสั่นจนเกิดเสียงดังก้องเป็นการให้รู้วายามะพีเปิดประตูออกไปแล้วจริง ๆ ก็ไม่มีสักนิดที่เรียวจะเหลียวหลับมามอง....
เหตุการณ์วั้นนั้นทำให้ยามะพีคิดเลิกตอแยกับเรียวถึงขั้นเด็ดขาด... ไม่ไปกินข้าวเที่ยงที่คณะวิศวะอย่างที่ทำเป็นประจำ รวมถึงการยืนดักรอเรียวที่หน้ารั้วมหาวิทยาลัยในตอนเย็นเพื่อตามไปร้านที่เรียวทำงานทุกวันก็ด้วยที่ยามะพีก็เลิกทำ...
ยามะพีเลิกทำมันหมดทุกอย่าง...
แต่มีสิ่งเดียวที่ทำเท่าไหรก็ทำไม่ได้สักที...
กับการเลิกรัก... เลิกสนใจ... เลิกคาดหวัง... เลิกรอว่าเรียวจะมาง้อ
นั่นแหละคือ สิ่งที่ทำเท่าไหรก็ไม่สำเร็จ.....
ยามะพีกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมและดูจะเละเทะกว่าเดิมด้วยซ้ำ... กิน เที่ยว ปาร์ตี้อย่างกับคนที่อยากประชดชีวิต ทำให้ผลการเรียนเทอมนั้น ๆ ตกฮวบลงแทบจะทุกวิชา....
แต่แล้วจู่ ๆ วันที่ยามะพีมาลงทะเบียนซ่อมที่คณะ... ก็ได้พบกับคนที่เค้าพยายามหลบหน้ามาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ๆ
"ลงทะเบียนซ่อมกี่วิชา ?" ยามะพีไม่ได้ตอบอะไรออกไป... รีบพาตัวเเองให้เดินไปที่รถโดยที่ไม่มองหน้าเรียวแม้แต่นิดเดียว... ทั้งที่อยากจะมอง... อยากจะสบตาให้หายคิดถึง
แต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าเรียวไม่ได้แคร์เค้าเลย "ฉันถามว่าลงทะเบียนไปกี่วิชา... ทำไมไม่ตอบ ?"
"ถามทำไม... ถ้าจำไม่ผิดฉันกับเรียวไม่มีอะไรต้องเกี่ยวกันนี่!"
"ก็ห่วง... ถามไม่ได้รึไงหละ ?"
"อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะ... ฉันเลิกยุ่งกับเรียวไปตั้งนานแล้ว ยังไม่พอใจอีกเหรอ...จะเอาอะไรกับฉันอีก... ปล่อย!!"
ความดีใจกับคำว่าห่วงจากปากของเรียวปฏิเสธิไม่ได้จริง ๆ ว่ามันได้ฉุดเอาความอ่อนแอที่ซุกซ่อนอยุ่ในหัวใจขึ้นมา... ยามะพีรู้ตัวทันทีว่ากำแพงที่พยายามก่อพยายามกั้นคำว่ารักต่อคนตรงหน้ามาตลอดหนึ่งเดือนทลายลงไม่เป็นท่าทีเดียว... แต่ก็ยังดึงดันจะรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองที่มีอยู่น้อยนิดให้ตั้งป้อมปราการขึ้นมา... ออกแรงชักมือที่อีกฝ่ายเอื้อมมาจับไว้กลับมา...
"ยังไม่พอใจอะไรอีก... ?"
"เรื่องนั้นฉันพอใจแล้ว.... แต่ผลการเรียนของนายฉันยังไม่พอใจ เพราะที่คะแนนตกฮวบขนาดนี้ก็เพราะฉัน "
"หลงตัวเองเกินไปแล้ว.... เรียว คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ?!"
"ก็เป็นคนที่มีอิทธิพลพอจะทำให้นายเป็นแบบนี้" ใช่แล้ว... เรียวพูดถูกทุกอย่าง คนตรงหน้ายามะพีตอนนี้มีอิทธิพลต่อเค้าอย่างน่าเหลือเชือ... เคยมีความสุขก็เพราะเรียว ... เคยยิ้มเคยหัวเราะก็เพราะเรียว.... อีกทั้งเคยร้องไห้จนแทบขาดใจตายมาแล้วก็เพราะเรียว... เพราะเรียวทั้งนั้น...
"ใครบอกนาย... ?"
"ไม่จำเป็นต้องรู้... เอากุญแจรถมาก็พอ"
"ไม่ !"
