Love me not...หวงนาย(SiHan)
2007-08-14 Tue 19:21
เอามาฝากกันค่ะ เราทำบลอกฟิคอีกอันหนึ่งใครที่ชอบอ่านแนวการแต่งของเรา
ตามไปได้ค่ะ ฟิคฮันคยองทั้งนั้นแหละ... รับไม่ได้อย่าไป ขอหละ="=

http://haneibee.blog117.fc2.com/



*จิตสำนึกของนักอ่านที่ดี... อ่านแล้วกรุณาคอมเม้น ไม่งั้น คุณจะไม่มีฟิคให้อ่านกันอีก!!!

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


Title :...Love me not...หวงนาย

Paring : SiWon -x- HanGeng
Author : HaneiBee



"ทงเฮ นั่นนายจะทำอะไรน่ะ??!!" เจ้าของชื่อผงะถอยทันทีหันไปมองคนที่ยืนหน้าทะมึงทึงอยู่อยู่ตรงหน้าประตูห้องครัวมือก็ดันช้อนที่ฮันกยองยื่นมาจะให้ชิมรสชาติของอาหารออก


"พี่ฮันทำอร่อยอยู่แล้วแหละผมว่าผมไม่ต้องชิมดีกว่า" ความจริงควรจะพูดว่าไม่ต้องชิมก็ได้ แต่เพราะสายตาอาฆาตเกินพิกัดหวงของคนจากหน้าประตูทำให้ทงเฮหมั่นไส้ขึ้นมา พลางเขยิบถอยห่างออกจากฮันกยองที่กำลังตักข้าวผัดปักกิ่งใส่จานอยู่


"โดนทงเฮมันอ้อนให้ทำของกินให้กินอีกหละสิ"

"ไม่ใช่หรอกน่า ฉันอยากทำเองต่างหาก แล้วก็เลิกทำตาขวางแบบนั้นใส่ทงเฮได้แล้วน่า ซีวอน" เป็นฮันกยองที่แก้ต่างให้พร้อมทั้งสั่งให้ซีวอนหยุดทำตาเขม่นทงเฮเสียที ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ซีวอนมักชอบจะแสดงท่าทีเกินกว่าเพื่อนร่วมวงแบบนี้ออกมาเสมอๆ ....ลำพังตัวเค้าเองไม่อึดอัดเท่าไหร่แต่คนอื่นๆ ในวงนี่สิพลอยจะวางตัวลำบากกันไปหมด


ทงเฮหยิบจานข้าวผัดปักกิ่งที่รุ่นพี่ใจดีตักให้แล้วเดินออกไปกินข้างนอกทั้งที่ไม่เต็มใจเลยสักนิด


"ผมก็หิว ยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน" พอให้หลังทงเฮออกไปวงแขนสองข้างของซีวอนก็รวบตัวรุ่นพี่ใจดีเข้ามากอดแต่ก็โดนข้อศอกของคนในอ้อมกอดกระทุ้งเข้าไปเต็มๆ เหมือนกับทุกครั้งที่ซีวอนชอบทำประเจิดประเจ้อแบบนี้

"ถ้าไม่ฟังกัน คราวหลังก็ไม่ต้องมาเข้าใกล้ตัวฉันเลยนะ ซีวอน!" ฮันกยองขืนตัวออกพยายามจะเดินออกจากครัว แค่ชอบแกล้งมาโอบเค้าเวลาทำงานแล้วเฉไฉว่ายืนเบียดๆ กันสิบสามคนแล้วอึดอัดซึ่งมันไม่เห็นจะสมเหตุสมผลตรงไหน..... ไหนจะชอบแกล้งพูดเบาๆ ให้เค้าต้องเงี่ยหูไปฟังแล้วเผลอเป็นโอบเผลอเป็นกอดตลอดก็ไม่รู้จะอายยังไงแล้ว


"พี่ฮัน... ผมหิวข้าวจริงๆ นะ ที่ไอ้ทงเฮพี่ยังทำให้มันกินได้แต่ทำไมกับผมพี่ถึงใจร้ายแบบนี้หละ?~~" นั่นไงมามุขจิ้งจ้อกเจ้าเล่ห์ประชดชีวิตอีกแล้ว เวลาจะให้เค้าทำอะไรให้เป็นต้องเรียกพี่ฮันเสียงงอแงๆ แบบนี้ทุกที ฮันกยองชะงักเท้าหันไปมองเจ้าจิ้กจ้องรูปงามที่ยืนเอามือลูบๆ ท้องประหนึ่งว่าหิวโซจนไส้กริ่ว สุดท้ายก็ต้องใจอ่อนเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาของมาทำอาหารให้จนได้สิ.....


