*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้น ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!
Title : Un - Finished ...Cast : Ryo & Tomo & Uchi
Pic design : Pla-kung
Author : nakane_honey bee
Request : harutoakira (หลานรัก)
Chapter 8 ...."น้ำตา" ....¡Èถ้าไม่ไหวยังไง... ก็กลับมานะโทโมะ ชีวิตนายไม่ได้ขึ้นอยู่กับคน ๆ เดียวหรอกนะ จำไว้!¡É น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ...ยามะพีอ่านข้อความจากเมลล์ที่คาเมะส่งมาให้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ยิ่งอ่านก็ยิ่งหักห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ร่วงไม่ได้... ฉันรู้คาซึยะ.... ฉันรู้ว่าชีวิตฉันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เรียวคนเดียว แต่ถ้าไม่มีเรียว ฉันก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม?....
หลังจากรวมรวบกำลังลุกออกมาจากหน้าบานประตูนั้น... ก็โทรหาคาเมะ แทบจะไม่ได้พูดอะไรกับเพื่อนเลยสักคำ แค่ปล่อยให้คาเมะถือสายฟังตัวเองร้องไห้อยู่อย่างนั้น ร้องจนพอ... ร้องจนคิดว่าคงจะไม่มีน้ำตาให้ร้องอีกแล้ว จึงตัดสายวางไป.... และเมลล์ของเพื่อนที่ส่งตามหลังมานี้ เค้ารู้ดีว่าคาเมะก็สุดทนแล้วเหมือนกัน...
สุดทนกับการเจ็บแล้วไม่เคยคิดหลาบจำของเพื่อนที่แสนโง่เง่าคนนี้.....
โทโมฮิสะคนนี้โง่เง่าที่สุดแล้วสินะตั้งแต่นายเคยพบมา..... คาซึยะ??..................................
.....................
.............
"โทโมะจัง ผมจะพาคุณกลับโตเกียว" เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่เบื้องหน้า... ดวงตากลมโตที่แดงก่ำจนช้ำช้อนขึ้นมอง อีกทั้งยังตกใจกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธนั้นไม่น้อยนัก....
¡Èผมไม่กลับ!.... อย่ามายุ่งกับผมนะโทมะ ปล่อย!!¡É ยามะพีดึงแขนตัวเองกลับสุดแรงเมื่อโทมะที่พรวดพราดมาจากไหนไม่รู้ จู่ ๆ ก็มากระชากแขนเค้าไป... จะพาออกไปจากเรือนใหญ่
¡Èรักตัวเองหน่อยได้ไหม? ....คุณทำแบบนี้ต่อไป มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก¡É โทรศัพท์ในมืออีกข้างร่วงลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นไม้เงาวับ ..... นี่โทมะก็รู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?
สมเพชผมอยู่ใช่ไหม.... คงกำลังเวทนาผมอยู่สินะ โทมะ¡Èให้โอกาสผมบ้างได้ไหม...โทโมะจัง ผมจะค่อยๆ รักษาบาดแผลให้คุณเอง.......นะครับ¡É ร่างของยามะพีถูกรั้งเข้าไปกอด... หลายปีที่ผ่านมา ทุกการกระทำและทุกการแสดงออกของโทมะ.... ใครๆ ก็ดูออกว่ารักเค้ามากแค่ไหน... แต่นี่เป็นครั้งแรก.... ที่ยามะพีได้ยินคำสารภาพรักจากปากของโทมะเอง
คำว่า....
รักษาบาดแผล.... มันทิ่มแทงหัวใจของยามะพียิ่งนัก
โทมะไม่มีวันรักษามันหายได้หรอก.. เพราะบาดแผลของผมมันเรื้อรังจนหมดหนทางรักษา
......นอกเสียจากว่า ผมต้องจากโลกนี้ไปเท่านั้นจริงๆ....