"อย่าดื้อ... เอากุญแจรถมา โทโมะ" ครั้งแรกที่เรียวเรียกชื่อเค้าด้วยสรรพนามแสนสนิทชิดเชื้อ... ทั้งที่ผ่านมายามะพีเองก็เคยขอให้เรียกอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เรี่ยวกลับเอาแต่ส่ายหน้าแล้วก็เรียกแต่ยามาชิตะ... ยามาชิตะอยู่ท่าเดียว
รถคันหรูของยามะพีเคลื่อนมาจอดลงตรงหน้าร้านขายต้นไม้ที่จำได้ไม่ลืมว่าเป็นทีทำงานพิเศษของเรียว...
"ฉันต้องทำงานพิเศษทุกวัน... คงไม่มีเวลาไปนั่งเป็นเพื่อนนายอ่านหนังสือที่ไหน ถ้าทนกับความคับแคบกับกลิ่นดินกลิ่นปุ๋ยได้ ก็มาอ่านที่นี่ละกัน... ฉันบอกเคนอิจิซัง(เจ้าของร้าน)เอาไว้แล้ว..." เรียวบอกก่อนจะวางกุญแจไว้กับคอนโซนรถแทนการส่งคืนให้กับมือเจ้าตัว... แล้วเดินนำเข้าไปในร้านก่อน... คล้ายกับปล่อยเวลาให้อีกฝ่ายตัดสินใจว่าจะตามเข้าไปหรือจะสตาร์ทรถขับกลับไปดี...
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่... ที่ยามะพีจมอยู่กับความคิดของตัวเองลำพังภายในรถ แต่ดูเหมือนกับว่ามันนานจนชั่วกัปชั่วกัลป์ทีเดียวกับการตัดสินใจ... ร่างบางชั่งน้ำหนักในใจตัวเองระหว่าง ความสุขยามที่ได้อยุ่ใกล้ ๆ กับเรียว แม้จะมีความเจ็บช้ำ... การเสียน้ำตา... การถูกเมินเฉยอยู่บ่อยครั้ง... กับความทุกข์ยามที่ต้องคอยหลบหน้าหลบตา... รวมถึงกันหลอกตัวเองว่าไม่ได้รักเรียวอีกแล้ว อันไหนมันหนักหนากว่ากัน...
สถานภาพไหนกันแน่ที่ตัวเองต้องการ...กุ๋งกิ๋ง ๆ ๆ .................
เรียวเงยหน้าจากต้นไม้ที่กำลังชำกิ่งในมือ... มองร่างบอบบางที่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในร้าน.... อ้อมแขนน้อย ๆ ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยตำราประมาณ 5-6 เล่ม...
"จะให้ฉันอ่านตรงไหนละ...?"
"ตรงข้างหน้าต่างนั้น... โต๊ะเก่าของน้องชายเคนอิจิซังเค้า ฉันไปยกลงมาให้จากชั้นสอง พอได้นั่งมั้ย ?" คนที่หอบหนังสือไว้เต็มสองแขน... มองตามทิศทางที่เรียวพยักเพยิดไป มุมในสุดของร้าน... โต๊ะไม้สภาพเก่าคร่ำครึบ่งบอกอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดีว่าคงจะหลายปีแล้ว แต่ถูกทำความสะอาดใหม่เสียจนดูเอี่ยมอ่อง ตั้งติดไว้กับหน้าต่างใหญ่ซึ่งเป็นช่องทางที่ลมมักจะพัดเข้ามาในร้านพอดี... เหมาะเหลือเกินกับการท่องจำหนังสือ....หรือตำราเรียน....
เรียวยังคงชำกิ่งไม้ต่อไปเรื่อย ๆ ... โดยไม่พูดอะไรอีก
ภาพของคนสองคน... ท่ามกลางความเงียบแสนเงียบที่ร่ายล้อม ... แต่ทำไมกันนะหูทั้งสองข้างถึงแว่วได้ยินเสียงเต้นของหัวใจอีกฝ่ายราวกับแนบมันไว้กับอก... เสียงการเต้นที่กระซิบเบา ๆ ว่า...
ขอโทษ... เสียงการเต้นที่กระซิบเบา ๆว่า...
ให้อภัย... และเสียงการเต้นที่กระซิบเบา ๆ ว่า...
เริ่มต้นกันใหม่นะ...
เอี๊ยด !!..............ห้วงความทรงจำที่เรียงร้อยทั้งสุขเศร้าเคล้าน้ำตาพลันหายวับไปทันทีเมื่อรถตู้ที่ยามะพีนั่งมาเบรกลงกระทันหัน เสียงร้องวี๊ดว้ายของบรรดาช่างแต่งหน้าาทั้งหญิงแท้หญิงเทียมและเหล่านายแบบนางแบบทางเบาะหลังต่างดังขึ้นพร้อมกัน...