"มานั่งหน้าบูดอะไรตรงนี้ห๊ะ ทงเฮ?"

"เหม็นหน้าไอ้หมาหวงก้างมันนะสิ!!"

"ใครกันหมาหวงก้าง?"


"จะใครหละพี่ ก็มีอยู่คนเดียวแหละ พี่ฮันไม่ใช่ของมันคนเดียวซะหน่อย ถ้าเป็นแฟนกันก็ว่าไปอย่าง!!" ทงเฮบ่นอย่างหัวเสียมือก็ซัดข้าวผัดเข้าปากไม่หยุด ลีทึกที่พอจะเดาๆ ได้แล้วว่าตัวต้นเหตุอารมณ์บ่จอยของทงเฮคือใครเลยได้แต่ส่ายหน้าระอาแทน

"ยังไม่ชินอีกหรือไง ปล่อยซีวอนมันไปเหอะน่า"

"พี่ลีทึกก็งี้ตลอด ถ้าเป็นพี่คังอินนะ มีเฮแน่ๆ ไอ้วอนก็ไอ้วอนเหอะ!" ลีดเดอร์หน้าสวยแทบหลุดขำออกมา ยังไงทงเฮก็ยังเด็กอยู่ดีไม่วายจะฟ้องคังอินจอมบ้าพลังนั้นให้แก้แค้นให้ ก็อย่างว่าแหละ มีแค่คังอินคนเดียวที่กล้าว่าซีวอนในเรื่องหวงฮันกยองจนออกนอกหน้าแบบนี้....

ไม่ใช่ว่าเค้าไม่อยากยุ่ง.... แต่ถ้าคนถูกหวงอย่างฮันกยองแสดงความไม่พอใจออกมาสักนิด เค้าก็คงต่อว่าซีวอนไปแล้ว เพราะยังไงเสียเค้าก็เป็นทั้งรุ่นพี่แล้วก็เป็นทั้งหัวหน้าวงด้วย แต่นี่ก็ไม่เห็นว่าฮันกยองจะแสดงท่าทีรังเกียจตรงไหนออกมาเลย....



สองหนุ่มนั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ ไม่นานดีก็เห็นซีวอนกับฮันกยองเดินออกมาจากครัวแล้วขึ้นชั้นบนไป

"พี่ฮันนี่ก็แปลก ผมถามว่าชอบซีวอนมันเหรอก็ปฏิเสธิ แต่พอมีอะไรทีไร พี่ฮันก็เข้าข้างมันทุกที!" นึกว่าจะเลิกคิดไปแล้วแต่พอเสียงประตูชั้นบนปิดลงทงเฮก็โวยวายออกมาเป็นเด็กสติแตกไปซะงั้น จนลีทึกถึงกับหน้าเหวอทีเดียว

มันเป็นเรื่องปกติของวงและเป็นสิ่งที่คนในวงต้องยอมรับว่า ...
ซีวอนกับฮันกยองไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะฮันกยองของชอย ซีวอนทั้งนั้น......



"ปังๆ!!" ฝ่ามือใหญ่ทุบลงกับประตูไม่ยั้ง บ่งบอกได้ดีว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน

"กลับมาแล้วเหรอ คังอิน?" ฮันกยองที่เปิดประตูออกมายิ้มร่ารับเพื่อนร่วมวงตามปกติ

"ไอ้ซีวอนล่ะ ฮัน?!"

"หลับอยู่ นายมีอะไรหรือเปล่า พอดีวันนี้ซีวอนต้องทำงานตั้งแต่เช้าเลยเหนื่อย เห็นหลับไปนานแล้ว" เจ้าของห้องผู้ใจดีบอกเพื่อนตัวใหญ่หวังจะให้คังอินยุติสิ่งที่คิดจะทำ ทำไมฮันกยองจะไม่รุ้ว่าคังอินมาเคาะห้องเค้าทำไมถ้าไม่โดนทงเฮฟ้องเรื่องเมื่อตอนเย็นแล้วจะมาต่อว่าให้

ฮันกยองเจอกับสถานการ์ณแบบนี้มาจนนับครั้งไม่ถ้วนจนชินชาไปเสียแล้ว........


"ฟังฉันนะ คังอิน....." ฮันกยองลากเจ้าหมีใหญ่ออกมาคุยทางระเบียงของบ้านไม่อยากให้เสียงอึกทึกพวกนี้ทำให้ซีวอนต้องตื่น ก็แค่ห่วงในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งต่อรุ่นน้องคนหนึ่งก็เท่านั้นจริงๆ......