อ้อมกอดของโทมะไม่ได้อบอุ่น... แต่มันคือ ที่พึ่งพิงที่เดียวที่ยามะพีพอหลงเหลือในเวลานี้ ใบหน้าอาบน้ำตาซบลงกับอกกว้างนั้นอย่างคนอ่อนแอ ฝ่ามือเจ้าของอ้อมอกกดศีรษะคนตัวเล็กให้ซุกซบอยู่แบบนั้น.... รู้ว่า ต่อให้อ้อนวอนขอโอกาสให้ตายยังไง ชั่วชีวิตนี้เค้าก็คงไม่มีวันได้รับมันอยู่ดี...
แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้ว..... ที่ยามะพีไม่ผลักเค้าออก
เพราะเรื่องของความรัก.... มันบังคับกันไม่ได้ ข้อนั้นโทมะเองก็รู้ดี
เพราะขนาด
เค้าเองยังบังคับให้เลิกรักยามะพีไม่ได้ แล้วนับประสาอะไร
ที่จะให้
ยามะพีเลิกรักใครบางคน..................ใครบางคน คนนั้น
¡Èถ้าลืมนึกไปว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านตัวเอง... ผมก็จะช่วยเตือนให้ ทำอะไรกันคิดถึงเจ้าของบ้านเค้าบ้าง¡É ยามะพีสะอึกจนหน้าชาวาบ เมื่อเสียงคุ้นหูของคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นบน พูดออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจ... หลังมือขาวป้ายน้ำตาทิ้งลวก ๆ หลังจากผละตัวออกจากโทมะ หันมาจ้องหน้าของเรียวที่ยืนอยู่ตรงเชิงบันไดกับฮิโรกิ
เพียงแค่นึกถึงภาพที่เรียวกับฮิโรกิก่ายกอดกันยังหลังบานประตูนั้น.... หัวใจก็เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะคนที่เรียวทำเรื่องพวกนั้นเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ใช่ไหม?....
เรียวถึงไม่ต้องนึกถึงหน้าใคร แต่ถ้ามันไม่มากจนเกินไปนักแล้วหละก็....
ช่วยนึกถึงหัวใจฉันบ้างได้ไหม? หัวใจของคนที่เรียวทำร้ายมันแล้วทำร้ายอีก
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งดวงนี้.....................ว่ามันใกล้จะไม่เหลือชิ้นดีเข้าไปทุกทีแล้วนะ
ที่ฉันกอดกับโทมะ.... ยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่เรียวกับเด็กคนนั้นทำให้ฉันเสียใจเลยด้วยซ้ำ
¡Èขอโทษที.... พอดีมันเคยชินนะครับ¡É ยามะพีตวัดหน้าควับไปตามเสียง ๆ นั้น เป็นโทมะที่กล่าวมันออกมา.... ไม่อยากจะเชื่อหูกับคำพูดแบบนั้น ชายหนุ่มผู้สุภาพและแสนอ่อนโยนในความคิดของยามะพี ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าจะพูดจาด้วยน้ำคำแบบนี้ได้....
¡Èถ้าเคยชินซะขนาดนั้น... คงจะไม่ใช่แค่ที่ทำให้เห็นหรอกสินะ¡É
¡Èพูดอย่างนั้น โทโมะจังก็เขิลแย่สิครับ ไม่เอาแล้วดีกว่า ผมขอพาโทโมะจังออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนละกัน.... ขอโทษนะครับที่ทำเรื่องไม่ค่อยดีให้พวกคุณเห็น.... ไปกันเถอะ โทโมะจัง¡É คำพูดที่ให้เกีรย์ติเจ้าของบ้านอย่างที่คนฟังแทรกขัดไม่ได้.... ไม่เพียงแต่เรียวที่อึ้งไป ทั้งฮิโรกิและยามะพีเองก็อึ้งจนคิดหาคำพูดใดใดออกมาไม่ได้เลย
โทมะทิ้งถอยคำที่จุดอารมณ์ของเรียวไว้ก่อนจะคว้ามือยามะพีก้าวออกจากเรือนใหญ่ไป ไปท่ามกลางความเงียบงันนั้นๆ.... มันไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่การเย้ยเยาะ ที่โทมะทำแบบนั้นเพียงต้องการช่วยคนที่ตนรัก.... ความอ่อนแอของโทโมะจังผมจะเป็นเกราะกำบังให้มันเอง.... ผมให้เวลาคุณอ่อนแอได้ แต่อย่าให้นานเกินไปแล้วกันนะครับ...