"เกิดอะไรขึ้น... โช ?!" โทมะดูจะเป็นคนที่ตั้งสติได้ดีกว่าเพื่อน ถามคนขับรถประจำบริษัทด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"รถที่ไหนก็ไม่รู้ครับ... ขับสวนมา ดีนะที่ผมเหยียบเบรกทัน"
"แล้วเฉี่ยวกันมั้ย... ลงไปดูสิ"
"ครับ ๆ ... เดี๋ยวผมลงไปดูเองครับ" โชรีบลงไปดูตามทีเจ้านายหนุ่มสั่ง...
"โทโมะจังเป็นอะไรรึเปล่า... รถเบรกแรงขนาดนี้ หัวไม่ได้โดนกระแทกนะ?" ให้หลังจากโชลงไปโทมะก็หันมาถามคนข้าง ๆ พลางสำรวจตามเนื้อตัวหาร่องรอยของการบาดเจ็บ...
"ไม่เป็นไร... ผมไม่เป็นไรฮะ ปลอดภัยดี" ยามะพีตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกกับน้ำใจของโทมะ... ดีที่เค้าไม่ได้หลับ ไม่งั้นอาจจะได้รับบาดเจ็บจริง ๆ ตอนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อกี้....
"ไม่เป็นไร ก็ดีแล้ว" เมื่อดูด้วยตาตัวเองแล้วว่ายามะพีไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร... โทมะจึงหันไปทางทีมงานคนอื่น ๆ ที่อยู่ทางเบาะหลัง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงต่อ ไม่นานโชก็กลับขึ้นรถมา...
"ไม่ได้เฉี่ยวกันเลยครับ... คุยกันแล้ว เค้าก็ขอโทษด้วยที่ไม่ทันระวัง"
"อืม... ก็ดีแล้ว รีบไปต่อเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงไร่คุณโยโกยาม่าช้ากว่าที่นัดเค้าไว้ " ถ้อยคำแถลงไขของโชทำให้ทุกคนบนรถถึงกับโล่งอก... ยามะพีหันหน้าออกข้างหน้าต่างทางเดิมมองดูรถคู่กรณี... รถกระบะสีขาวคันนั่นสินะ
ดูเหมือนว่ารถคู่กรณีคันเมื่อครู่จะถอยออกไปจอดไว้ตรงริมฟุตบาทยังไม่ไปไหน... ดวงตากลมโตเห็นแต่หลังของเจ้าของรถเพียงแว่บ ๆ เพราะคล้ายกับว่าอีกคนจะกำลังคุยโทรศัพท์แล้วหันหลังให้มา...
"เค้าให้นามบัตรมาด้วยนะครับ... บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อไปได้ อย่างที่เค้าว่ากันจริงๆ ว่าคนโอซาก้าน้ำใจดี นี่ครับ..." โชพูดยิ้ม ๆ พลางยื่นการ์ดสีขาวใบเล็ก ๆ ให้กับโทมะ... ชายหนุ่มรับมา ก่อนจะอ่านชื่อเจ้าของนามบัตรนั่นแต่ก็เบาแสนเบาเหลือเกิน... จนยามะพีแทบไม่ได้ยิน
"โทมะว่าเค้าชื่ออะไรนะ... พูดใหม่สิ"
"
นิชิกิโด เรียว... ทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า โทโมะ...?"
"เรียว...!!"
"จะลงไปไหนน่ะ... โทโมะจัง ?!... เดี๋ยวก่อนสิ... เฮ้ !" โทมะตกใจรีบคว้าแขนยามะพีที่จู่ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น... พยายามตะเกียกตะกายข้ามตัวเค้าและทีมงานอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ชิดกับประตู... แต่ก็ไม่รู้ว่าร่างบางนั่นไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน สะบัดทีเดียวก็หลุดได้ง่าย ๆ ... กระโจนไปเปิดประตูได้สำเร็จ... ก่อนจะกระโดดลงจากรถตู้วิ่งอ้อมไปทางหน้ารถ... มุ่งหน้าไปยังรถคู่กรณีคันนั่น ไม่สนใจเสียงร้องตกใจ... หรือการถามของเค้าและทีมงานที่มาด้วยกันเลย
คาเมะ... หรือว่า ปาฏิหาริย์ที่ฉันหวังจะเกิดขึ้นแล้วนะ ?To Be CoN...part 3... " ปาฏิหาริย์"...
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
*วิธีการเม้น กด コメント:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น
ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit
แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย
ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ.............