"เรื่องเมื่อเย็นมันไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ทงเฮแค่คิดไปเองว่าซีวอนไม่พอใจ นายก็โตแล้วอย่าเข้าข้างใครจะเกินไปสิ"

"ใครกันแน่ที่เข้าข้างใครจนเกินไป?" คังอินกอดอกมองหน้าเพื่อน

"ไร้สาระน่า พวกนายจะอะไรกันหนักหนาเรื่องพวกนี้ อีกอย่างฉันกับซีวอนก็แค่สนิทกันเฉยๆ มันไม่มีอะไรจริงๆ"

"ถ้านายไม่ได้คบกับซีวอน งั้นฉันก็กอดนายได้ใช่ไหม ฮัน?" ฮันกยองถึงกับตาโตไม่คาดคิดว่าคังอินจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา และกว่าจะเรียบเรียงอะไรต่ออะไรได้ก็ถูกดึงเข้าไปกอดเสียแล้ว

"ไอ้คังอิน!!... ผลั๊ก!!!!!"เสียงตะโกนดังลั่นมาตั้งแต่หน้าห้องนอนพร้อมกับหมัดหนักๆ ที่เสยตรงเข้ามาเต็มแรงจนคนถูกต่อยร่วงลงไปกองกับพื้นระเบียง


"อย่าแม้แต่จะคิดที่จะทำมากกว่ากอดฮัน จำไว้!!" ซีวอนชี้หน้าคนที่นอนเอามือเช็ดเลือดที่มุมปาก สีหน้าจริงจังของชอย ซีวอน....น้ำเสียงมุ่งมั่นของชอย ซีวอน.... และแววตาวาวโรจน์ของผู้ชายที่ชื่อชอย ซีวอน .......วินาทีนั้นไม่มีใครที่เห็นแล้วจะไม่หวาดกลัว


"พี่ไปให้มันกอดได้ยังไง??!!" ทันทีที่ถูกลากเข้ามาในห้อง ซีวอนก็กระแทกบานประตูลงโครมใหญ่ จ้องหน้าถามเอาความกับฮันกยองด้วยความโมโห


"ผมถามว่าไปให้มันกอดได้ไง พี่ฮัน??!!!" เมื่อฮันกยองไม่ตอบก็ยิ่งตะคอกหนัก

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายเล่า เลิกทำตัวอันพาลแบบนี้ซะที คนอื่นเค้าเดือดร้อนกันไม่รุ้หรือไง??" ฮันกยองเองก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน ทำไมซีวอนต้องอาละวาดหนักขนาดนี้ด้วย แค่คังอินกอดเค้าธรรมดาๆ เท่านั้น.... พวกเราก็เล่นถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่หน่า


"ไม่รู้จริงๆ เหรอพี่ฮัน ว่าผมเป็นแบบนี้เพราะอะไร?....."
ดูท่าว่าคนโมโหจะเริ่มมีสติ ลดน้ำเสียงเบาเสียจนราวกับกระซิบ คาดคั้นให้ฮันกยองตอบเสียที ...แต่จะให้ตอบออกไปจริงๆ นะเหรอ......... รู้สิ รู้มาตลอดว่าซีวอนคิดยังไงกับตน ที่ยอมให้จับมือ... ยอมให้โอบ... ยอมให้กอด... และยอมให้ทำมากกว่านั้นก็เพราะรู้ความรู้สึกของคนตรงหน้าดี แต่ก็ใช่ว่าซีวอนจะทำแบบนี้กับตนคนเดียวเสียเมื่อไหร่...


ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่นายทำแบบนี้ด้วย แล้วฉันสมควรจะภูมิใจดีไหม ซีวอน........?



"จำไว้นะพี่ฮัน.... ว่าตรงนี้ของพี่ต้องเป็นผมคนเดียว" ซีวอนชี้ลงมาที่อกข้างซ้ายของคนตรงหน้า ตรงที่มีก้อนเนื้อหัวใจของฮันกยองฝั่งตัวอยู่.... ตรงนี้ของฮันกยอง ตรงหัวใจของฮันกยอง..... มันถูกสั่งให้มีแค่ชอย ซีวอนคนเดียวเท่านั้น มันถูกสั่งอย่างนี้มาตลอด


ฮันกยองทรุดนั่งลงบนเตียงเมื่อแผ่นหลังกว้างของรุ่นน้องไร้เหตุผลลับสายตาไป.... ซีวอนกลับไปแล้ว กลับไปโดยหอบหิ้วเอาความโกรธไปและปล่อยทิ้งเค้าไว้กับคำเห็นแก่ตัวพวกนั้น...............