แล้วเมื่อถึงวันนั้นผมจะปล่อยมือจากคุณ...............................................
.....................
.............
¡Èพี่กลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะมารับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน¡É เรียวหันไปบอกคนรักที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เป็นครั้งแรกที่เรียวไม่กล้าสบตากับฮิโรกิได้ แล้วชายหนุ่มก็ก้าวได้เพียงสามก้าวเท่านั้น.... คนที่ตนทิ้งไว้เบื้องหลังก็เอ่ยบางคำออกมา....
¡Èผมอิจฉาสายตาแบบนั้นของพี่เรียว....¡É สายตาที่ดุดันแต่แฝงด้วยความเจ็บปวด... สายตาที่เกรี้ยวโกรธแต่แฝงด้วยความสับสน.... สายตาที่มันแสดงออกมาจนปิดไม่มิดว่า .....หวงแหน.....แบบนั้น...... ผมอิจฉามันที่สุด
¡Èพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเค้าแล้ว ฟังกันบ้างสิ ฮิโระ¡Ä.¡É
¡Èผมฟัง..... และพยายามเชื่อ แต่คนที่บอกให้ผมฟังไม่เห็นทำให้ผมเชื่อแบบนั้นเลยนี่ฮะ ที่พี่เรียวกอดผม... จูบผมบนห้องนั้น พี่เรียวฝืนทำมันหรือเปล่า??¡É
¡Èจะบ้าไปใหญ่แล้วฮิโระ เรื่องพวกนั้นมันฝืนกันได้ที่ไหนเล่า?!¡É น้ำเสียงนั้นตวาดออกมาจนฮิโรกิเองตกใจ พี่เรียวตวาดผมเพราะคุณโทโมฮิสะ.... แลกกับการถูกตบแรง ๆ ที่หน้าสักร้อยครั้ง.... จะเจ็บน้อยกว่าน้ำคำและการกระทำของพี่เรียวตอนนี้ได้ไหมนะ......?
¡Èผมไม่รู้ว่าผมเป็นคนรักที่ดีพอของพี่เรียวหรือเปล่าที่ผ่านมา.... แต่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าผมรักพี่เรียวคนเดียว คำรับปากส่ง ๆ ของพี่เรียวที่พูดกับพี่ยู... ผมก็ดีใจนะ ดีใจทั้ง ๆ ที่ผมรู้ว่า อาจจะกำลังถูกหลอกอยู่ก็ได้¡É นัยน์ตาของเรียวอ่อนแสงลง.... น้ำใส ๆที่คลออยู่ในดวงตาวาวของคนรัก มันฉุดสติเค้าให้คืนมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
แต่มันก็ไม่ทัน...............
¡Èฮิโระ!¡É มือที่ยื่นไปหมายจะคว้าคนที่สะบัดหน้าหนีแต่สุดท้ายกลับได้เพียงแค่อากาศว่างเปล่าเท่านั้นมา ฮิโรกิวิ่งขึ้นชั้นบนไปไม่ฟังคำทัดทานใดใดของคนรักอีก..... ต่อให้ชอบออดอ้อน.... ชอบเอาอกเอาใจเรียวเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยร้องไห้ออกไปให้เห็น.... น้ำตาไหลพรากลงมาตามสองแก้มเมื่อมาล้มตัวบนเตียงตัวเอง.... ไออุ่นของคนรักยังกรุ่นกรายอยู่บนปอกหมอน.... กลิ่นของคนรักยังซึมซับอยู่บนเนื้อผิวของผ้าห่มผืนสวย¡Ä ร่องรอยทุกร่องรอยของคนรักก็ยังตราตรึงอยู่บนผ้าคลุมเตียงผืนนี้.........
ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงนิดเดียว.. ที่ให้ริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นประทับลงบนทุกตารางนิ้วของร่างกาย
วงแขนแข็งแรง...... แผ่นหลังชุ่มเหงื่อ.....การล่วงล้ำที่แสนหวานก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง¡Ä¡Ä..
ณ เวลาสั้น ๆ ของความสุขนั้น บัดนี้กลับเจ็บแสนเจ็บ ......เจ็บเสียจนแทบพรากลมหายใจไปเสียให้ได้ทีเดียว
ผมเป็นของพี่เรียว.... หมดทั้งตัว... หมดทั้งหัวใจ
แต่พี่เรียวละฮะ..... แค่ตัวเท่านั้นหรือเปล่าที่เป็นของผม
หรือว่า..... มันไม่ใช่ของผมเลยสักอย่างเดียว..............
..........................ไม่ว่าจะเป็นตัวหรือหัวใจของพี่เรียวเรียวเดินไปยังรถตัวเองที่จอดไว้หน้าเรือนใหญ่ เค้าหันเข้าไปมองในตัวบ้านของคนรัก.... คนรักเค้ากำลังร้องไห้..... เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านบานประตูกรีดเนื้อหัวใจเค้าเป็นแผลยาวและลึกเหลือเกินตอนนี้ ใช่ว่าเค้าไม่เจ็บปวด ใช่ว่าเค้าไม่ทุกข์ทรมาน.... อยากผลักบานประตูนั้นเข้าไป คว้าร่างของคนรักที่กำลังอ่อนแอนั้นมาซุกไว้ในอกเค้า อยากรองรับหยาดหยดน้ำตาที่กลั่นมาจากหัวใจที่รวดร้าวพวกนั้นเอาไว้.... แต่ก็จำต้องตัดใจเดินลงจากบันไดนั้นมา
¡Èฉันเข้าไปดูฮิโระเอง.... นายกลับไปก่อนเถอะ เรียว .....ฉันขอร้อง¡É เค้าปล่อยให้โยโกเป็นคนเข้าไปดูคนรักแทน นั้นไม่ใช่คำร้องขอจากเพื่อนต่อเพื่อน.... แต่มันคือคำร้องขอของพี่ชายคนหนึ่งที่กำลังเจ็บปวดไปกับน้องตัวเอง.....
คำรับปากของฉัน.... ฉันจะไม่ถอนมันคืนแน่ ๆ ให้เวลาฉันอีกนิดนะ...... ยู
ฝ่ามือหนายกขึ้นกำจี้ลูกโลกกลม ๆ บนสายสร้อยสีทอง ใบหน้าของคนที่ให้มาเมื่อหลายปีก่อนยังไม่เคยเลือนหาย.... กับใบหน้าของคนรักที่แว่บหนึ่งมองสร้อยเส้นนี้แล้วหม่นเศร้าบนเตียง ๆ นั้น.....
เรียวรู้ว่าฮิโรกิพยายามไม่มองมันและพยายามเก็บซ่อนน้ำตาไว้ให้ลึกสุดหัวใจ
..................................
.....................
.............
ทุกอย่างกำลังรอให้เค้าปิดฉากมันอยู่..............บริเวณชานไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากเรือนใหญ่แห่งไร่โยโกยาม่า...ก็กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานของคนสองคน
¡Èผมขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป....¡É สีหน้าของโทมะสำนึกผิดขึ้นมาจากใจ จนยามะพีเองก็ยากจะต่อว่าต่อขาน ป่านนี้เรียวคงคิดไปแล้วว่าตนกับโทมะมีอะไรกัน.....วินาทีแรกอยากรีบแก้ต่างออกไปแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบปากไว้.... เพราะสายตาของเรียวแบบนั้น
ถูกทำร้ายมาแสนสาหัสจนปางตาย.... แต่กับแค่สายตาของความไม่พอใจ... ที่แสดงออกมาว่า หวงแหนนั้น โทโมฮิสะคนนี้ก็ลืมมันไปได้หมดในชั่วพริบตา....