แล้วตรงนั้นของนายล่ะ.... ซีวอน

--------------
--------

--------ตรงหัวใจของนาย


------ฮันกยองคนนี้จะต้องอยู่รวมกับใครต่อใครไปอีกนานแค่ไหนกัน ???




"อ่านอะไรอยู่ฮัน ดูทำหน้าเข้าสิ?" ฮันกยองปิดหนังสือที่ลงสัมภาษณ์เรื่องของพวกเค้า เงยหน้าขึ้นยิ้มให้คนถาม


"เรื่อยเปื่อยหละ ว่าแต่หายเจ็บแล้วใช่ไหม?"

"เล็กน้อยน่ะ ที่ฉันไม่สวนมันไปก็เพราะรู้ว่าฉันผิดเองหรอก" คังอินเอามือแตะๆ ที่มุมปากทำหน้าหงุดหงิดขึ้นมา ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ แล้วหลังจากเรื่องวันนั้น คังอินเป็นฝ่ายมาขอโทษที่กอดเค้าไปและสารภาพว่าเพราะเห็นซีวอนเดินออกมาตามหาฮันกยองเลยดึงเข้ามากอด... ก็แค่หมั่นไส้ซีวอนเท่านั้น

"มันชกฉันขนาดนี้ สงสัยคงไม่ใช่แค่หวงเฉยๆ แล้วหละ"

"ไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด คังอิน...." เค้ารุ้ว่าคังอินหมายถึงอะไรแต่ฮันกยองเลือกที่จะไม่คิดแบบนั้น คิดแบบนี้มันดีที่สุดแล้วเพราะมันจะไม่เป็นการทำให้ตัวเองเจ็บทีหลัง.... คนเดียว


"ดูมันให้สัมภาษณ์ น่าหมั่นไส้ชิบ!" เพราะมัวแต่คิดเรื่องที่พูดกันวันนั้นจึงไม่ทันเห็นว่าคังอินหยิบหนังสือไปอ่าน เข้าใจแล้วใช่ไหม.... ว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมคิดเข้าข้างตัวเองว่า.... ซีวอนรักฉัน

"พี่ฮีชอลเป็นคนหน้าสวย ตั้งแต่ผมเคยเจอมา"
"ผมชอบกอด แต่สองคนที่ผมกอดก็จะมีแค่พี่ฮีชอลกับพี่ฮันกยองเท่านั้น"


"นายมีอะไรกับมันหรือเปล่า ฮัน?" ฮันกยองถึงกับสะอึกมองหน้าคังอินที่อยู่ดีๆ ก็โผลงถามแบบนี้ออกมาตรงๆ

"ถ้าฉันบอกว่า.... ฉันไม่เคยมีอะไรกับซีวอน นายจะเชื่อฉันไหม?"

"ฉันเชื่อนาย" เจ้าหมีใหญ่พยักหน้าหงึกพลอยนึกโล่งอกไปด้วย

"แต่ก็เกือบไปหลายครั้งแล้วละสิ...." ไม่มีใครจะไม่รู้หรือจะดูไม่ออก คนเราถ้าไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกันเกินกว่าที่เพื่อนธรรมดาๆ จะทำกัน จะไปหวั่นไหวกับความรู้สึกได้มากขนาดนั้นเชียวหรือ... คังอินเห็นดวงตาของคนตรงหน้าหม่นเศร้าลงจนน่าใจหายก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย


"เห็นว่ามันถ่ายละครใกล้เสร็จแล้วนี่"

"อืม..." อาทิตย์ที่ผ่านมาซีวอนไม่ได้มาที่หอเลยเพราะงานละครที่เร่งรัดเข้ามาแต่ก็โทรมาอยู่ทุกวัน ดึกดื่นแค่ไหน ฮันกยองคนนี้ก็รอคำว่า... ราตรีสวัสดิ์จากชอย ซีวอนอยู่เสมอ.....


tlu....tlu.....

ระหว่างที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากถ่ายทำการโปรโมทหนังเรื่องใหม่เสร็จ มือถือของใครบางคนก็ดังขึ้น.... มันวางอยู่แถวๆ กองกระเป๋าบนโต๊ะกลางห้องรับรอง

"มือถือฮีชอลนี่หน่า นายรับทีสิฮัน" ลีทึกพยักเพยิดหน้าให้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดรับเพราะฮีชอลกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ มือที่เอื้อมไปสั่นขึ้นมาอย่างยากจะควบคุมเมื่อบนหน้าจอมันขึ้นหลาว่า.... สายโทรเข้า ซิมบร้า ซีวอน

แต่พอถูกลีทึกเร่งให้รีบรับเสียทีเพราะมันสร้างความหนวกหูให้ฮันกยองจึงกดรับในที่สุด


"ผมหาไม่เจอน่ะพี่ฮีชอล ไหนพี่บอกว่าถอดไว้ตรงหัวเตียงไง ผมหาแล้วไม่เห็นจะมีเลย...." แค่สรรพนามที่ใช้เมมชื่อคนโทรเข้ามาก็ทำให้แทบหมดแรงแล้ว อีกทั้งคำพูดที่คนโทรร่ายยาวมาก็ทำให้แทบยืนต่อไม่ไหว ต่อให้คิดในแง่ดีสักแค่ไหนก็ตีความได้ทางเดียว.... ฮีชอลไปค้างที่บ้านของซีวอน


ทุกคืนที่นายโทรมาเพื่อบอกฝันดีกับฉัน... อ้อมแขนของนายกอดใครคนนั้นไว้อยู่สินะ
ฮันกยองคนนี้จะต้องอยู่รวมกับคิม ฮีชอลตรงหัวใจของนายไปอีกนานแค่ไหน ?




"ไว้พี่มาหาเอาเองแล้วกันนะ แค่สร้อยเส้นเดียว ถ้าหาไม่เจอผมซื้อให้ใหม่ก็ได้ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ผมต้องออกไปทำงานแล้ว ผมคิดถึงพี่นะ บาย" ดีที่ว่าทางปลายสายเป็นฝ่ายกดวางไปเอง ฮันกยองวางมือถือของฮีชอลไว้ที่เดิมจังหวะเดียวกับที่เจ้าของมือถือตัวจริงเดินกลับเข้ามา...

"ใครโทรมาเหรอ ฮัน?" ถามพลางกดๆ ดูพอเห็นชื่อคนโทรล่าสุดก็ไม่คาดคั้นให้ฮันกยองตอบอีก เข้าใจดีว่า.... อีกคนกำลังรู้สึกยังไง


"เมื่อกี้ซีวอนโทรมาเหรอ?" เป็นลีทึกที่หันมาถามกับฮีชอลเมื่อฮันกยองเดินนำออกไปรอที่รถก่อน

"อืม... ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี นายก็รู้ว่าฉันกับซีวอนไม่ได้ผูกมัดอะไรกัน" มันคือความจริงทั้งหมด ความสุขชั่วครู่ชั่วคราวกับข้อตกลงที่ไม่มีการผูกมัดใดใดต่อกัน ....แต่ฮีชอลก็เข้าใจว่าคนทียืนอยู่ตรงจุดๆ นั้นอย่างฮันกยอง... ยากเหลือเกินที่จะยอมรับและทำความเข้าใจกับมันได้ง่ายๆ


พอกลับมาถึงหอพักต่างคนต่างก็แยกย้ายกันขึ้นไปพักผ่อน เหนื่อยกันมาตลอดวันแต่คงจะมีแค่ฮันกยองคนเดียวที่ไม่ได้เหนื่อยแค่ร่างกายแต่หัวใจก็เหนื่อยล้าเหลือเกินแล้ว.... คำว่าคิดถึงที่ซีวอนหมายถึงฮีชอล ก้องอยู่ในหัวราวกับใครกดปุ่มบันทึกเสียงให้มันเล่นซ้ำๆ วนไปวนมาอยู่ไม่ต่างจากกลั่นแกล้งกันชัดๆ


คำว่า....."คิดถึง".....ที่หมายถึงฉัน กับคำว่า....."คิดถึง".....ที่หมายถึงฮีชอล
................................บอกฉันทีได้ไหมซีวอนว่าอันไหนมันลึกซึ้งกว่ากัน?



"ซีวอน!" ฮันกยองร้องชื่อคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันในเวลานี้ เพียงเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปก็พบว่าคนที่ตนคิดถึงมาตลอดหลายวันนอนรออยู่ในห้อง แต่รอยยิ้มดีใจที่ผุดขึ้นมาก็หายวับไปราวกับวูบหนึ่งของสายลมพัดผ่านเมื่อนึกถึงคำพูดที่อีกคนพูดผ่านโทรศัพท์ฮีชอลเมื่อเย็น


ทั้งที่เพิ่งพูดแบบนั้นกับคนอื่นไป..... แต่ยังกล้ามาหาฉันได้อีก ใจนายทำด้วยอะไรกันนะ?