¡Èช่างมันเถอะ.... ผมไม่ถือสาอะไรหรอก¡É
¡Èตกลงคุณจะกลับโตเกียวไหม..... ผมจะไปส่งคุณเอง¡É
¡Èยังหรอกโทมะ.... ผมยังกลับไม่ได้ ผมรับปากคุณพ่อกับพี่ชายไว้แล้วว่าจะดูแลงานนี้เอง ผมต้องทำให้เสร็จก่อน ผมถึงค่อยกลับ.....¡É พูดความจริงไปทุกประการ ยังไงเสียหน้าที่ที่ได้คำฝากฝั่งจากพ่อกับพี่ชายก็ต้องทำให้สำเร็จแต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นเหตุผลนั้นเหตุผลเดียวเสียเมื่อไหร่....
หรือที่ยังไม่กลับ.... เพราะจะทำบางสิ่งบางอย่างกันแน่ โทโมฮิสะ?¡Èโทโมะจัง.... ถึงคุณจะไม่ให้โอกาสผม แต่ผมห้ามความรู้สึกของผมไม่ได้หรอกนะ ผมสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก ขอแค่อย่าเกลียดผมก็พอ......¡É
¡Èผมไม่เกลียดโทมะหรอก..... ก็โทมะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมนี่หน่า¡É ผมให้โทมะได้แค่นี้จริง ๆ อย่าให้ผมต้องลากโทมะมาจมอยู่กับคนไม่รักดีอย่างผมเลย คนไม่รักดีที่ถ้าไม่เห็นความตายมาเยือนอยู่ตรงหน้า.... ก็ไม่มีวันหยุดหาเรื่องทำร้ายตัวเองให้เจ็บไม่หยุดหย่อนอยู่แบบนี้.....
ปล่อยคนไม่รักดีคนนี้ให้จากโลกนี้ไปโดยที่ไม่ให้โทมะต้องเสียใจเถอะนะ¡Ä.
¡Èโทมะ.....ถ้าผมแค่จะเอาของของผมคืน.... จะเป็นบาปมากไหมนะ¡É
¡Èโทโมะจัง~~~¡É
..................................
.....................
.............
เรียวกลับมาถึงบ้านก็พบผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินสวนออกมาจากห้องครัวพอดี.... สัญชาตญาณของคนเป็นแม่มีหรือจะดูไม่ออกว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนกำลังแบกความทุกข์ไว้.....
¡Èทะเลาะกับฮิโระจังมาหรือเปล่า เรียว?¡É
¡Èเปล่าครับ.... ไม่ได้ทะเลาะ¡É
¡Èมีอะไรหรือเปล่าเรียว?¡É
¡Èผมทำให้ฮิโรกิเสียใจ.....¡É คำตอบอย่างลูกผู้ชายไม่ได้ทำให้ผู้เป็นมารดาแปลกใจเลยสักนิด...... เร็วกว่าที่นางคิดไว้มากทีเดียว แว่บแรกที่นางเห็นเพื่อนลูกชายคนนั้น เจ้าของดวงตากลมโตแวววาว...ที่เจือไปด้วยความเศร้าหมอง... นางก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ลูกชายเค้าหลีกหนีมาตลอด มันสุดทางที่จะหนีอีกต่อไปแล้ว......
ความรู้สึกของลูกชายตนที่พยายามถมไว้ในก้นบึ้งหัวใจกำลังจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา.....อีกครั้ง จากคนที่ลูกชายตนพยายามถมไว้ในหัวใจด้วยเช่นกัน.....