"กลับดึกจังพี่ฮัน ผมมารอตั้งนานแล้ว" ซีวอนก้าวลงมาจากเตียงเดินเข้ามากอดเค้าไว้แน่นๆ เหมือนกับทุกครั้งที่ต้องห่างกันไปหลายวัน

"ถ่ายละครเสร็จแล้วเหรอ?"

"ครับ หลังจากนี้จะได้ว่างบ้างแล้ว" ตอบออกมาอย่างโล่งๆ พร้อมกับกดจมูกลงกับแก้มขาวๆ คนในอ้อมกอดให้หายคิดถึง


"คิดถึงจัง พี่ฮันคิดถึงผมไหม ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแบบนี้ เป็นอะไรไปน่ะพี่ฮัน??" ซีวอนหน้าเหรอหราทีเดียวเมื่อคนที่ตนกอดอยู่ขืนตัวออกเดินหนีไปคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปดื้อๆ แต่ก็คิดเพียงว่าอาจจะเหนื่อยจากการทำงานมาจึงนั่งรอปล่อยให้ฮันกยองอาบน้ำไปไม่เคาะเรียก

ฮันกยองเปิดน้ำรดตัวหวังให้ความร้อนลุ่มในหัวใจจะเย็นลงบ้าง... ตอนนี้เค้าอึดอัด... อึดอัดจนจะเก็บไว้ต่อไปไม่ไหวแล้ว อยากตะโกนออกไปเหลือเกิน.....ว่า ฉันเกลียดคำ คิดถึงพล่อยๆ ของนายเหลือเกินชอย ซีวอน....



"จะค้างที่นี่เหรอ?" เจ้าของห้องถามคนบนเตียงราวกับไม่ใส่ใจพลางทำโน้นทำนี้ไปเรื่อหลังจากอาบน้ำเสร็จ ไม่อยากมองหน้าอีกคนเอาเสียเลย...


"พี่ฮันไม่พอใจอะไรผม พูดออกมาเลยดีกว่า!" คนที่ถูกทำเหมือนกับไม่มีตัวตนคว้าแขนฮันกยองให้หยุดทำอย่างอื่นมากกว่าจะสนใจและใส่ใจเค้ามาเผชิญหน้ากันตรงๆ....



ซีวอนลูบแก้มคนตรงหน้าเบาๆ ใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อในดวงตาทั้งคู่ของฮันกยอง.... หม่นเศร้ากว่าทุกครั้ง แต่ก็ต้องตกใจอีกที่เจ้าของห้องสะบัดตัวออกอีก

"ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าที่นายมาค้างที่นี่ต้องการอะไร?" ครั้งแรกที่ฮันกยองแสดงอาการแบบนี้ ไม่เคยมีใครได้เห็นฮันกยองผู้แสนใจดีจะแข็งกร้าว ไม่มีใครเคยได้ยินน้ำเสียงนุ่มหูเสมอของฮันกยองจะขึงขังและเยียบเย็น.... นายคือคนเดียวจริงๆ ซีวอนที่ได้มันไปทั้งหมดและนายรู้ไหมว่าคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ คือใคร.....


เงาของเค้าสะท้อนอยู่ในดวงตาที่กำลังเจ็บปวดของฉัน เห็นมันใช่ไหม...
เห็นเค้าแล้วใช่ไหม จำเค้าได้ไหม ชอย ซีวอน ?



"ที่ยังยุ่งกับฉันอยู่เพราะยังไม่ได้ไปใช่ไหม ยังไม่ได้ตัวฉันไปอย่างที่นายต้องการใช่ไหม ??"

"พี่คิดอะไรของพี่จะบ้าเหรอไง คนอย่างผมถ้าจะทำแบบนั้นจริงๆ ทำไมจะทำไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องยากสักนิดถ้าผมจะทำแบบนั้นกับใครสักคน แม้แต่กับพี่ก็เหอะ!" ไหล่สองข้างของฮันกยองถูกอีกคนบีบลงมาอย่างไร้ความปราณี ดวงตาคนทั้งคู่จดจ้องกันเขม็ง.....


"ร่างกายพี่มีส่วนไหนบ้างที่ผมยังไม่เห็นหรือว่ายังไม่ได้สัมผัส แทบจะไม่มีแล้วด้วยซ้ำ แต่ที่ผมไม่ทำเพราะผมรอให้พี่เป็นคนให้ผมเองต่างหาก...."