¡Èเค้าเป็นเจ้าของสายสร้อยที่ลูกใส่ติดตัวไว้ใช่ไหม เรียว?¡É
¡È_____________¡É
¡Èรูปถ่ายของเค้าใช่ไหม.... ที่ลูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่ยอมให้ใครยุ่ง แม้แต่ฮิโระจัง....¡É
¡È_____________¡É
¡Èแล้วคนที่ลูกไปส่งเค้าที่สนามบินหลังจากงานศพพ่อ.... ก็ใช่โทโมะจังคนนี้ใช่ไหม เรียว?¡É ฝ่ามือของบุพการีลูบเบา ๆ ที่แก้มลูกชายสุดรัก พอได้แล้วเรียว.... ลูกไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อไปอีกแล้ว ...ถ้าลูกไม่กล้าที่จะอ่อนแอต่อหน้าใคร ....ก็ขอให้อ่อนแอต่อหน้าแม่คนนี้เถอะ แล้วน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาของลูกชายเมื่อนางประคองหน้าให้เงยขึ้น....
¡Èแม่ครับ.... ผมจากเค้ามาเพราะเหตุผลที่จะไม่เป็นการทำร้ายตัวเค้า เพื่ออนาคตของเค้า¡É เรียวสบตาผู้เป็นแม่.... ที่เงียบมาตลอดเพราะมันถูกทั้งหมดที่แม่เค้าถาม ห้าปีก่อนกับการที่ลูกชายเพียงคนเดียวหอบหิ้วร่างกายที่ราวกับไร้วิญญาณกลับมา..... ทำไมกันคนที่เลี้ยงมากับมือจะไม่รู้ว่า เบื้องหลังที่ลูกชายทิ้งไว้ที่โตเกียวนั้น ไม่ได้คืนหัวใจของลูกชายนางกลับมาด้วย....
เรียวยังพูดไม่หมด... ที่เค้าจากยามะพีมา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ การที่จากมาเพราะความรัก
รักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้กับคนที่รักได้แต่รักที่ยิ่งใหญ่ของเค้า.... กลับถูกประเมินค่าต่ำเทียมเศษหินเศษดินเท่านั้น.....ในสายตาของพี่ชายคนรัก
¡Èผมเป็นพี่ชายของโทโมะจัง... ขอคุยธุระกับนายหน่อยได้ไหม?¡É คืนนั้นเมื่อห้าปีก่อนหลังจากยามะพีกลับไปแล้ว ขณะที่เรียวกำลังเดินจะขึ้นบันไดอพาร์ทเมนต์ตามปกติ ผู้ชายภูมิฐานคนหนึ่งที่หน้าตาละหม้ายคล้ายกับคนรักเค้าราวกับพิมพ์เดียวกัน.... อยู่ ๆ ก็เดินเข้ามาตัดหน้าเค้าไว้
¡Èผมชื่อฮิเดอากิ....¡É
To be con¡ÄChapter 9¡Ä¡Ä
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
Author Talkเริ่มไปไม่ถูกแล้วหละ .... สับสนอยู่ว่าจะเอาไงต่อ แต่ยังไงก็ขอยืมตัวพี่กี้มาไว้ในฟิคนะปลาคัง ขอบคุณคอมเม้นด้วยค่ะหลากหลายอารมณ์หลากหลายความคิดเห็นเราจะใช้มันเป็นกำลังใจในการแต่งต่อไปค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ
ตอนต่อจากนี้อีกนานหน่อยนะค่ะ เพราะสับสนตัวเองแล้วไปไม่ถูกจริงๆ ขอเวลาไปเคลียร์ตัวเองก่อน เหอๆๆ
*วิธีการเม้น กด ¥³¥á¥ó¥È:... อันที่สามของแถวข้างล่างนะค่ะ แล้วเม้น
ช่องแรกใส่ชื่อ แล้วก็เม้นเหมือนสตอรี่ไทยปรกติ แล้วกด Submit
แล้วมันจะขึ้นเป็นอีกหน้าสีขาว ๆ ก็กดปุ่มนูน ๆ ข้างล่างสุดค่ะเป็นอันเรียบร้อย
ขอบคุณทีให้ความร่วมมือค่ะ.............