"ซีวอน~~~" ขานชื่ออีกคนเสียงแผ่ว ซีวอนพูดถูกทุกอย่างช่วงเวลาเกือบสามปีที่ผ่านมา ร่างกายของฮันกยองคุ้นเคยกับสัมผัสที่อ่อนโยน อบอุ่นและเฝ้าทะนุถนอมของชอย ซีวอนมาตลอด มันเชื่อฟังแต่ซีวอนคนเดียว....แต่ซีวอนก็จะหยุดไว้แค่นั้นไม่เคยบังคับฝีนใจให้เค้ายอมจนถึงที่สุด

สงสารทุกครั้งที่เห็นใบหน้าทรมานๆ กับอารมณ์ครึ่งๆ กลางๆ ของอีกคนเมื่อเค้าขอให้หยุด.... แต่มันก็พอๆ กับความเจ็บปวดตรงหัวใจของฮันกยองคนนี้ที่รู้ว่า.... อีกคนมักจะไปร้องหาการเติมเต็มส่วนที่เค้าไม่ให้นั้นกับใครอีกคน


ใครอีกคนที่เป็นอีกความหมายหนึ่งของคำว่าคิดถึงของชอย ซีวอน............
.........ความหมายของคำคิดถึงของซีวอนที่ฮันกยองเกลียดแสนเกลียดมันยิ่งนัก




"นายมีอะไรกับฮีชอล?" รู้คำตอบอยู่เต็มอกแต่อยากฟังจากปากของคนตรงหน้าอีกครั้ง

"ผมไม่โกหก ผมกับพี่ฮีชอลมีอะไรกันจริง แต่เราไม่ได้ผูกมัดกัน" สาแกใจแล้วใช่ไหมฮันกยอง อยากได้ยินจากปากเค้าดีนัก.... ที่ผ่านมายังพอหลอกตัวเองได้ไปวันๆ แต่ได้ยินเต็มสองหูแบบนี้แล้ว จะทำยังไงต่อไป......

"ถ้าฉันให้นาย รับปากได้ไหมจะไม่แตะต้องฮีชอลอีก?" คนพูดกัดปากแน่นหลังจากเอ่ยคำขอนั้นออกไป นายรู้อะไรไหมซีวอน... ว่าการที่นายหวงฉันจากทุกคน กันฉันออกจากทุกคน ฉันไม่เคยอึดอัดแต่การที่ฉันกันนายออกจากฮีชอลไม่ได้ มันทำให้ฉันเจ็บ... เจ็บจนเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะตายทั้งเป็น.....



"ผมรับปาก....."



+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+



"จะไปค้างบ้านซีวอนเหรอ ฮัน?" ลีดเดอร์หน้าสวยถามคนที่เดินผ่านหน้าไปพร้อมกับกระเป๋าใบเก่ง ลองได้เดินนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาแต่ตาเป็นประกายวาววับแบบนี้มีอยู่อย่างเดียวคือ จะไปค้างที่บ้านของซีวอนแน่ๆ


"อืม พอดีพรุ่งนี้ซีวอนไม่ต้องทำงานน่ะ"

"งั้นมีหวังคืนนี้ นายไม่ได้นอนแน่ๆ เลย ฮันนี่เอ้ย"

"เพ้อเจ้อใหญ่แล้วลีทึก! นายคิดอะไรเนี่ย" คนถูกแซวทำน้ำเสียงจริงจังทั้งที่แทบจะปั้นหน้าไม่ถูกที่เพื่อนแซวแบบนั้น

"ใครคิดอะไร? ฉันก็แค่นึกภาพนายกับซีวอนนอนดูดีวีดีโต้รุ่งกันก็เท่านั้นเอง นายนั่นแหละโวยวายแบบนี้ คิดไปถึงขั้นไหนแล้วเนี่ย ??"


"ไม่พูดกับนายแล้ว ไว้เจอกันวันมะรืนแล้วกัน" ทำเป็นดุเพื่อนที่รู้ทันก่อนจะรีบชิ่งออกจากหอพักมา ให้ตายสิเจ้าเพื่อนพวกนี้แซวอยู่ได้ทุกวัน ทั้งที่เค้ากับซีวอนก็เปิดปากบอกไปแล้วว่าคบกัน.... จนล่วงเข้ามาหลายเดือนแล้วก็ยังแซวกันไม่หยุด แล้วยิ่งถ้าวันไหนจะไปค้างที่บ้านคนรักทีไรเป็นต้องเฮกันเสียงดังล้งเล้งไปหมด.... ครั้นจะไม่ไปก็โดนซีวอนออกอาการงอแงมาอีก


"ที่หอคนเยอะจะตายไป ทำอะไรก็ไม่สะดวก" ฟังเหตุผลแล้วไม่น่าไปค้างที่บ้านด้วยเอาเสียเลย แต่ท้ายที่สุดทุกวันนี้พอรู้ตัวเองอีกทีก็เข้าออกบ้านซีวอนราวกับเป็นบ้านตัวเองไปเสียแล้ว


"มาแล้วเหรอค่ะ คุณฮันกยอง"

"ครับ ซีวอนกลับมายังครับป้า?" พอเท้าเหยียบถึงบ้านคนรักก็เจอกับป้าแม่บ้านที่ออกมายิ้มรับแต่ฮันกยองก็สัมผัสได้ถึงสีหน้าอึดอัดที่ขัดกับรอยยิ้ของคนออกมาต้อนรับได้ประจวบเหมาะกับที่คนที่เค้าถามหาอยู่โทรเข้ามาพอดี

"พี่ฮัน ตอนนี้อยู่ไหนน่ะ?"

"เอ่อ ... คือ ยังอยุ่ที่หออยู่เลย พอดีคุยกับลีทึกติดลมไปหน่อย นายมีอะไรหรือเปล่า?" โกหกคำโตออกไปเพราะจับได้ถึงน้ำเสียงของคนรักที่แปลกไปจากทุกวัน....


"งั้นดีแล้ว วันนี้พี่ฮันไม่ต้องมาค้างที่บ้านผมแล้วนะ พอดีผมต้องไปถ่ายซ่อมโฆษณาตัวเมื่อวาน... ทีมงามโทรมาบอกว่ามันใช้ไม่ได้กว่าจะเสร็จก็คงดึก"


"เหรอ? แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนหละ?" กัดฟันถามไปทั้งที่เห็นแล้วว่าคนรักกำลังยืนอยู่ตรงสระน้ำข้างตัวบ้าน.... กับผู้หญิงอีกคน


"ผมอยู่ที่สตูดิโอ แค่นี้ก่อนนะพี่ฮันไว้ผมจะโทรหาทีหลัง" สัญญาณถูกตัดไปโดยคนที่บอกว่าอยู่ที่สตูดิโอ ฮันกยองเลี่ยงเดินหลบออกมาให้พ้นระยะจากสระว่ายน้ำให้มากที่สุด ไม่อยากให้ซีวอนเห็นเข้า

"คุณฮันกยองค่ะ คือว่า..."


"ไม่ต้องบอกซีวอนนะครับ ว่าผมมา" ไม่ต้องบอกเค้าว่าผมเห็น.... และไม่ต้องบอกเค้าว่าผมรู้ว่าเค้า......โกหก


+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+


"อ้าว! ฮัน ไหนลีทึกบอกว่าจะไปค้างบ้านซีวอนไม่ใช่เหรอ?" เกือบเที่ยงคืนที่เดินเข้าหอพัก มันดึกมากเสียจนคนอื่นๆ หลับไปจนหมดแล้ว เว้นก็แต่ฮีชอลที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จร้องทักขึ้นมาทันทีที่เห็นเค้า

"พอดีซีวอนต้องไปถ่ายซ่อมโฆษณาน่ะ แล้วนี่นายเพิ่งกลับจากข้างนอกเหรอ?"


"อืม แต่เอ๊ะ! ถ้าซีวอนไปทำงานแล้วทำไมนายเพิ่งจะมาถึงหละ ก็ออกไปตั้งแต่เย็นแล้วไม่ใช่เหรอ?" พอถูกถามอีกฮันกยองก็ตื่อจนคิดหาคำตอบตอบเพื่อนไม่ได้ จะบอกว่าปล่อยเวลาเดินเตร่อยู่ข้างนอกตั้งเกือบครึ่งคืนเพราะแค่ยังขี้เกียจกลับหอยังงั้นเหรอ.....


"ตัวเย็นเจี้ยบเลย อย่าบอกนะว่าเดินตากลมเล่นๆ น่ะ" ฮีชอลดักทางคำแก้ตัวของเพื่อนเมื่อเอื้อมมือไปแตะแขนของฮันกยองดู มันเย็นมาก.... เย็นเสียจนเหมือนกับว่ากำลังแตะก้อนน้ำแข็งอยู่เลยทีเดียว


"มีอะไรหรือเปล่าฮัน..... ทะเลาะกับซีวอนมาหรือเปล่า?"

"เปล่าหรอกน่า ก็แค่เดินเล่นเฉยๆ นายไปนอนเถอะ"


"ฉันรู้ว่านายยังไม่ไว้ใจฉันเท